12751633_927439254004362_1784325393_o

หุ้นหน้า 1 THCOM บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

 

Untitled

นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม (THCOM) เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการจัดส่งดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจร เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างความพร้อมในด้านปริมาณช่องสัญญาณดาวเทียมและการขยายธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ โดยเพิ่มจำนวนช่องสัญญาณสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีโทรทัศน์ความคมชัดสูง (ระบบ HD) และ อัลตร้า เอชดี (Ultra HD)

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและบริการในลักษณะครบวงจร (End-to-End Solutions) เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มแก่ลูกค้า (Value Added) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทดาวเทียมไทยในระดับนานาชาติด้วย”

ดาวเทียมไทยคม 8 ได้รับการออกแบบให้มีช่องสัญญาณแบบเคยูแบนด์รวมทั้งสิ้น 24 ช่องสัญญาณ ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการในประเทศไทย เอเชียใต้ และแอฟริกา โดยได้ขึ้นสู่วงโคจรที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก เพื่อตอกย้ำความเป็นดาวเทียมที่มีจำนวนจานรับสัญญาณสูง (Hot Bird) โดยมีลักษณะของการ Collocation กับดาวเทียมไทยคม 5 และ 6 ที่ประจำอยู่ในวงโคจรเดียวกันและจะพร้อมประจำตำแหน่งวงโคจรดังกล่าวเพื่อให้บริการภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือน

ทั้งนี้ ดาวเทียมไทยคม 8 ผลิตโดย บริษัท ออบิทอล เอทีเค และ บริษัท สเปซ เอ็กซพลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (สเปซ เอ็กซ์) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ให้บริการจัดส่งดาวเทียม

ข้อมูลเบื้องต้น

ไทยคมประกอบกิจการโดยแบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่อง 2. ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ 3. ธุรกิจโทรศัพท์ในต่างประเทศ

ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 5,479,687,700.00 บาท

จำนวนหุ้นชำระแล้ว 1,095,937,540 หุ้น

Par  5.00  บาท

โดยมีงบการเงินไตรมาสล่าสุด

thcom1

ข่าวมีทิศทางขาขึ้น เพราะในประเทศไทยมีเพียงแต่ THCOM เพียงเจ้าเดียวที่ให้บริการเกี่ยวกับดาวเทียมซึ่งสามารถให้บริการคนทั้งประเทศรวมถึงต่างประเทศที่สามารถรับบริการของไทยคมได้ โดยปัจจุบันไทยคมมีดาวเทียมถึง 8 ดวงด้วยกันรวมดวงล่าสุดที่เพิ่งส่งขึ้นไป  โดยงบไตรมาสแรก/2559 ไทยคมก็สามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้น ถึง 700 ล้านบาท  และคาดว่างบปี 2559 ปี้จะสามารถทำกำไรได้ถึง 2300 ล้านบาท คิดเป็น 2.1 บ้านต่อหุ้น นำมาแบ่งปันผลตามนโยบาย 40 %  จะเหลือ 0.84 บาท / หุ้น  เทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 2 % ก็จะสามารถเดาราคาเป้าหมายได้ที่  0.84*100/ 2 = 42 บาทต่อหุ้น สอดคล้องใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายที่ข่าวให้มาที่ 44 บาท  หากใช้เกณฑ์การพิจารณา 10 ข้อ ก็จะมีผลดังนี้

  1. อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit Margin) > 20% ค่าที่ได้ 44.11 %
  2. อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) > 10% ค่าที่ได้ 29.94 %
  3. อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) > 5% ค่าที่ได้ 20.53 %
  4. อัตราการเติบโตของรายได้ (Revenue Growth) > 10% ค่าที่ได้ 5.40 %
  5. การเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Growth) > 10 % ค่าที่ 12 %
  6. การเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS Growth) > 10 % ค่าที่ได้ 30.61 %
  7. อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current Ratio) > 2 เท่า ค่าที่ได้ 1.69 เท่า
  8. อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio) > 1 เท่า ค่าที่ได้ 1.64 เท่า
  9. อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) < 1 เท่า ค่าที่ได้ 0.90 เท่า
  10. ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) > 15 % ค่าที่ได้ 13.41 %

10 ข้อ ผ่าน 7 ข้อ  รายได้อาจจะเพิ่มได้ไม่มาก และก็ถือว่ามีรายได้เพิ่มเข้ามา และคาดว่าหลังจากดาวเทียมดวงที่ 8 สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จะสามารถเพิ่มรายได้ขึ้นอีกในปี 2559  อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 30.61 %  แต่เมื่อหารจำนวนหุ้นแล้วได้ ROE ที่ 13.41 % ไม่ถึงเป้าที่เราต้องการ  แต่ก็ยังถือว่ามี ROE ไม่ขี้เหร่สักเท่าครับ  ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความต้องการผลตอบแทนของแต่ละคนแล้วละครับ  อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังสามารถกู้ได้อีกมากเพราะยังไม่เกิน 1  สภาพคล่องยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้  หลังจากนี้ก็เป็นส่วนที่ทุกท่านจะต้องหาคำตอบให้กับตัวเองต่อแล้วน่ะครับ

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm