ควาจริงไม่ลับ

ไม่มีเงิน ก็ลงทุนได้ บทที่ 2 อนาคตสร้างได้ (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

สองเดือนที่แล้ว ผมไปตรวจเลือดและทำสแกน MRI หมอบอกผมว่า เซลล์มะเร็งในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นมากจนน่าตกใจ ดูจากผล MRI ตอนนี้ มะเร็งลุกลามไปที่ตับ และคงหมดหวังที่จะฉายแสงฆ่าเซลล์มะเร็งให้ตายได้ หมอบอกว่า การต่อสู้กับมะเร็งมาอย่างยาวนาน 3 ปีเต็มๆ น่าจะทำให้ผมเข้าใจความจริงของชีวิตได้ หมอพยายามจะปลอบใจผม ในขณะที่ผมก็นั่งเงียบ แล้วจ้องมองไปที่ดวงตาของหมอ ผมสังเกตเห็นความกังวลในดวงตาของหมอชัดเจน

3 ปีที่แล้ว ผมตกใจอย่างที่ไม่เคยตกใจมาก่อน โลกของผมในวันที่ไปฟังผลเอ็กซเรย์และตรวจเลือด และหมอแจ้งว่าผมเป็นมะเร็งปอด เป็นอะไรที่มันดับวูบกลายเป็นสีดำอึมครึม มองไม่เห็นความงามของสิ่งใดเลย

ในวันนั้นผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ถามหมอว่า จะมีทางรักษาให้หายได้มั้ย คำตอบก็คือ 50 : 50 ผมเป็นมะเร็งในระยะที่เซลล์มะเร็งลุกลามไปไกล ทางเดียวที่จะรักษาได้คือการฉายรังสี ผมจะต้องฉายรังสีให้ครบสูตรตามที่หมอนัด และหลังจากการฉายรังสีแล้ว ถึงจะประเมินผลได้ว่า ผลการรักษาตอบรับด้วยดีหรือไม่

ในตอนนั้นผมยังต้องรับผิดชอบกับการบริหารงานบริษัท ซึ่งกำลังขยายใหญ่โต และเริ่มเข้าระบบ ทุกส่วนงานมีหัวหน้าคอยจัดการและดูแล ผมมีหน้าที่แค่เพียงวางนโยบายให้ลูกน้องนำไปปฏิบัติ โดยมีหัวหน้าคอยตรวจสอบและรายงานให้ผมรับทราบความเคลื่อนไหว

คนงานในบริษัทของผมมีมากกว่า 300 ชีวิต ดูแล้วน่าจะยุ่งเหยิงและวุ่นวายพอสมควร แต่เอ๊ะ! ทำไมผมจึงดูไม่ยุ่ง ไม่วุ่นวายตามจำนวนคนงานที่มากๆ เลย ข้อนี้ผมเคยตอบพิชัยไปว่า การจัดการที่ถูกต้องและดีที่สุดคือการไม่ต้องจัดการกับอะไรเลย พิชัยคุณแค่ทำหน้าที่ของคุณในวันนี้ให้ดี และสมบูรณ์ที่สุดร้อยเปอร์เซ็นต์ก็พอแล้ว หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะจัดการตัวมันเองจนเข้าสู่สมดุล ผมบอกพิชัยไปว่า เรื่องการบริหารจัดการธุรกิจเป็นเรื่องของการจัดการสมดุล ทำให้ทุกอย่างอยู่ในจุดที่ทำหน้าที่ของตัวมันเองได้

ทุกครั้งที่ผมพูดเคล็ดลับของการจัดการ ที่ผมบอกกับใครต่อใคร ว่าคือการไม่ต้องจัดการสิ่งใดเลย นอกจากสติปัญญาของตนเอง ทุกคนกลับคิดเหมือนกันหมดว่า ผมเล่นสำบัดสำนวน ผมมันประเภทเว่อร์ จอมปรัชญา แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ทุกคนจะเข้าใจนิยามของการบริหารที่ไม่บริหารอะไรเลย มันเป็นภาวะของความเข้าใจ ที่เกิดขึ้นได้จากการที่จิตเข้าไปบงการสมอง ทำให้คนตกผลึกต่อวิธีการบริหารธุรกิจที่ให้ผลออกมาเป็นความถูกต้องสถานเดียว

เมื่อผมรู้ว่า ผมต้องเข้ารับการรักษาตัวให้หายขาดจากมะเร็ง ผมได้มอบหมายให้พิชัยดูแลกิจการงานของบริษัททั้งหมด   ซึ่งตอนแรกพิชัยก็อ้ำอึ้งไม่แน่ใจว่าตัวเขาจะดำเนินการแทนผมได้   ผมจึงบอกพิชัยไปว่า การบริหารจัดการธุรกิจ ถ้ามีการคิดว่า เราในฐานะคนบริหารไม่มีฝีมือที่ดีพอ ถือเป็นการพ่ายแพ้ต่อการบริหารจัดการธุรกิจตั้งแต่ต้นแล้ว คนจะบริหารธุรกิจได้ดีหรือไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่ตัวคนบริหารคิดอะไรอย่างไร แต่อยู่ที่คนบริหารรู้จักปล่อยวางตัวตน คงเหลือเอาไว้แค่เพียงสติปัญญาล้วนๆ ที่จะบริหารไปโดยไม่มีความวิตกกังวล ถ้าปราศจากความวิตกกังวลเมื่อไร สติปัญญาของคนคนนั้นจะดีขึ้นเอง ผมย้ำกับพิชัยไปว่า พิชัยทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ผมไม่ได้ติดใจที่บริษัทจะต้องประสบความสำเร็จ ผมติดใจอยู่แค่เพียงเรื่องเดียว ตรงที่พิชัยจะทำอย่างไรก็ได้ ให้พวกพนักงานไม่ต้องเดือดร้อนกับการที่ผมป่วยเป็นมะเร็ง พิชัยทำท่าผงกหัวและมองผมด้วยแววตาที่ไม่มีความมั่นใจใดๆ เลย

หลังจากที่ผมมอบหมายให้พิชัยดูแลกิจการแทนผม ผมก็ปลีกตัวออกมาจากบริษัท ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการรักษาตัว เพื่อให้มะเร็งร้ายหายไปให้ได้

คุณค่าของชีวิตที่มีความหมายมากๆ ได้เกิดขึ้นกับผมตอนที่รู้ว่า ผมอาจจะเหลือเวลาไม่มาก ผมเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าทุกสิ่งที่กำลังดำเนินไปในทางโลกที่ผมเห็น ล้วนเป็นสิ่งสมมติ หาแก่นสารอะไรไม่ได้ วัตถุเงินตราไม่ได้ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ตรงกันข้ามมันกลับทำให้ชีวิตจมปลักไปกับโคลนตมของความโลภ และยากที่จะถอนตัวออกจากโคลนตมนี้ ไม่ต่างอะไรกับล้อเกวียนที่ติดหล่ม จะต้องหารถไถมาลากจูงขึ้น สำหรับผมแล้ว รถไถคือมะเร็ง มันเป็นความตายที่มาฉุดให้ผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

พิชัยคงสงสัยมานานว่า ทำไมผมจึงร่ำรวยขนาดนี้ ถ้าจะให้พูด ผมคงบอกพิชัยว่า แค่เพียงประโยคประโยคเดียวที่แม่เฝ้าสอนเอาไว้ในวัยเด็กว่า รวยหรือจนลูกเป็นคนจัดการ ไม่มีเทวดาหน้าอินทร์พรหมที่ไหนที่จะมาขัดขวางไม่ให้ลูกประสบความสำเร็จ แม่คนหนึ่งล่ะจะช่วยลูกตลอด แม้แม่จะตายไปแล้วก็ตาม

ประโยคของแม่ทำให้ผมมีความมั่นใจมาตั้งแต่เด็ก ว่าผมไม่ใช่คนจน ครอบครัวผมก็ไม่ได้ยากจน ความรวยกำลังจะมาเยือนผมในวันหนึ่งแน่นอน และนี่เองเป็นเหตุจูงใจให้ผมได้ดิ้นรนกระเสือกกระสนทุกวิถีทางที่จะหยิบยื่นความรวยให้กับตัวเอง

ผมรู้ว่าการจะรวยได้จะต้องหาอะไรทำซักอย่างหนึ่ง และอะไรนั้นจะต้องเป็นธุรกิจ จะต้องเป็นสินค้าที่คนจำนวนมากมีความต้องการ และไม่สามารถหยุดความต้องการนั้นได้ คนจะต้องการมันเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของประชากร สินค้านั้นคืออะไร มันเป็นคำถามที่ผมตั้งคำถามมาตั้งแต่เด็กแต่ก็ตอบไม่ได้ซักที

ทุกครั้งที่ผมเอาหัวนอนหนุนตักแม่ แล้วถามแม่ว่า ผมจะทำอะไรดี จะได้ช่วยแม่ให้หายจากความยากจน แม่จะพูดคำนี้เสมอ ว่าใจเย็นๆ ความรวยจะมาเองเมื่อถึงเวลา ลูกจะไปเร่งความรวยไม่ได้ ถ้าลูกเร่งมันมาก มันจะหนีลูก เพราะมันรู้ว่าลูกอยากได้ ถ้าลูกเผลอๆ แกล้งลืมมันไป เผลอแป๊บเดียวมันจะมาหาเอง  มันจะมาโดยไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน ขอให้ลูกดูเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้ดีๆ แม่ยังพูดอีกว่า ความรวยแปลงร่างได้ ตอนต้นที่มันมาทักทายลูก มันจะมาทักทายในรูปแบบของปัญหาที่ชวนปวดหัว ทำให้ลูกยุ่งวุ่น และเดือดร้อน เหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ขอให้ลูกระลึกไว้ก่อนเลยว่า นี่อาจจะเป็นร่างทรงของความรวยที่ปลอมตัวมาในรูปลักษณ์ของปัญหาก็ได้ ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงเติบโตขึ้นมาอย่างหนักเอาเบาสู้ ไม่เคยปฏิเสธหรือเกี่ยงงอนเรื่องใดๆ ที่เข้ามาสู่ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องที่แปลกๆ ทั้งเหตุการณ์แปลก สถานที่แปลก และคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนแปลกหน้านี้ แม่บอกว่า ความรวยชอบมาพร้อมกับคนแปลกหน้า

เมื่อแม่สอนผมเอาไว้เช่นนี้ ผมจึงชอบสังเกตเรื่องราวแปลกๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และชอบคิดลึกลงไปว่า มีความรวยหลบซ่อนอยู่หรือเปล่า นี่แหละครับคำสอนของแม่ที่ทำให้ผมรู้ว่า อนาคตนั้นสร้างได้

 

24