Head ครูพักลักจำ

หุ้นปั่นต้องระวัง

“ วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำไปทั่วทั้งท้องฟ้า บรรยากาศวันนี้มันช่างเหงาเหลือเกิน ความมืดครึ้มดึงให้จิตใจเราเศร้าหมองตามไปด้วย  ว่าแล้วฝนเม็ดโตก็เริ่มโปรยปรายลงมา  ยิ่งทำให้ความรู้สึกที่มันเหงาอยู่แล้ว กลับเหงาขึ้นไปอีก นั่งมองสายฝนอยู่นาน  ระหว่างนั้นคิดเรื่องที่ไม่น่าจะคิดได้ออกมาหลายเรื่อง และอยากจะทำมันเหลือเกิน แต่ติดที่ว่าฝนนั้นยังคงกระหน่ำลงมาไม่หยุด สิ้นสุดความคิดนั้นลงสายฝนก็หยุดตกขึ้นมาทันที ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ถูกแทนที่ด้วยแสงแดดสว่างจ้า มองขึ้นไปบนฟ้าเจอรุ่งกินน้ำสีสันแสนสวย  เอื้อมมือเลื่อนเปิดหน้าต่างออก ได้ยินเสียงนก หนู เสียงลมพัด ทุกสรรพสิ่ง ออกจากที่หลบฝน ดำเนินชีวิตกันใหม่ พร้อมออกไปลุยและพบเจอกับสิ่งที่สวยงามด้านหน้าเสมอ  ดังคำที่ว่า “ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ”  “

ใฝ่ดี : นี่ลุงเขียนเองหมดเลยเหรอครับ  ลุงเขียนไปทำไมละเนี้ย

ลุงเพียร : ก็เขียนไว้เตือนใจตัวเอง คนเราจะทำอะไรก็ต้องพบเจออุปสรรคทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าผ่านไปได้หลังจากนั้นจะสวยงามเสมอ

ใฝ่ดี :   เหมือนคนที่เล่นหุ้นมีได้ก็ต้องมีเสีย  มีกำไรก็ต้องมีขาดทุน เรื่องพวกนี้มันหนีกันไม่ออกจริงๆ แต่อยู่ที่ว่าใครจะสามารถบริหารให้มันได้ดีมากกว่าเสีย  บริษัทก็เหมือนกันมีชั่วครั้งที่ 7 ก็ต้องมีดีครั้งที่ 7

ลุงเพียร : จะพูดอย่างงั้นมันก็ถูก

ใฝ่ดี : เพื่อนผมกลับมองว่า การเล่นหุ้นคือการพนันครับลุง

ลุงเพียร : แล้วเอ็งบอกเพื่อนว่าไงละ หรือเอ็งคิดว่าไงกับการพูดว่า การเล่นหุ้นคือการพนัน

ใฝ่ดี : ผมกลับมองว่า เป็นการลงทุนมากกว่าครับ เพราะถ้าเป็นการพนันลงไปแล้วมีได้กับมีเจ๊ง กรณีเจ๊งเป็นเรื่องของเงินลงทุนหมด 100%  แต่กับกรณีของหุ้น  เงินลงทุนยังอยู่เพียงแต่อาจลดลงถ้าไม่ประสบความสำเร็จ  แต่ถ้าประสบความสำเร็จเงินลงทุนก็เพิ่มพูนขึ้น

ลุงเพียร : ก็ใช่น่ะ  การเล่นหุ้นเป็นการลงทุนแต่จะเป็นการลงทุนที่ 100%  เราจะต้องคิด วิเคราะห์ อีกทั้งจินตนาการต่ออนาคตของกิจการ  จนมีคำตอบว่า หุ้นดี เราจึงจะลงทุน  ถ้าเราทำการบ้านมากเรื่อยๆ จนตอบคำถามว่าหุ้นดีได้สมควรลงทุน การเล่นหุ้นของเอ็งก็จะเป็นการลงทุน เพราะใช้สติลงทุน ไม่ได้ใช้ความโลภลงทุน การใดที่ทำไปอย่างมีสติ  การนั้นจะประสบความสำเร็จ เราจะไม่เป็นคนหูเบา เชื่อข้อมูลต่างๆ  จนกว่าตัวเองจะบอกความจริงให้กับตัวเองก่อนจึงจะเชื่อได้ เพราะในตลาดหุ้นเต็มไปด้วยข้อมูลที่ดูเหมือนจริงแต่ไม่จริง สาเหตุก็เพราะต้องการหาผลประโยชน์จากความเชื่อของคนส่วนใหญ่

ใฝ่ดี : พวกเขาซื้อถูกขายแพงตลอดเวลาเลยใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : ถูกต้อง ภาพที่เห็นว่าจริง จึงไม่ใช่ความจริง ข่าวที่ออกมาแม้จะจริง แต่ก็มีวาระซ่อนเร้นอย่างที่เอ็งเคยได้อ่านข่าวว่าผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่เข้าซื้อหุ้นของตัวเองในตลาดหุ้นตอนที่ราคาวิ่งขึ้นมาเป็น 100%  แล้วรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้มาซึ่งหุ้นจากการซื้อในตลาดหรือเปล่า จำนวนไม่กี่แสนหุ้นราคาตลาดก็ไม่กี่ล้านบาท

ใฝ่ดี : ก็เคยอ่านเจอน่ะครับ เมื่อไม่นานมานี้และเมื่อเราอ่านเจอก็จะพาให้รู้สึกมั่นใจว่า ถ้าผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้บริหารของกิจการกล้าออกมาซื้อหุ้นของตัวเองที่ราคาขึ้นไปแล้ว 100% ราคาที่ระดับนี้น่าจะเป็นราคาที่แข็งแกร่ง สามารถซื้อลงทุนได้เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้บริหารย่อมต้องรู้อะไรๆ ดีกว่าเราแน่นอน

ลุงเพียร : “แมงเม่าบินเข้ากองไฟ”  รายย่อยทุกคนคิดแบบนี้บวกกับมีบทวิเคราะห์ออกมาในตอนที่มีข่าวที่ว่าหุ้นตัวนี้สมควรซื้อลงทุน และไม่ใช่ออกบทวิเคราะห์แค่สำนักเดียว ออกมาพร้อมๆ กันหลายๆ สำนัก ถ้าเป็นเอ็งจะรู้สึกยังไงละ

ใฝ่ดี : สำหรับผม ผมว่ามีอะไรอยู่ในกอไผ่แน่นอน แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อยคนอื่นๆ คงจะทำให้พวกเขาเกิดความมั่นใจ คิดมาว่าราคาได้ขึ้นมาไกลแล้ว คิดแต่ว่ามันขึ้นต่อแน่ และคนที่กล้าๆ กลัวๆ ที่จะซื้อในตอนแรกตอนนี้เค้าก็จะไม่ลังเลใจอีกต่อไปที่จะซื้อเก็บไว้

แต่หลังจากซื้อไปแล้ว  ราคาก็ไม่ขึ้นต่อ คือไม่ขึ้นและก็ไม่ลง บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลในเปอร์เซ็นต์ที่ใกล้เคียงกับการเอาเงินไปฝากธนาคาร  พวกเขาจึงถือต่อไปเรื่อยๆ จนเขากลายไปเป็นผู้พยุงราคาหุ้นเอาไว้นั่นเอง

ลุงเพียร : มันก็คือเจ้าของออกของหมดแล้ว เจ้ามือรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า หรือถ้าไม่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เจ้ามือก็เดาเหตุการณ์อนาคตเก่งมาก

ใฝ่ดี : แล้วผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้มาซื้อหุ้นของตัวเองเพิ่มเติมด้วย การซื้อจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ราคาที่เท่านั้นเท่านี้ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย

ลุงเพียร : ถูกต้อง..เขาซื้อลงทุนแล้วรอได้  และหุ้นขึ้นรอบนี้เขาก็ไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไร  หุ้นของเขาก่อนและหลังหุ้นขึ้นยังคงเท่าเดิม ส่วนนักวิเคราะห์ที่วิจารณ์ก็ไม่ได้ผิดอะไร  เพราะวิเคราะห์ให้ซื้อ เพื่อจะทำกำไรในอนาคต  ตอนนี้มันไม่ขึ้นเพราะมันยังเป็นปัจจุบันอยู่

ใฝ่ดี  : อย่างนี้ก็เท่ากับว่าเขาหักหลังเราสิครับ ทั้งๆ ที่เราเอาเงินไปลงทุนกับเขา

ลุงเพียร : ใครจะไปสนเอ็ง.. เอ็งไม่ใช่ญาติพี่น้องเค้านิ ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่เมียเขา เรื่องไรเค้าต้องมาใส่ใจตรงนี้ด้วย
ใฝ่ดี : แต่เขาเอาคนอื่นมาซื้อแทน อย่างงี้ก็เข้าตำราที่ว่า หุ้นขึ้นหรือหุ้นลงต้องมีเจ้าภาพ  เจ้าภาพจะมั่นใจได้ และขนเงินมาลง ต้องรู้ข้อมูลอนาคต  และคนที่รู้ข้อมูลอนาคตดีที่สุดก็คือ เจ้าของ งานนี้อินไซด์มีแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์

ลุงเพียร : ใช่ อิสไซด์มีแน่นอน ฉะนั้นเราจะต้องระวังเรื่องการเสพข้อมูล ต้องคิดในมุมของเรา ต้องไม่เชื่อตั้งแต่ต้น แล้วค่อยหาคำตอบที่ถูกต้องด้วยตัวเอง เมื่อเราได้คำตอบ เราจะรู้ว่า งานนี้กูถูกปล้นชัวร์

ใฝ่ดี : ขอบพระคุณครับลุง