Head ครูพักลักจำ

เจอข่าวแล้วทำยังไงต่อ

ใฝ่ดี : สวัสดีครับลุง ดูอะไรอยู่เหรอครับ

ลุงเพียร : อ่านหนังสือพิมพ์อยู่  หนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการลงทุนหรือหุ้นนั่นเอง

ใฝ่ดี : เราจำเป็นต้องอ่านทุกวันมั้ยครับ หรือว่ายังไง ผมก็อ่านบ้างน่ะครับ แต่ข่าวบริษัทนู้น บริษัทนี้ เต็มไปหมดเลยครับ ไม่รู้จะสนใจตัวไหนดี

ลุงเพียร : ในเนื้อข่าวของหุ้นแต่ละตัวก็จะมีข้อแตกต่างกันไป เอาเป็นว่าถ้าเราอ่านเจอเนื้อหาที่มันกระแทกใจเรา เป็นจุดที่เราเห็นแล้ว คิดว่าหุ้นตัวนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ จนทำให้เราอดใจที่จะพลิกไปอ่านต่อในหน้าต่อไปได้  แสดงว่าเรานั้นสนใจในหุ้นตัวนั้นแล้วละ  และก็เริ่มจากความสนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งทีได้มาจากการอ่านเจอในข่าว แล้วเอาข่าวมาทำการบ้านเพื่อตอบคำถามว่า หุ้นตัวที่เป็นข่าวน่าสนใจลงทุนหรือไม่น่าสนใจ

ใฝ่ดี : เจอแล้วควรทำยังไงต่อละครับ

ลุงเพียร : ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมาก เดี๋ยวลุงจะอธิบายเป็นข้อๆ ไปก็แล้วกันน่ะ

  1. เมื่อเราได้ข่าวมาแล้ว ก็ต้องทำการอ่านให้เข้าใจ อ่านรอบแรกไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง อ่านใหม่รอบสอง รอบสาม เชื่อว่าไม่เกิน 3 รอบจะเข้าใจ
  2. หลังจากเข้าใจข่าวแล้ว ให้ไปเปิดดูข้อมูลหุ้นในหนังสือพิมพ์ หน้าการเงิน จะได้ข้อมูล ราคา ปริมาณซื้อขายหุ้น กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) P/E มูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) P/BV จำนวนหุ้น มูลค่า PAR และเปอร์เซ็นต์การจ่ายปันผล เอาข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม จะทำให้เกิดความรู้สึกว่า หุ้นที่เป็นข่าวน่าสนใจหรือไม่
  3. กรณีที่น่าสนใจ ให้ไป print งบการเงินใน set.or.th เอามาวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน โดยจะให้เน้นตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงิน และประกอบการและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน (D/E)

แต่ต้องอย่าลืมดูรายการส่วนเกินมูลค่าหุ้น เทียบกับขาดทุนสะสม (ถ้ามี) ว่ารายการใดมากกว่ากัน  ถ้าส่วนเกินมูลค่าหุ้นมีมากกว่าขาดทุนสะสม งานนี้หากกิจการทำกำไรได้ จะเกิดการจ่ายปันผล โดยบริษัทจะเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้น เอาส่วนเกินมูลค่าหุ้นล้างขาดทุนสะสมให้หมดไป หุ้นจะวิ่ง

ใฝ่ดี : แล้วอย่างในกรณีที่ส่วนเกินมูลค่าหุ้นมี แต่น้อยกว่าขาดทุนสะสม จะเกิดการล้างขาดทุนสะสมด้วยวิธีตามที่ลุงบอกมาเมื่อกี้ และจะเพิ่มการลดทุนเข้าไปด้วย เพื่อให้ขาดทุนสะสมถูกล้างให้หมด 100%   ซึ่งการลดทุน ก็ทำได้ 2 วิธี ถูกต้องมั้ยครับลุง เช่น ถ้าจะลด PAR ก็ได้ หรือจะเลือกลดจำนวนหุ้น กรณีลด PAR ราคาตลาดมักไม่ถูกกระทบ แต่กรณีลดจำนวนหุ้น หลังลดทุนราคาตลาดจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะหุ้นมีจำนวนลดลงในณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง ถูกต้องมั้ยครับ กรณีที่ไม่มีส่วนเกินมูลค่าหุ้น แต่มีขาดทุนสะสม ก็จะใช้วิธีลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม

ลุงเพียร : มาต่อข้อที่

  1. จินตนาการภาพความสำเร็จ หรือไม่สำเร็จของกิจการในอนาคตให้ได้  โดยย้อนวิเคราะห์งบการเงินหลายปี และติดตามงบการเงินทุกไตรมาสที่จะออก  อีกทั้งติดตามข่าวของหุ้นและผู้ถือหุ้นที่มีอิทธิพลต่อกิจการอย่างตาไม่กระพริบ จะทำให้จินตนาการภาพอนาคตได้แม่นยำขึ้น
  2. ให้ถามใจตัวเองว่า ตั้งแต่อ่านข่าวจนกระทั่งวิเคราะห์หุ้นตัวนั้นเสร็จ100% เกิดความรู้สึกว่า ไม่ซื้อไม่ได้แล้วหรือเปล่า ถ้าเกิดความรู้สึกว่าหุ้นตัวนั้นเข้าเกณฑ์  แต่ถ้าไม่เกิดความรู้สึก หุ้นตัวนั้นไม่ใช่

หลักการต่างๆ ก็จะมีประมาณนี้

ใฝ่ดี :  ผมจะเอาหลักการเหล่านี้ไปทบทวนอยู่เรื่อยๆ ครับ และคอยทำการบ้านอยู่ตลอดเวลาครับ

ลุงเพียร : ดีแล้วละ ถ้าทำได้อย่างนั้น เอ็งก็จะมีหุ้นในใจที่จะลงทุน แล้วเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า  ไม่มีใครเก่งเท่าเอ็งอีกแล้ว นักวิเคราะห์ก็เทียบกับเอ็งไม่ได้ เพราะถ้าเขาเก่ง เขาแม่น เขาไม่มาเป็นนักวิเคราะห์แน่นอน เขาต้องเล่นเอง ด้วยความรู้สึกแบบนี้   คิดได้แบบนี้เอ็งก็จะช่วยเหลือตัวเองได้ และพบว่าการลุยเข้าไปในตลาดหุ้นเพียงลำพังนี้ จะพบว่าบางทีกูก็ได้ บางทีกูก็เสีย บางทีกูถึงขั้นบาดเจ็บ อาการเหล่านี้จะเป็นวัคซีนที่เพิ่มให้เอ็งเก่งและแกร่งมากกว่าเดิม  เอ็งจึงเริ่มถอนความคิดที่ใช้เพื่อการเล่นหุ้น แล้วเพิ่มความเข้าใจเข้ามาแทนที่ความคิด

แล้วสถานการณ์ความคิดหายไปแล้ว ความเข้าใจเข้าแทนที่ ศาสตร์หรือทฤษฎีมากมายที่เราแบกเอาไว้ตอนเริ่ม ก็จะถูกโยนทิ้งไปเรื่อยๆ เปรียบเสมือนยอดฝีมือที่สุดท้ายแล้วทิ้งกระบี่ที่เคยถือติดตัวเป็นอาวุธ  แล้วหันหยิบกิ่งไม้รอบตัวมาเป็นอาวุธแทนกระบี่ กระบี่จึงถูกย้ายไปอยู่ที่ใจ เมื่อกระบี่ไปอยู่ที่ใจ อาการโลภก็ลดน้อยลง จะเล่นหุ้นตัวใดก็ได้ และไม่ใช่ได้แค่นิดเดียว ดันได้เยอะอีกต่างหาก เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์  ทำให้เห็นความรวยเป็นเรื่องปกติ และไม่ได้ให้ค่ามันมากแบบตอนจนๆ อยู่ ก็ทำให้ลงทุนได้มากขึ้นโดยเป็นการลงทุนที่ถือยาว เข้าหลักเกณฑ์ที่ว่า เล่นหุ้นระยะกลางถึงยาว ให้ผลตอบแทนมากที่สุด สามารถพลิกชีวิตสู่มหาเศรษฐีได้

ใฝ่ดี :  ขอบพระคุณลุงมากๆ เลยครับ