ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

MILL : บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน)

รักษ์รวย : นั่งอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ไปเรื่อยๆ ทุกวันๆ ผมเห็นข่าวการที่บริษัทต่างๆ ของไทย เข้าไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน ก็ค่อนข้างเยอะเหมือนกันน่ะครับ  เห็นบอกว่าถ้าเปิดประชาคมอาเชียน หรือ AEC อย่างเป็นทางการจะทำให้กิจการที่ลงทุนนั้นได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่เลยละครับ

บุญมี : แล้วที่เห็นได้ชัดก็น่าจะเป็นโครงการทวาย และอีกหลายๆ โครงการอย่างเช่น โรงไฟฟ้าต่างๆ ที่เข้าลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่ง

รักษ์รวย : ไม่ใช่แค่โรงไฟฟ้า อย่างเดียวหรอกน่ะครับ ธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก ก็มีการไปลงทุนในต่างประเทศเหมือนกัน  โดยเฉพาะประเทศพม่า  เนื่องจากในอนาคตอันใกล้ พม่ามีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมาก ทั้งการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่ามีความต้องการใช้เหล็กจำนวนมาก และยังมีสิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษีถึง 7 ปีเลยน่ะครับ

mill head 2

บุญมี : สามารถเดินเครื่องได้ตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2558 ตอนนี้ก็พฤศจิกายน เข้าไปแล้ว ผลที่ได้เป็นยังไงบ้างละ

รักษ์รวย : ผลที่ได้ก็ยังคงมีข่าวดีออกมาเรื่อยๆ น่ะครับ ยกตัวอย่างข้อมูลในข่าวนี้ครับ

ข่าว

รักษ์รวย : กลุ่มบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ มิลล์คอน (MILLCON) เป็นผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กชั้นนำของไทย และเป็นศูนย์บริการด้านผลิตภัณฑ์เหล็กแบบครบวงจร โดยมีผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่เหมาะกับความต้องการที่หลากหลาย อาทิ เหล็กเส้นกลม (Round Bars) เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Bars) เหล็กตัวซี (Lip Channel Steel) และผลิตภัณฑ์เหล็กอื่นๆ อีกมากมาย

บุญมี : พูดมาขนาดนี้ อย่าลืมหยิบงบการเงินขึ้นมาด้วยน่ะครับ ไหนมาดูสิว่าขาดทุนมานานเท่าไหร่ และทำไมถึงมีกำไรได้

mill head งบ

บุญมี : กำไรลดน้อยถอยลงเริ่มมาตั้งแต่ปี 55 จนถึงขั้นขาดทุน ในปี 56 และปี 57 ที่ยิ่งขาดทุนหนักเข้าไปอีก อาจจะเนื่องด้วยปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมา จึงส่งผลกระทบต่อการขนส่งและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ มาถึงปีนี้มีกำไรสุทธิที่ 885.9 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.28  เรามาลองคิดเล่นๆ ว่ากำไรไตรมาสสุดท้ายจะเป็นยังไง เราก็ลองเรา 885.9 / 3 = 295.3 ได้มาว่าบริษัทมีกำไรเฉลี่ย 295.3 ล้านบาท ถ้าเอามาบวกกันทั้งปีก็จะได้ 295.3* 4  = 1,181.2  คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น ที่ 1,181.2 / 3,114.8 (จำนวนหุ้น)  =  0.37 บาทต่อหุ้น  แบ่งเป็นเงินปันผลประมาณ 40% เท่ากับ 0.37 * 40 % = 0.148 บาทต่อหุ้น เข้าหลักขี้หมาที่ 2% เพื่อหาราคาที่ควรจะเป็นได้เท่ากับ 0.148 *100/ 2 = 7.4 บาท /หุ้น  ในขณะที่ราคาปัจจุบันยังอยู่ที่ 1.68 บาท/หุ้น  เกิดส่วนต่างถึง 5.72 บาทเลยทีเดียว แบบนี้ถือว่าพลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือเลยทีเดียว

รักษ์รวย : พี่พูดแบบนี้ เดี๋ยวลูกน้องพี่มาได้ยินเข้า  เดี๋ยวลูกน้องของพี่ก็แห่กันไปซื้อกันทั้งบริษัทหรอก

บุญมี : เย้ย… พี่ไม่ได้บอกให้ไปซื้อสักหน่อย ก็แค่ตั้งสมมติฐาน  แต่ข่าวบอกว่าที่มีกำไรเนื่องจากต้นทุนลดลงมากจึงทำให้มีกำไร งั้นแสดงว่าก่อนหน้านี้ธุรกิจต้องแบกภาระกับต้นทุนที่สูงริบริ้วถูกมั้ยรักษ์รวย

รักษ์รวย : ใช่ครับ… พี่ลองดูตัวเลขข้อมูลเหล่านี้สิครับจะเห็นได้ว่า ต้นทุนสูงกว่ายอดขายมาโดยตลอด แล้วจะไม่ให้ขาดทุนได้ยังไงละ

mill head ต้นทุนยอดขาย

บุญมี : นั่นสิน่ะ ตอนนี้อัตราส่วนทางเงินเป็นยังไงบ้างละ

รักษ์รวย : ได้เลยครับ อัตราส่วนทางการเงินเป็นแบบนี้ครับ

Ratio mill

รักษ์รวย : ใครได้ยินแล้วจะซื้อก็มาดูนี่กันก่อนน่ะครับ มองดูรายการหนี้สินหมุนเวียน มีเยอะกว่า ทรัยพ์สินหมุนเวียน เรารู้สึกยังไง ถามเองตอบเอง ก็รู้สึกว่า สภาพคล่องทางการเงินนั้นไม่ดีเอาเสียเลยดูจากช่องทางขวา Current Ratio 0.67 และ Quick Ratio 0.46 : 1 มองลงไปด้านล่างจะเห็นค่าอัตราส่วนรวมหนี้สินต่อส่วนทุน นั่นก็คือ D/E Ratio เท่ากับ 2.46 เท่า นั่นมีความหมายว่า หนี้เยอะมากเหลือเกิน งานนี้การกู้เงินเพื่อมาต่อยอดลงทุนเป็นไปได้ยากมากหรือไม่สามารถกู้ได้เลยนั่นเอง แล้วถามว่าทำไมเงินที่สามารถลงทุนได้ถึงได้ ติดลบแบบนั้น ถามเองตอบเองอีกเช่นเคย มันก็มาจากการที่เรานำสินทรัพย์หมุนเวียน ลบด้วยหนี้สินหมุนเวียน จะมีค่าเท่ากับ (4,079,067) ล้านบาทนั่นเองครับ

บุญมี : ที่จริงถ้าเราดูราคาปัจจุบัน 1.68  แล้วมาดูส่วนของ BV ที่ 1.73 และมี P/BV มีเพียงแค่ 0.97 เท่านั้นเอง ราคาต่ำปัจจุบันกว่ามูลค่าทางบัญชีอีกน่ะ แบบนี้ก็ถือว่าราคาก็ยังไม่แพงนี่น่า  P/E = 47.6 เท่า แต่เงินที่จะลงทุนขยายกิจการต่อไม่มีแล้วน่ะสิ จะเอายังไงต่อดีละ ต้องรอไปอีกนานแค่ไหนถึงจะคืนทุน 47 ปี นานไปมั้ย  เพราะพี่ก็พึ่งเจอข่าวการที่จะพลิกมามีกำไรของ mill ตั้งแต่ปี 57 แล้วละ มาถึงปีนี้ก็ทำได้จริงๆ แต่จะมีเสถียรภาพมากน้อยยังไงละ เพราะการกำไรครั้งนี้มาจากต้นทุนที่ลดลงด้วยปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามาหนุน แต่หากต้นทุนนั้นดีดกลับมาที่เดิมละ ผลมันจะเป็นยังไง ลองอ่านข่าวที่พี่บอกสักหน่อยน่ะ

mill head

รักษ์รวย : หากผู้บริหารต้องการขยายกิจการหรือเสริมสภาพคล่องและชำระหนี้สินต่างๆ ให้หมดไปก็คงจะเหลือเพียงวิธีการเพิ่มทุนเท่านั้นถูกต้องมั้ยครับ แต่จะเพิ่มได้สำเร็จหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทแล้วละครับว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน

บุญมี : ดังนั้นหากใครที่สนใจในหุ้นตัวนี้แล้วก็ลองจับสัญญาณการเพิ่มทุนและต้องเพิ่มเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ ความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหน เพราะเห็นว่าเพิ่งจะออก WARRANT ไปในปีนี้เหมือนกันน่ะ แต่พี่ไม่รู้ว่ามีการใช้สิทธิกันมากน้อยแค่ไหน  เห็นบอกว่าจะเอาเงินเพิ่มทุนไปลงทุนในกิจการพลังงานทดแทน ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการปัจจุบัน อันเก่ายังไม่ไปไหนเลยอ่ะ จะทำเรื่องใหม่อีกแล้วละครับ เอาเป็นว่าเราก็รอดูโครงการใหม่ๆ ของ MILL ไปเรื่อยๆ รวมทิศทางของกิจการเดิมด้วยก็แล้วกันครับ

รักษ์รวย : ผมว่ามันก็น่าสนใจอยู่นะครับ ว่าแต่ว่าผมต้องรออีกสักกี่ปีละครับ

บุญมี : ไม่รู้

รักษ์รวย : แล้วพี่ละจะซื้อมั้ยครับ

บุญมี : ไม่รู้  เอาไว้แค่นี้ไปก่อนน่ะ