ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

VIBHA โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)

รักษ์รวย : ช่วงนี้ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพเคลื่อนไหวกันมากพอสมควรเลยน่ะครับ

บุญมี : อาจจะเป็นเพราะคนหันมาสนใจเรื่องของการดูแลสุขภาพมากขึ้น

รักษ์รวย :  หรือไม่ก็ป่วยกันมากขึ้นใช่มั้ยละครับ ธุรกิจโรงพยาบาลก็ขายดิบขายดีกันทีเดียว วันนี้ก็เลยเก็บข่าวมาฝากพี่ มาดูตัวอย่างข่าวนี้กัน

เกษมราษฎ์

บุญมี : อ้าว… ครั้งก่อนเราเพิ่งจะคุยกันไปเรื่องของเกษมราษฎร์ ที่ว่าจะขยายกิจการโรงพยาบาลไปยัง อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ที่ละ 1 แห่ง เพื่อรองรับการเข้ามารักษาของเพื่อนบ้านในช่วงของ AEC  มาถึงตอนนี้มีข่าวเทคโอเวอร์ซะแล้วเหรอ (สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ใน “ครูพักลักจำ” วันที่ 1 กันยายน 2558 )

รักษ์รวย : อย่างที่บอกครับ ช่วงนี้กิจการโรงพยาบาลมีการขยับตัวเยอะมากขึ้น มาดูข่าวต่อไปกันเลย

Untitled1

ตามข่าวเนี้ย มีผู้บริหารของหลายโรงพยาบาลเลยน่ะครับที่ซื้อหุ้น เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) BDMS ซื้อหุ้นกว่า 40.38 ล้านหุ้น   ผู้บริหาร บริษัทบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) BH ซื้อหุ้น 95,500 ผู้บริหารบริษัทโรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) VIBHA ซื้อหุ้นกว่า 24.95 ล้านหุ้น  มีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลยน่ะ

รักษ์รวย : แล้ววันนี้เราจะมาคุยถึงบริษัทไหนกันก่อนดีละครับ

บุญมี : พี่ว่าเรามาดูในส่วนของโรงพยาบาลวิภาวดีกันดีกว่า แล้วอันอื่นค่อยว่ากัน  เพราะพี่ไม่เคยมีข้อมูลของ VIBHA เลย อยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง

รักษ์รวย : ได้เลยครับ บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)  หรือ โรงพยาบาลวิภาวดี เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจด้านสถานพยาบาล ได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และเป็นบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า VIBHA ปัจจุบันโรงพยาบาลวิภาวดี มีเตียงรองรับผู้ป่วย 250 เตียง มีห้องตรวจกว่า 70 ห้อง สามารถให้บริการผู้ป่วยนอกได้ถึงวันละ 1,500 – 2,000 คน ด้วยศูนย์บริการทางการแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา แพทย์ประจำกว่า 50 ท่าน และแพทย์ที่ปรึกษากว่า 250 ท่าน อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ อาทิ เครื่อง X-ray คอมพิวเตอร์ เครื่องวัดสมรรถภาพปอด เครื่อง Wavefront ในการทำเลสิก การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง และการส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และยังได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO9001:2000

บุญมี : แล้วโรงพยาบาลนี้ดีป่ะ พี่ไม่เคยไป

รักษ์รวย : ดีสิพี่….. โรงพยาบาลวิภาวดี กับ 1 ใน 10 อันดับ “โรงพยาบาล” ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ปี 58

โรงพยาบาลวิภาวดีถือเป็นโรงพยาบาลที่ครบถ้วนในทุกด้าน ที่สามารถรักษาโรคทั่วไป และโรคเฉพาะทางได้เป็นอย่างดี ทำให้หลายคนกล้าที่จะฝากชีวิตไว้ที่นี่ ด้วยการบริการที่ดีและห้องพักที่สะดวกสบาย คุ้มค่ากับราคาที่เราจ่ายไป ทำให้ที่นี่กลายมาเป็นโรงพยาบาลอันดับต้นๆ ของไทยได้อย่างไม่ยาก และในปีที่ผ่านมายังได้รางวัล Hospital Quality Award 2014 ไปครองอีกด้วย

บุญมี : แบบนี้ชักเริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วละน่ะ  แล้วโรงพยาบาลนี้มีการรักษาเฉพาะทางด้านไหนบ้างละ

รักษ์รวย : ดูได้ตามนี้เลยครับพี่

ศูนย์แพทย์

บุญมี : เรียกได้ว่าเป็นโรงพยาบาลที่มีการรักษาแบบครบครันและมีเครื่องมือทันสมัยไว้ให้บริการอีกด้วยน่ะ  การลงทุนในหุ้นโรงพยาบาลก็ถือเป็นการเลือกลงทุนที่ดี และเลือกที่จะเป็นการลงทุนในระยะยาว ถ้าโรงพยาบาลมีศักยภาพพอที่จะรองรับคนไข้ได้ในทุกๆ เรื่องการรักษาแบบนี้ โรงพยาบาลก็จะมีรายได้และผลกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีๆ แล้วเกิดอะไรตามมาหากมีรายได้เพิ่มขึ้นกำไรเพิ่มขึ้น ก็ต้องตอบว่า “ราคาหุ้น” ก็จะค่อยๆ เพิ่มตามขึ้นไปเรื่อยๆ ฉะนั้นการลงทุนในโรงพยาบาลจึงถือเป็นการลงทุนในระยะยาว

รักษ์รวย : ในส่วนของการลงทุนในโรงพยาบาลแห่งใหม่นั้น โดยทั่วไปก็ใช้ระยะเวลาในการคืนทุนที่ 3-4 ปีเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็จะเริ่มทำกำไรได้แล้วละพี่ แถมการถือยาวๆ หุ้นโรงพยาบาล อย่างเช่น VIBHA ก็มีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอด้วยน่ะ

บุญมี : ลองมาดูรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่กันดูน่ะครับ

ผู้ถือหุ้นใหญ่

รักษ์รวย : มีจำนวน Free Float มากแค่ไหนอะครับ

free float

มีการถือครองหุ้นจากรายย่อยเพียง 36.96 % เท่านั้นเองแสดงให้เห็นอาการหวงหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือส่วนของเจ้าของนั่นเอง มันหมายความเห็นว่า  เจ้าของรักกิจการนี้เหลือเกิน เจ้าของก็ยังคงตั้งใจที่จะทำให้มันดีต่อๆ ไปด้วย

บุญมี : ข้อมูลตามข่าวระบุว่า VIBHA จะมีการสร้างโรงพยาบาลเพิ่มปีละ 1 แห่ง  โดยมีการใช้ทุนในการสร้างประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อแห่ง และมีทุนที่จะมาเสริมทัพนั่นก็คือการใช้สิทธิ warrant ที่ VIBHA ได้ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว 1,200 ล้านบาท

Untitled

รักษ์รวย : สร้างปีละ 1 แห่งเลยเหรอพี่ ผมขอยืมคำรุ่นพี่ผมมาใช้หน่อยน่ะ พี่เคยได้ยินคำนี้มั้ยละครับ “ขายดีจนเจ๊ง” การสร้างโรงพยาบาลปีละ 1 แห่ง หลายคนอาจจะมองเห็นว่า รายได้ของโรงพยาบาลนั้นจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อเนื่องไปใช่มั้ยครับ แต่ถ้าเรามองว่า การสร้างโรงพยาบาลแต่ละแห่งนั้นจะต้องมีต้นทุนในการก่อสร้าง พอสร้างเสร็จก็ต้องมีต้นทุนในการดำเนินการ ต้องซื้อ เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติมทุกๆ 1 ปี รวมถึงการจ้างหมอ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาระอันหนักอึ้งที่ VIBHA จะต้องแบกรับไว้ รวมถึงภาระการก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่ไม่รู้จะก่อหนี้ได้หรือเปล่าต้องวิเคราะห์ดู และเมื่อรายได้ไม่คุ้มค่ากับรายจ่าย อะไรจะเกิดขึ้นละครับ

บุญมี : ก็คงจะเป็นเพียงการคาดการณ์ หรือ วางแผนไว้คร่าวๆ ละมั้ง การสร้างโรงพยาบาลปีละแห่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยน่ะรักษ์รวย จุดที่ดูน่าสนใจคือการรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 60 เลยน่ะ แต่คงจะยังไม่มีกำไรในช่วง 3-4 ปีนี้ เพราะอย่างที่รักษ์รวยบอกตั้งแต่ต้นว่า โรงพยาบาลส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาในการคืนทุนที่ 3-4 ปี หลังจากนั้นถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงจะเริ่มมีกำไร

รักษ์รวย : งั้นเรามาดูงบการเงินของ VIBHA กันเลยดีมั้ยครับพี่

บุญมี : พี่ว่าเอาไว้มาต่อคราวหน้าดีกว่าน่ะ  วันนี้พี่ไม่ค่อยว่างอ่ะ อีกอย่างนี่เราคุยกันมา เกือบชั่วโมงแล้วมั้งเนี้ย พี่ขอตัวไปทำงานก่อน แล้วเราค่อยมาต่อกันใหม่ครั้งหน้าน่ะ แล้วอย่าลืมทำการบ้านมาหาข้อมูลมาด้วยน่ะ

รักษ์รวย : ก็ได้ครับพี่  งั้นครั้งหน้าผมเตรียมอัตราส่วนทางการเงินมาเลยละกันน่ะครับ

บุญมี : แล้วเจอกัน

รักษ์รวย : แล้วเจอกันครับ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ