ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

บุญมี :  ครั้งที่แล้ว เราทิ้งท้ายกันว่ายังไงน่ะรักษ์รวย

รักษ์รวย : ที่ผมบอกว่า โบรกของผมบอกว่าให้จับตาดู BDMS ใช่มั้ยครับ

บุญมี : อ่อ.. ใช่… จากข่าวที่เราดูกันครั้งก่อนถูกมั้ย  ข่าวนี้พี่จำได้ ว่ามีชื่อของ BDMS อยู่ด้วย

Untitled1

ผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ซื้อหุ้นกว่า 40.38 ล้านหุ้น

รักษ์รวย : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ “BDMS” ซึ่งเป็นชื่อย่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในเชิงรายได้ และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในหมวดธุรกิจการแพทย์ บริษัทมีสินทรัพย์รวกว่า 96,100 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือ 40 แห่งในประเทศไทย และ 2 แห่ง ในประเทศกัมพูชา บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพในการรักษาพยาบาล ทั้งทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและคุณภาพในการรักษา การวินิจฉัยโรคที่เป็นมาตรฐานสากล รวมถึงความพร้อมและศักยภาพในการดูแลรักษา ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทัดเทียมมาตรฐานโรงพยาบาลระดับนานาชาติ

บุญมี : ที่ว่ามีอยู่ประมาณ 40 แห่งมีที่ไหนอะไรยังไงบ้างละ

รักษ์รวย : ก็จะมีโรงพยาบาลเครือข่ายในไทยและกัมพูชา จำนวนรวมประมาณ 40 แห่ง ดำเนินการภายใต้ชื่อโรงพยาบาลทั้ง 6 กลุ่ม คือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลบี เอ็น เอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล นอกจากนี้เครือข่ายของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยา และ ธุรกิจผลิตน้ำเกลืออีกด้วย

บุญมี : ถ้าพี่จะให้แยกย่อยออกมาเป็นชื่อโรงพยาบาลแต่ละแห่งเลยได้มั้ยละ

รักษ์รวย : โอ้โห้ พี่ครับ… เยอะมากเหลือเกินครับ จะเอามาพูดกันในวันนี้คงจะไม่หมด ผมว่าพี่เข้าไปอ่านใน 56-1 ดูจะดีกว่าครับ ทราบครบทุกโรงพยาบาลแน่นอน ผมให้พี่ดูสัญลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้ไปก่อนละกัน เป็นภาพมาจากโฆษณาของ BDMS อ่ะครับ

4

บุญมี : พี่ก็ค้นข้อมูลมาเหมือนกัน มาดูข่าวนี้กัน

b2

รักษ์รวย : จากตอนนี้ BDMS  มีโรงพยาบาลอยู่แล้วประมาณ 40 แห่ง  ตอนนี้จะเปิดให้ครบถึง 50 แห่งเลยเหรอครับ

บุญมี : มาดูอีกสักหนึ่งข่าว ตรงนี้มีการประมาณการกำไรสุทธิของ BDMS ไว้ด้วย

b1

มีการให้ราคาเป้าหมายที่ 23.25 บาท ซึ่ง ณ ปัจจุบัน BDMS ราคาอยู่ที่ 20.90 บาท ซึ่งยังคงต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่ทางนักวิเคราะห์คาดเดาไว้ให้

บุญมี : มาดูในส่วนของงบการเงินกันบ้าง

1

รักษ์รวย : และอัตราส่วนทางการเงินของผม เพื่อความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

b3

บุญมี : รายการสภาพคล่องอาจจะดูไม่ค่อยดี น่าจะเกิดจากการลงทุนในกิจการใหม่ โดยต้องใช้เงินจำนวนมาก ถ้าหากเอารายการสินทรัพย์หมุนเวียนตั้งลบด้วยรายการหนี้สินหมุนเวียน จะเห็นว่ามีค่าออกมาเป็นลบ ดูสิว่าคล้ายๆ กันกับ VIBHA ที่เราดูกันไปคราวที่แล้วใช่หรือเปล่า

รักษ์รวย : ใช่ครับ VIBHA ก็ติดลบแบบนี้แหละครับ น่าจะมีสาเหตุที่คล้ายๆ กัน แต่เมื่อมาดูจำนวนเงินที่สามารถกู้ได้จาก D/E 0.86 นั้น  BDMS ยังสามารถกู้ได้อีกมากมายมหาศาลเหลือเกิน  ปัญหาเรื่องของการติดลบเมื่อกี้จึงไม่เป็นที่น่ากังวลเลย  ยังมีทางออกได้สบายๆ

บุญมี : ที่เหลือก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ก็ได้แต่รอให้โครงการต่างๆ ของ BDMS คลอดออกมา และเริ่มทำกำไรให้กับบริษัทอย่างที่เราคาดการณ์กันเอาไว้

รักษ์รวย : ราคาเป้าหมายที่ทางนักวิเคราะห์ให้ไว้ ประมาณ 23.25 บาท จากราคาปัจจุบันที่ 20.90 บาท ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะถึงตามเป้า  ทีนี้เราใช้หลักขึ้หมาของเราในการหาราคาเป้าหมายกันดูดีกว่าว่าจะออกมาใกล้เคียงกับที่มีการคาดการณ์ไว้หรือเปล่า โดยผมได้ทำการคำนวณหา EPS  1 ปี 4 ไตรมาสย้อนหลังมาเรียบร้อยแล้วได้ที่ 0.50 บาท/หุ้น นโยบายการปันผลของ BDMS คือ ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการ โดยเชื่อมโยงกับผลประกอบการของบริษัทในแต่ละปี และต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น (โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม) … แบบนี้ผมก็เอาเลขกลมๆ ว่า 50 % ก็แล้วกันน่ะครับ  เราก็จะได้ EPS หลังจ่ายปันผลเรียบร้อยแล้วเท่ากับ  0.50*50% = 0.25 บาท/หุ้น เมื่อนำมาเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 2 % ก็จะได้ 0.25*100/2 = 12.5 บาทเท่านั้นเองครับ  ห่างกับราคาปัจจุบันตั้ง 8.4 บาท/หุ้น ถ้าเทียบที่ 1 % จะได้เท่ากับ  0.25*100/1 = 25 บาท

บุญมี : เดี๋ยวๆ พี่ขอทำบ้าง แต่พี่จะใช้เอาการคาดการณ์กำไรสุทธิจากข่าวด้านบนมาใช้คำนวณ โดยให้สิ้นปี 58 มีกำไรสุทธิที่  8,709 ล้านบาท หา EPS ใหม่ก็นำ 8,709 / 15,490 = 0.56  แบ่งเป็นปันผล 50% = 0.28 เทียบหลักขี้หมาที่ 2% = 14.05  เพิ่มมานิดหน่อยเองอ่ะ ถ้าลองที่ 1 % ละ จะได้เท่ากับ 0.28*100/1 = 28 บาท

รักษ์รวย : แบบนี้ผมขอทำที่กำไรสุทธิปี 59 ที่ 9,749 ล้านบาทนะครับ  จะได้ EPS ที่ 9,749 / 1,5490 = 0.62 แบ่งมาปันผลที่ 50 % เหมือนเดิมก็จะเหลือ  0.31 บาทต่อหุ้น เทียบกับดอกเบี้ยที่ 2 % จะได้เท่ากับ 0.31 *100 /2 = 15.73 บาท/หุ้น และเมื่อเทียบกับ 1% จะได้เท่ากับ 31 บาทต่อหุ้น

บุญมี : แหม.. สนุกกันใหญ่เลยน่ะ  สิ่งหนึ่งที่เราเห็นก็คือ หากกิจการสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราคาหุ้นก็จะสามารถเพิ่มขึ้นได้เรื่อยตามกำไรที่เติบโตนั่นเอง ซึ่งกิจการโรงพยาบาลสามารถที่จะทำกำไรเพิ่มขึ้นในลักษณะแบบนี้ได้อยู่แล้ว เหมือนเดิมว่าเพียงต้องใช้เวลาสักหน่อย

รักษ์รวย : ผมว่า BDMS ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ผมจะเก็บไว้ใน Favourite ของผมละครับ

บุญมี : พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละน่ะ