12751633_927439254004362_1784325393_o

หุ้นหน้า 1 ตอน SOLAR บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน)

 

เชื่อมั้ย ..SOLAR คาดว่าผลประกอบการ ไตรมาส 2/2559 จะดีกว่านี้

solar1

หลังจากที่บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR ออกมาโชว์งบการเงิน ไตรมาส1/2559  มีผลขาดทุนสุทธิ  21.60 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิที่ 0.04 บาท ต่อหุ้น  ทำให้มีนักลงทุนหลายรายที่เทขายหุ้นของโซลาร์ทิ้งออกมา แต่แล้วหลังจากนั้น solar ก็ได้ทำการประกาศแก้ไขงบการเงินไตรมาส 1/2559 จากขาดทุนที่ 21.62 ล้าน กลายเป็นว่าขาดทุนน้อยลงเหลือเพียงแค่ 0.261 ล้านบาทเท่านั้น  ทำให้ราคาของ SOLAR พุ่งขึ้นหลังจากแก้ไขงบการเงินในไตรมาส 1 นี้ถึงราวๆ 10 %  แบบนี้นักลงทุนที่ขายออกก่อนหน้านี้ คงต้องก้มหน้ารับกรรมว่าเราขายหมู ทั้งๆ ที่เราไม่อยากจะขาย แต่โดนมัดมือให้ขายอย่างนั้นหรือไม่   โดยล่าสุด (24/05/2559)  SOLAR พุ่งขึ้น 10.75% อยู่ที่ 4.74 บาท เพิ่มขึ้น 0.46 บาท เมื่อเวลา 10.01 น.โดยเปิดตลาดที่ 4.80 บาท สูงสุด 4.84 บาท ต่ำสุด 4.66 บาท มูลค่าการซื้อขาย 205.34 ล้านบาท

และเมื่อวานนี้ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR  และบริษัทย่อย แจ้งขอแก้ไขงบไตรมาส 1/59 เป็นขาดทุนสุทธิ 0.26 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.01 บาท จากเดิมที่บริษัทรายงานไว้เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ว่า  ไตรมาส 1/59 ขาดทุนสุทธิ 21.62 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.04 บาทขณะที่เทียบกับไตรมาส 1/58 มีกำไรสุทธิ 2.39 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.01 บาท

ทั้งนี้ SOLAR ชี้แจงว่าบริษัทได้มีการแก้ไขและออกงบการเงินใหม่ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 เนื่องจากในไตรมาส 1/59 บริษัทได้บันทึกรายการผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าไว้สูงไปในงบกาไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม และงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวดสามเดือน

ดังนั้น จึงจัดให้มีการออกงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ สาหรับงวดสามเดือนขึ้นใหม่ เพื่อแทนงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการฉบับเดิมที่ออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดจากการคำนวณดังกล่าวเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากงบการเงินสำหรับปี 58 จึงปรับปรุงย้อนหลังงบการเงินสำหรับปี 58 ที่แสดงเป็นข้อมูลเปรียบเทียบโดยสรุปมีผลกระทบต่องบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จดังนี้

            สำหรับงบการเงินรวม

  1. ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ลดลงจาก 55.65 ล้านบาท คงเหลือ 29.85 ล้านบาท
  2. ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้น จาก 2.59 ล้านบาท เป็น 7.04 ล้านบาท
  3. ขาดทุนเบ็ดเสร็จสาหรับงวด ลดลงจาก 22.53 ล้านบาท เป็น 1.17 ล้านบาท
  4. การแบ่งขาดทุน-ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ลดลงจาก 21.62 ล้านบาท เป็น 0.26 ล้านบาท
  5. ขาดทุนต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน(บาท:หุ้น) จากเดิม (0.04) เป็น (0.01)

             งบการเงินเฉพาะกิจการ

  1. ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ลดลงจาก 55.11 ล้านบาท คงเหลือ 29.31 ล้านบาท
  2. ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้น จาก 2.40 ล้านบาท เป็น 6.85 ล้านบาท
  3. กำไรเบ็ดเสร็จสำหรับงวด เพิ่มขึ้นจาก 8.80 ล้านบาท เป็น 30.16 ล้านบาท
  4. กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน(บาท:หุ้น) จากเดิม 0.02 เป็น 0.06

Solar ยืนยันนั่งยันนอนยันว่าไตรมาส 2/2559 จะดีอย่างแน่นอน วอนนักลงทุนอย่าเพิ่งขายหุ้นทิ้ง  แต่ในทางกลับกันผู้ถือหุ้นรายใหญ่กลับทยอยขายหุ้นของตัวเองทิ้งออกมาจำนวนมาก  เอ๊ะ..จะยังไงกันแน่ ตามข่าวนี้เลยครับ

solar2 พุ่งปรี๊ด

ลองหาคำตอบกันดูน่ะครับว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่  และวันนี้ผมก็มีบทความหนึ่งชื่อว่า สภาแมงเม่า  ของ ดร.สมชาย  ที่ได้เขียนเรื่องราวของ SOLAR   ณ ปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจ  เพื่อประกอบกับคำตอบที่มีอยู่ในใจของทุกท่านกันด้วยน่ะครับ ลองอ่านกันดูน่ะครับ

คุณอดิพงษ์ จากมีนบุรี กรุงเทพฯ พูดถึงข่าวคราวของหุ้น SOLAR หรือ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวลือเยอะแยะไปหมด และส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นอย่างรุนแรง จึงสงสัยข่าวที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ว่า มีการแตกคอกันจริงไหม? ทั้งที่ 1 เดือนก่อนหน้านี้ เห็นเว็บไซต์บางแห่งยังเชียร์ให้เล่นหุ้นตัวนี้ ทำให้เชื่อว่า นี่เป็นเกมแหกตารายย่อยหรือเปล่า

ประเด็นของที่อาจารย์ค่อนข้างให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ คงเป็นการรวมตัวของนักลงทุนที่ชอบเรียกตัวเองว่า “VI” เพราะนักลงทุนกลุ่มนี้ชอบถึงความสำเร็จในการลงทุนเป็นประจำ พร้อมกับเสนอแนวทางการลงทุนที่ทำให้เชื่อว่า คนอื่นก็สามารถสำเร็จเหมือนกับตัวเองได้

น่าเสียดายที่โลกของความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ซึ่งเป็นผลมาจากรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกัน รวมถึงข้อมูลสำคัญบางอย่างที่เกี่ยวกับตัวหุ้น ก็กระจายไม่ทั่วถึงอย่างที่ควรจะเป็น ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นว่า VI บางคนมีกำไร และ VI บางคนก็ขาดทุน

เหมือนกับกรณีของหุ้น SOLAR หรือ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) อาจารย์ถือเป็นช็อตที่บอกเล่าเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และยังเป็นอุทาหรณ์สอนใจเหล่านักลงทุนว่า เกมการเงินไม่เข้าใครออกใคร ขนาดกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เข้ามาใหม่ยังหักกันได้ ย่อมสะท้อนถึงตัวธุรกิจพลังงานทางเลือกไม่ได้ดีเหมือนกันทุกเจ้านะครับ

อาจารย์จึงขอยกข้อความท่อนหนึ่งขึ้นมาบรรยาย เพราะเนื้อหาในส่วนนั้นมีการพูดถึงอนาคตที่สดใสของหุ้น SOLAR  ซึ่งเป็นการกล่าวไว้ว่า หุ้นพลังงานทดแทนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะ “ต้นทุนการผลิต” ของพลังงานทดแทนมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม (พลังงานน้ำ พลังงานก๊าซธรรมชาติ พลังงานจากน้ำมันเตา) เริ่มสูงขึ้น จนในที่สุดจะเกิด “จุดตัด” ในอนาคต และอาจจะทำให้การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์มีอนาคตที่ดีขึ้น

ตรงนี้เป็นข้อมูลที่พูดกันแบบหยาบๆ ไม่ได้ลงในรายละเอียดว่า ต้นทุนในการทำธุรกิจไม่เหมือนกัน และโครงการที่กำลังจะทำนั้น มีคู่แข่งเข้ามาร่วมแบ่งปันกี่ราย หรือแม้กระทั้งเมื่อได้โครงการดังกล่าวมาแล้ว ต่อจากนั้นตัวบริษัทจะเบ่งกำไรได้หรือเปล่า?

นี่คือจุดแตกหักที่ทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่บางคนตัดขายหุ้นทิ้งทันที เพราะโปรเจ็คที่ร่วมกันลงขันนั้น ไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งต้องรอให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง 1.นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี 2.นายนริศ จิระวงศ์ประภา 3.นายอัครเดช โรจน์เมธา 4.นายจีรเดช จงวัฒนาศิลป์กุล 5.นายนิพนธ์ สังวาลมานนท์ ออกมาเปิดเผยความในใจผ่านสื่อกันเอาเอง

หากไม่ชี้แจงอะไรออกมาอย่างเป็นทางการก็แสดงว่า มีปัญหาภายในเกิดขึ้นจริงๆ ส่วนจะเป็นการแหกตารายย่อยหรือเปล่า อันนี้ให้นักลงทุนใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินกันเอาเองครับ

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm