ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

MCS บริษัท เอ็ม.ซี.เอส. สตีล จำกัด (มหาชน)

รักษ์รวย : กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮ้า ไฮ้ ฮ้า ไฮ้

บุญมี : โอ้โห้…. วันนี้มาในชุดนักกีฬาจะแข่งกีฬาที่ไหนเนี้ย

รักษ์รวย : พอดี ผมจัดกิจกรรมกีฬาสีภายในออฟฟิศผมนะครับ เพื่อสร้างความสามัคคีให้กับบุคลากรในออฟฟิศ

บุญมี : ดี ดี แล้วอย่างรักษ์รวยเนี้ยเล่นกีฬาอะไรเป็นบ้างละเนี้ย

รักษ์รวย : ผมเล่นบาสเก่งน่ะ… ผมยังเคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งโอลิมปิกสักครั้งหนึ่ง

บุญมี : แล้วยังไงละ ได้ไปแข่งกับเค้าหรือยัง

รักษ์รวย : จะไปคงไปแข่ง.. อะไรกับเค้าละพี่  ตั้งแต่จบมัธยมมาผมยังไม่ได้แตะลูกบาสกับเค้าเลยสักที

บุญมี : พูดถึงโอลิมปิก พี่เห็นคำนี้ที่ไหนแว้บๆ น่ะ เมื่อเช้านี้เอง

รักษ์รวย : โอ้ย.. ยังอีกนานครับพี่กว่าจะจัดกันอีกที ได้ข่าวว่าครั้งหน้าเจ้าภาพจะเป็น ญี่ปุ่น หรือเปล่า

บุญมี : ใช่เลย… พี่คิดออกแล้ว จากหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อเช้านี้เอง มีเขียนเกี่ยวกับโอลิมปิกด้วย  เดี๋ยวพี่ขอหามาดูแปปหนึ่งน่ะ

mcs

รักษ์รวย : อะไรของพี่เนี้ย MCS แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ สะดุดไม่เป็น เกี่ยวอะไรครับโอลิมปิก

บุญมี : แกอ่านหรือยัง ดูที่คอลัมน์สุดท้าย เขาบอกว่า MCS มีโอกาสได้รับงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดแข่งขันโอลิมปิกปี 2563 ที่ประเทศญี่ปุ่น  โดยญี่ปุ่นจะมีการปรับปรุงสนามกีฬาแห่งชาติใหม่อีกด้วย

รักษ์รวย : แล้ว MCS เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรละพี่

บุญมี : ไม่รู้เหมือนกัน

รักษ์รวย : อ้าว

บุญมี : งั้นเราไปดูพร้อมๆ กันเลยละกัน

บริษัท เอ็ม.ซี.เอส. สตีล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) (เดิมชื่อ “บริษัท เอ็ม.ซี.เอส. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” และ “บริษัท เอ็ม.ซี.เอส. โฮโกกุ จำกัด”) ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในวงการเหล็กและธุรกิจก่อสร้างมานาน 4 ท่าน คือ ดร.ไนยวน ชิ นายสมพงษ์ เมธาสถิตย์สุข นายมาโนช อิวานุวัฒน์ และสุวัธน์ อึ้งภากรณ์ ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 15ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญชำระเต็มมูลค่า จำนวน 500 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อประกอบธุรกิจผลิตและติดตั้งโครงสร้างเหล็กทั่วไปขนาดไม่ใหญ่สำหรับอาคาร  ต่อมาได้พัฒนาเป็นผู้ผลิตโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ (Fabricated Steel) โดยเฉพาะโครงสร้างเหล็กที่เป็นคาน (Beam) และเสา (Column-Box) ที่มีความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนได้ดี เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสูงขนาดใหญ่

รักษ์รวย :  บริษัทมีการจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าโดยตรง ไปยังกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมาขนาดใหญ่และลูกค้าที่มีโครงการก่อสร้างทั่วไป โดยในปี 2557 บริษัทมีการจัดจำหน่ายโดยตรงให้กับลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นประมาณ 93 % ของปริมาณการจำหน่ายรวม ส่วนที่เหลือเป็นงานในประเทศประมาณ 7 % ซึ่งโดยทั่วไปบริษัทจะได้รับรายการสั่งซื้อล่วงหน้าจากลูกค้าอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี ทำให้บริษัทไม่มีปัญหาเรื่องการผลิตและจำหน่าย นอกจากนี้ สินค้าของบริษัทมีคุณภาพได้รับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประเทศญี่ปุ่น และบริษัทได้รักษาคุณภาพชิ้นงานที่ผลิตให้ได้ตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการยอมรับจากสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อีกด้วย

บุญมี :  ส่วนใหญ่จะเน้นการรับงานจากประเทศญี่ปุ่นและจีนสิน่ะ  ซึ่งจุดเด่นที่เราคาดการณ์ว่าจะทำกำไรให้กับ MCS ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ก็คือ การรับงานจากการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่จะถึงนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น

รักษ์รวย : เรามาดูในส่วนของงบการเงินกันก่อนดีกว่า

mcsงบ

จะเห็นว่า MCS มีกำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ EPS  เพิ่มมากขึ้นทุกปี จากปี 55 ที่มี กำไรต่อหุ้นที่ 0.33 มาถึงปัจจุบันที่ไตรมาส 3/2558 นั้นมีกำไรต่อหุ้นที่ 0.90 บาท ลองสังเกต ROE จากปี 57 มาจนถึง 3/2558 เพิ่มขึ้นมากโดยมีส่วนต่างกันถึง 19.27 %

บุญมี : ลองมาดูในส่วนของยอดขายและรายได้กันบ้างน่ะ

mcs รายได้

ยอดขายสุทธิไตรมาส 3/2558 เทียบกับ ไตรมาส 3/2557 ต่างกันริบลับเลยทีเดียว  เอาเป็นว่าดูตามตารางแล้วทุกอย่างเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก

รักษ์รวย :  เรามาดูอัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงิน ของ MCS กันดีกว่าครับ

mcs สภาพคล่อง

MCS มีอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 1.68 ซึ่งถือว่าค่อนข้างจะดีเลยทีเดียว  มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ D/E Ratio  อยู่แค่ 0.78 เท่า เพราะฉะนั้นยังสามารถกู้เงินเพื่อที่จะนำไปลงทุนในกิจการได้อีกมาก

บุญมี : เราลองมาเดาราคากันเล่นๆ ดูสิว่าจะได้เท่ากับที่บทวิเคราะห์ได้คำนวณไว้หรือเปล่า  โดยการทำให้ EPS ปี 2558 นั้น กลายเป็น EPS เต็มปี 4 ไตรมาส ก็จะต้องนำ EPS เต็มปีของปี 2557 มาลบด้วย EPS ไตรมาสที่ 3 ของปี 2557 ก็จะได้ EPS ไตรมาส 4 ของปี 2557 มาบวกกับ EPS ไตรมาสที่ 3 ของปี 2558  งงมั้ย

รักษ์รวย : ไม่งงครับพี่

บุญมี : ก็จะได้ EPS  1 ปี 4 ไตรมาส เท่ากับ  0.16 – 0.02 = 0.14 + 0.90 = 1.04  บาท/หุ้น  แล้วอัตราปันผลของ MCS เป็นเท่าไหร่

รักษ์รวย :   ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ครับ

บุญมี : เราก็จะนำ 1.04 * 50 %  ก็จะเหลือเท่ากับ 0.52  หรือเรียกง่ายๆ ก็คือเหลือแค่ครึ่งเดียว นำมาเทียบกับหลักขี้หมาที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ประมาณ 2 – 2.5 ก็จะได้ราคาที่คาดเดาอยู่ที่ 0.52 * 100 /2 = 26 บาทต่อหุ้น  และ 0.52 * 100/2.5 = 20.80 บาทต่อหุ้น  สรุปคือราคาที่เราคาดเดาโดยหลักขี้หมาของเราจะได้ราคาอยู่ที่ประมาณ 20 – 26 บาทต่อหุ้นนั่นเอง  พอจะใกล้เคียงกับที่สำนักวิเคราะห์เค้าคาดการณ์มาบ้างมั้ย

รักษ์รวย  : ไม่รู้สิพี่เค้าไม่ได้บอกไว้ในข่าว  แต่ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 10.70 บาทต่อหุ้น ( 19/01/2558) แล้วยังมีปัจจัยอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยที่จะทำให้มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของกำไรครับ

บุญมี : MCS ยังเหลืองานอยู่ในมือที่ยังไม่ได้ส่งมอบอีกเพียบ

งานส่งมอบ

และสิ่งที่หลายกิจการมองว่าทำให้กิจการต่างๆ แย่ลง แต่กับ MCS กลับมองว่าทำให้กิจการเป็นบวก นั่นก็คือราคาน้ำมันที่ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ ทำให้ส่งผลกระทบแง่บวกต่อต้นทุนการขนส่งในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ส่งออก ราคาน้ำมันที่ลดลงนั้นส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  และสิ่งที่มองต่อก็คืออัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงินเยนของญี่ปุ่น  หากค่าเงินของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น เมื่อบริษัทได้รับเงินสกุลเยน แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยก็จะทำให้มีกำไรมากขึ้นยังไงละ

รักษ์รวย :  การวิเคราะห์หุ้นนี้ หากจะมองเพียงแต่ตัวบริษัทอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะครบเครื่องทุกอย่างเสมอไปน่ะครับ เรายังต้องมองเศรษฐกิจไทย  เศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจของคู่ค้าอย่างสำคัญด้วยสิน่ะครับ

บุญมี : ถูกต้องแล้วละ….. อ้าว.. แล้วนี่ไม่ไปแข่งกีฬาแล้วเหรอ

รักษ์รวย : นี่มันกี่โมงแล้วครับ

บุญมี : ก็ประมาณ 14.30 แล้วละ

รักษ์รวย : ตายละ….. ผมมีแข่งบาสตอน 14.00 น. สงสัยจะไม่ทันแล้วมั้ยเนี้ย ไปละน่ะครับพี่ สวัสดีครับ

บุญมี : โชคดี ขอให้ไปให้ทันน่ะ

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm