Head ครูพักลักจำ

อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์ถาวร

ใฝ่ดี : ลุงครับ…เวลาที่บริษัทซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใหม่ๆ เข้ามา สิ่งเหล่านี้จะถูกนำไปบันทึกไว้ตรงไหนของงบเหรอ

ลุงเพียร : .สิ่งเหล่านี้ที่เอ็งว่า ก็จะถูกนำไปรวมไปกับส่วนที่เป็นสินทรัพย์ถาวร

ใฝ่ดี: แล้วเราจะรู้ได้ไง ว่าไอ่เครื่องจักรที่ ทางบริษัทที่เราลงทุนซื้อมาแล้วเนี้ย  สามารถเอาไปทำประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่ว่าซื้อมาแล้วเสียเปล่า

ลุงเพียร : มันต้องใช้ประโยชน์ได้จริงสิ ไม่งั้นเค้าจะซื้อมาทำ เครื่องหนึ่งไม่ใช่บาทสองบาทน่ะ  ใครจะเอาเงินไปถลุงเล่นแบบนั้นได้ล่ะ  นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยจะเอาตายน่ะสิ

ใฝ่ดี : แล้วเราจะสามารถรู้ได้มั้ยครับ ว่ามันใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ

ลุงเพียร :  ถ้าจะพูดถึง การลงทุนของธุรกิจที่เป็นภาคอุตสาหกรรมนั้น  เงินที่มีของบริษัทนั้น จะมีการกันส่วนที่เป็นส่วนที่ใช้ในการลงทุนในเครื่องจักรซะเป็นส่วนใหญ่  เพราะว่าตามโครงสร้างสัดส่วนการลงทุนของระบบธุรกิจประเภทนี้ ซึ่งแน่นอนว่าราคาแพงเอามากๆ ดังนั้นเราจะสามารถหาความคุ้มค่าในการใช้งานเครื่องจักรออกมาให้ได้  เพราะอย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่า เครื่องจักรพวกนี้จะถูกจัดให้เป็นสินทรัพย์ถาวร อีกประเภทหนึ่ง

ใฝ่ดี : ลุงกำลังหมายความว่าเราสามารถคำนวณหาความคุ้มค่าของเครื่องจักรที่ลงทุนซื้อมาได้สิน่ะครับ

ลุงเพียร : เอ๊ะ….ลุงจะพูดยังไงดีล่ะ คือ การคำนวณหาความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุดที่ได้รับจากการใช้งานของเครื่องจักรที่ซื้อมา  มันจะไปอยู่ในรูปแบบของการคำนวณหาอัตราการหมุนของสินทรัพย์ถาวรไปด้วย

ใฝ่ดี :  อ่อ…เรียกว่าเป็นการคำนวณหาอัตราการหมุนของสินทรัพย์ถาวร

ลุงเพียร :  โดยวิธีการคำนวณหาความคุ้มค่าของเครื่องจักรที่จัดซื้อ จะมีวิธีการคำนวณคือ

อ่อ..ลุงลืมไป ว่าถ้าหากเราจะคำนวณหาอัตราการหมุนของสินทรัพย์ถาวร หรือ ภาษาฝรั่งเรียกว่า  fixed asset turnover  เราจะต้องรู้จำนวนยอดขายสุทธิสินค้าของบริษัทนั้นๆ มาก่อน  เมื่อคำนวณหาได้เท่าไหร่ให้นำมาเป็นตัวตั้ง จากนั้นจึงนำมาหารด้วยราคาของเครื่องจักรการผลิตที่ซื้อมาโดยห้ามหักค่าเสื่อมราคาโดยเด็ดขาด

ห้ามหักค่าเสื่อม  หมายความว่า ตอนที่ซื้อมา ซื้อมาเท่าไหร่  ก็ให้ใช้ตัวเลขนั้นเลยใช่มั้ยครับ เช่น ซื้อเครื่องจักรมา 10 ล้าน ผ่านไป 5 ปี ก็ต้องใช้ตัวเลข 10 ล้านมาเป็นตัวหารใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร :  ใช่ๆ  ถูกต้องเลย แม้ในปัจจุบันราคาประเมินอาจจะไม่ถึงแล้วก็ตาม ซึ่งเราก็จะสามารถแทนค่าในสมการได้แบบนี้

ยอดขายสุทธิ

ใฝ่ดี : แล้วผลมันจะเป็นยังไงเหรอครับลุง

ลุงเพียร : เมื่อเราแทนค่าในสมการเรียบร้อยแล้วเนี้ย  หากผลลัพธ์มีค่าเป็นบวกแสดงว่าบริษัทนั้นๆ สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ใฝ่ดี : นั่นก็หมายความว่า  ถ้าเราได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นบวก ก็แสดงว่าผู้ประกอบการสามารถดึงเอาประโยชน์ของเครื่องจักรและสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีอยู่ภายในบริษัทนำออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ลุงเพียร : ใช่  ….และหากยิ่งมีค่าเป็นบวกสูงมากขึ้นเท่าไหร่นั่นจะยิ่งเป็นการดี เนื่องจากสิ่งนี้จะเป็นกระจกเงาสะท้อนที่บ่งบอกถึงศักยภาพของความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรภายในด้วย แต่ถ้าหากได้ค่าเป็นบวกที่ค่อนข้างน้อยจนใกล้เคียงกับค่าศูนย์ นั่นแสดงว่าธุรกิจกำลังประสบปัญหาทางด้านการตลาด รวมถึงปัญหาการจัดการการผลิตด้วย และจะต้องรีบดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขปัญหานี้ต่อไปโดยเร็ว

ใฝ่ดี : ถ้าสมมติผม มีบริษัทขายน้ำยาซักผ้า แล้วเกิดขายดีเอามากๆ ผมอยากจะซื้อเครื่องจักรในการทำน้ำยาซักผ้าเพิ่มอีก  เพื่อจะได้ขยายการผลิต และเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท  โดยผมไปซื้อเครืองจักรมา 1,000,000 บาท จึงทำให้ผมสามารถขายน้ำยาซักผ้าโดยที่มียอดขายสุทธิได้ที่ 5,000,000 บาทต่อเดือน  เราก็จะแทนสมการได้แบบนี้  เอา 5 ล้าน มาหารกับ 1 ล้าน  ถูกต้องมั้ยครับ

ยอด 2

ลุงเพียร : ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขก็บอกได้ว่า ผลลัพธ์เท่ากับ 5

ใฝ่ดี :  แบบนี้ก็หมายความว่าดีสิครับ  ตัวเลขที่ได้ออกมาเป็นบวก แถมยังได้เลข 5 ด้วย

ลุงเพียร : ใช่…จากการที่ได้ผลลัพธ์ที่ 5 ซึ่งห่างจาก 0 ค่อนข้างมาก ก็จะหมายความได้ว่า ธุรกิจขายน้ำยาซักผ้าของเอ็งนั้น สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรที่เอ็งซื้อมาใหม่ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ยอดขายของเอ็งเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต

ใฝ่ดี : ดูมีเหตุมีผลมากขึ้นน่ะครับลุง จากเมื่อก่อนเราจะดูแค่อายุการใช้งานเป็นหลัก มาจนวันนี้ก็จะมีวิธีการคำนวณความคุ้มค่า ของเครื่องจักร หรือ อัตราการหมุนของสินทรัพย์ถาวรได้ เยี่ยมเลยครับ

ลุงเพียร : แต่ต้องไม่ลืมน่ะว่า สินทรัพย์ถาวรที่นำมาคำนวณอาจจะมีมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไปก็ได้ โดนจะต้องคิดราคาเต็มตั้งแต่ตอนที่จัดซื้อมาห้ามหักค่าเสื่อมราคาโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นค่าที่ได้จากการคำนวณจะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง

ใฝ่ดี: ท่องขึ้นใจเลยครับลุง …ขอบคุณครับ