12751633_927439254004362_1784325393_o

THAI บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หุ้นยักษ์ใหญ่ที่ใครหลายๆ คนคงให้ความสนใจ ว่าในอนาคตทิศทางของการบินไทยจะเป็นอย่างไร  จะมีการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องการดำเนินงานได้อย่างไร  และการบินไทยเข้าข่ายหุ้น turn around ด้วยหรือไม่  วันนี้เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์กันดูนะครับว่า หุ้นของการบินไทยมีเรื่องราวเป็นอย่างไรกันบ้าง พร้อมกับสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นดี รวมถึงเรื่องราวของภาคการท่องเที่ยวด้วยที่เป็นปัจจัยสำคัญของรายได้ที่จะเกิดกับการบินไทย ตามรายงานข่าวนี้

บินไทยทรุดหนัก! ขาดทุนเละ คาดทั้งปี เจ๊งทะลุ 2.1 หมื่นล.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2558 13:05

การบินไทย ไตรมาส 3 ขาดทุนเละ 1.2 หมื่นล้าน ไตรมาส 4 แย่อีก คาดทั้งปี เจ๊งทะลุ 2.1 หมื่นล้าน ด้าน “อาคม” แนะให้ปรับตัว ยึดโมเดลสายการบินเอกชน ผ่าโครงสร้าง โละ พนง.อาวุโส จ้างเด็กใหม่ช่วยลดต้นทุน ..

วันที่ 10 พ.ย. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ผลดำเนินงานการบินไทยไตรมาส 3 ปี 58 ที่จะมีการประกาศช่วงกลางเดือน พ.ย. 58 นี้ คาดว่าผลการดำเนินงาน จะขาดทุนไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านบาท รวมถึงแนวโน้มไตรมาส 4 ปีนี้ จะขาดทุนต่อเนื่องเช่นกัน ส่งผลให้ภาพรวมผลดำเนินงานทั้งปี 58 การบินไทยน่าจะขาดทุนสุทธิประมาณ 21,000 ล้านบาท หลังจากผลดำเนินงานในครึ่งปีแรก ขาดทุนไปแล้วกว่า 8,700 ล้านบาท

ขณะที่ ไตรมาสแรก มีกำไร 4,400 ล้านบาท แต่ไตรมาส 2 ขาดทุนหนัก ถึง 12,759 ล้านบาท สำหรับผลดำเนินงานช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เป็นไปตามแผนการปฏิรูปที่การบินไทย ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาต่างชาติเข้ามา ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอ การลดกำลังการผลิต ลดต้นทุน และปรับลดพนักงาน รวมถึงการปรับลดและยกเลิกบางเส้นทางบินที่ขาดทุน ตลอดจนเสนอให้มีการขายทรัพย์สิน ทั้งที่ดินและอาคารสำนักงาน บ้านพักในและต่างประเทศ รวมถึงการปลดระวางเครื่องบินเก่า แต่กลับไม่ปรากฏแผนการเพิ่มรายได้นัก โดยเฉพาะอัตราการบรรทุกของผู้โดยสาร (เคบิน แฟกเตอร์) ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 80% โดยไตรมาส 2 อยู่ที่ 69% และไตรมาส 3 อยู่ที่ 74% ส่วนผลตอบแทนต่อที่นั่งต่ำกว่าที่ควรเป็น ทั้งที่ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น และต้นทุนน้ำมันลดลง

ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ติดตามความคืบหน้า การแก้ไขปัญหาการขาดทุนของ บริษัท การบินไทย และแผนปฏิรูปกิจการ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้การบินไทย เร่งพิจารณาปรับลดอัตราค่าตอบแทน และสวัสดิการผู้บริหารระดับสูงลงเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย และให้รายงานแผนกลับมาภายใน 30 วัน โดยทราบว่าทีมผู้บริหารการบินไทยกำลังวางแผนแก้ไขอยู่ แม้ที่ผ่านมาจะปรับลดสวัสดิการของคณะกรรมการ (บอร์ด) และอดีตกรรมการไปบ้าง แต่การดำเนินงานยังล่าช้าเมื่อเทียบกับการทำงานของสายการบินเอกชน หรือสายการบินต้นทุนต่ำ

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการบินไทยเป็นองค์กรขนาดใหญ่ จึงมอบหมายให้กลับไปพิจารณาความเหมาะสม ระหว่างจำนวนเครื่องบิน พนักงาน และเนื้องานให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะการปรับตัวของพนักงาน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนพนักงานอาวุโสค่อนข้างมาก ส่งผลให้การขับเคลื่อนงานค่อนข้างล่าช้า ดังนั้นจึงแนะนำให้การบินไทยต้องปรับตัว คือ การทำงานไม่ควรอุ้ยอ้าย ไม่ควรจัดสรรผลตอบแทนแก่พนักงานมาก นอกจากนั้น ควรทบทวนและพิจารณาระบบขายตั๋วตัดยอดให้เอเจนซี่อย่างเหมาะสม

พออ่านข่าวจบก็ถึงขั้นเอามือกุมขมับ  เพราะมองทางออกเป็นทางออกที่สุดแสนจะลำบาก ทั้งขายที่ดินอาคาร ลดจำนวนเครื่องบิน ลดพนักงานก็แล้ว ก็ยังไม่เว้นจะขาดทุน  และที่ลำบากก็คือ ลดอัตราค่าตอบแทนและสวัสดิการของผู้บริหารระดับสูง…. แล้วใครจะยอมกันง่ายละครับ ก็ต้องดึงเกมส์กันสักหน่อยสิ

มาดูงบการเงินของ THAI กันดีกว่าครับ

งบ

ตามข่าวน่ะครับ มีผลการขาดทุนมาตลอดตั้งแต่ปี 56 จนถึงปัจจุบัน อัตรากำไรสุทธิติดลบ -.6.78 %  สิ่งที่นักลงทุนสนใจก็คือ ROE ติดลบไป -35.28%  เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอไม่วิเคราะห์ในส่วนของอัตราส่วนทางการเงินกันน่ะครับ เพราะหลายท่านคงจะเดาออกเมื่อเข้าไปดูงบการเงินแบบคร่าวๆ ก็น่าจะประมาณการได้ว่า อัตราส่วนทางการเงินควรจะเป็นเช่นไร  แต่วันนี้เราจะมาดูที่ต้นเหตุกันดีกว่าครับ ว่าอะไรที่ทำให้ THAI ขาดทุน โดยการทำการวิเคราะห์แบบแนวตั้ง (Vertical Analysis) หรือที่คุ้นหูกันก็คือ Common Size นั่นเองครับ ก่อนอื่นเราต้องไปโหลดเอางบการเงินมาซะก่อนน่ะครับ  โดยวันนี้เราจะทำการวิเคราะห์กันอยู่ 2 งบก็คือ งบดุล งบกำไรขาดทุน  โดยผลการวิเคราะห์เป็นดังนี้

C1

เมื่อทำสินทรัพย์ทั้งหมดให้เป็น 100% แล้ว เราจะสามารถเห็นรายการแต่ละรายการออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกันทั้งปี 58 และปี 57  ทางด้านของสินทรัพย์ที่เยอะมากที่สุดก็คือ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ในปี 57 มี 72.91 พอมาถึงปี 58 เหลือ 68.86 คงจะมีการขายออกตามข่าวและก็ลดลงเพียง 0.59 %

C2

 

มาดูทางฝั่งของด้าน  หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นกันบ้าง ซึ่งมีรายละเอียดที่ยาวเหยียด มีทั้งเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน  หุ้นกู้ ภาษีเงินได้ค้างจ่าย  เงินปันผลค้างจ่าย  เงินกองบำเหน็จพนักงาน ภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงาน หนี้สินภายใต้เงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบิน และรายการอื่น  ย้อนกลับมาที่สมการ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน  ในที่นี้ THAI มีจำนวนหนี้สินรวมมากถึง 89.11% ในปี 58 ซึ่งเพิ่มจาก 86.56% ในปี 57  และมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10.89%  ซึ่งในส่วนนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นว่าทำไม THAI ถึงมี D/E Ratio อยู่ที่ 8.20 เท่า

C3

ด้านงบกำไรขาดทุน แสดงให้เห็นถึงรายได้หลักของ THAI มาจาก ค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกิน ที่ 83.45 % ในปี 58 และ 82.22 % ในปี 57 ซึ่งถือว่ามีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าผู้โดยสาร แต่ในรายการถัดมาจะเห็นว่ารายได้อื่นๆ นั่นลดลง และเมื่อมาดูช่องของรายได้รวม เราก็จะเห็นว่าตัวเลขมีการปรับลดลง  THAI มีขาดทุนสำหรับปี 58 ที่ (13,046,928,484) บาท และในปี 57 ที่ (15,572,557,251) คิดเป็น (7.14 %) และ (8.27 %) ตามลำดับ  และแน่นอนการขาดทุนนั้นก็มาจาก รายจ่ายมากกว่ารายได้ โดยให้รายได้ของ THAI เป็น 100%  แต่ THAI มีรายจ่ายอยู่ที่ 113.12% ในปี 58 และ 117.13 % ในปี 57  นี่จึงเป็นผลของการขาดทุน (รายละเอียดย่อยอื่นๆ ลองติดตามกันเองน่ะครับ) ตามความเห็นส่วนตัว บริษัท THAI เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มีการแทรกแซงการจัดการและการดำเนินงานโดยภาครัฐ….(รัฐบาลเปลี่ยน..แนวทางเปลี่ยน) บุคลากรอยู่แบบมีเงินเดือนใช้ (เงินเดือนและสวัสดิการดีมาก) ในส่วนของเงินสดในกิจการไม่เหลือเลยแถมยังติดลบ ด้วยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียนตั้งหารด้วย หนี้สินหมุนเวียน = (25,546.6)  D/E ที่ 8 เท่า ไม่มีทางกู้ได้อย่างแน่นอน  กิจการมีขาดทุนสะสม 19,556.53 ล้านบาท ขาดทุนทุกปี ปีละ หมื่นกว่าล้าน  ต้นทุนในการขายประมาณ 104.2% ของรายได้ เกิดการขาดทุนมหาศาลจากต้นทุน  แนวทางในการแก้ไขปัญหาไม่ได้ชัดเจนอะไรเลย เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากทางคณะรัฐมนตรีที่ดูแล ทำให้อยากต่อการจัดการครับ ท่านก็ลองคิดตามดูละกันน่ะครับ THAI เป็นหุ้นเทิร์นอราวด์หรือไม่  กฎ 1 ข้อของหุ้นเทิร์นอราวด์ คือ E โต 100% ราคาโต 100 % และ E นั้นจะต้องมีเสถียรภาพ  ลองพิจารณากันเองน่ะครับ

การใช้วีธีการวิเคราะห์แบบ Common Size ก็จะทำให้เห็นภาพรวมและสัดส่วนทางการเงินของแต่ละบริษัทได้ง่ายขึ้น และเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะฉะนั้นการทำ Common Size ก็ถือว่าเป็นตัวช่วยอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้นักลงทุนเข้าในงบการเงินของบริษัทที่ท่านสนใจอยู่ได้ดีขึ้นนั่นเองครับ

บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอแนวทางการคำนวณและการวิเคราะห์ในรูปแบบของ commonsize เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักนำราคาหรือการซื้อขายแต่อย่างใด  การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนการลงทุน

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm