ครูพัก...ลักจำ พี่แป๊ก แ

สร้างความเข้าใจ

พอดี : พี่ค่ะ..ตอนนี้ความตื่นตระหนกในตลาดเงินและตลาดทุนในภูมิภาคเอเชียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับว่าเป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งตลาดหุ้นและค่าเงินเอเชียพากันร่วงถ้วนหน้า และทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายปี ซึ่งขณะนี้กำลังเกิดความกังวลว่าภาวะปั่นป่วนในตลาดหุ้นและตลาดเงินของภูมิภาคเอเชียกำลังกลายเป็นสัญญาณเริ่มต้นของวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหม่ และหากกลายเป็นวิกฤติจริง ก็จะรุนแรงยิ่งกว่าวิกฤติต้มยำกุ้งในอดีต เพราะครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งภูมิภาคเลยใช่มั้ยค่ะ

เต็มใจ : ความตื่นตระหนกว่าเศรษฐกิจของเอเชียกำลังเริ่มมีปัญหา หลังผ่านทศวรรษแห่งการเติบโตมาอย่างโดดเด่นกว่าทุกภูมิภาค ในขณะที่อีกซีกโลกหนึ่งคือสหรัฐฯที่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เมื่อหลายปีก่อน กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ราวกับว่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกยุคใหม่เกิดขึ้นจุดโน้นทีจุดนี้ที ขึ้นกับผลกระทบจากจุดวิกฤติว่าจะมีแรงส่งไปแค่ไหน หากมีขนาดใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯ ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มีขนาดใหญ่และวงกว้างอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแบบนี้แหละจ๊ะ

พอดี : แล้วก็บรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มองในแง่ดีว่าวิกฤติในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น และมีความมั่นใจว่าจีนในฐานะประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นตัวนำเศรษฐกิจของเอเชียจะสามารถฟันฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ได้ แต่นั่นก็เป็นความหวังที่เกิดขึ้นในขณะนี้เท่านั้น ส่วนสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นยังเป็นเรื่องที่ยากประเมินว่าผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยยาวนานแค่ไหนและระดับความรุนแรงก็ยังไม่อาจประเมินได้

เต็มใจ : ถูกต้อง……. และจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กำลังจ่อประตูบ้านในขณะนี้ ทำให้นึกถึงคำกล่าวของนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รวมทั้งผู้รู้อีกหลายคนที่เคยผ่านวิกฤติมาแล้วว่าทางรอดของไทย คือ การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งภายในเพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งหากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งแล้ว ก็เชื่อว่าจะสามารถรับความผันผวนที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการสร้างความแข็งแกร่งในยุคความผันผวนจริงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก

พอดี : ว่าแต่ว่า…..ในตอนนี้ปัญหาก็คือขณะนี้ยังไม่มีใครประเมินว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยแข็งแกร่งเพียงพอรับกับสถานการณ์เช่นนี้หรือยัง เพราะที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินได้ฟังความเห็นของบรรดานักวิชาการ หรือแม้แต่คนในรัฐบาลยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง ซึ่งการชี้ว่าเราแข็งแกร่งมากนั้น ก็มักจะอธิบายกันเป็นบางจุดบางด้าน จนมองไม่เห็นว่าระบบเศรษฐกิจไทยทั้งหมดนั้นมีความเข้มแข็งเพียงพอหรือยังกับการรับวิกฤติขนาดใหญ่ เช่น การประเมินว่าเรามีทุนสำรองมากเพียงพอ เป็นต้น

เต็มใจ :  เรื่องความผันผวนที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสิ่งท้าทายอย่างมากต่อคณะรัฐมนตรีใหม่ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และเราเกรงว่าจากวิกฤติที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลากับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดจากความผันผวนหรือปัญหาเศรษฐกิจรายวัน ซึ่งทำให้การวางรากฐานระยะยาวต้องเลื่อนออกไปหรือต้องชะลอนโยบายบางอย่างออกไป และนั่นก็จะทำให้เราแทบไม่มีเวลากับการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับประเทศเลย

พอดี :  ถ้าเป็นแบบนี้  ณ ตอนนี้  รัฐมนตรีเศรษฐกิจที่รับตำแหน่งจึงมีงานใหญ่สำคัญจากนี้ไปคือการรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังต้องวางรากฐานที่สำคัญให้กับประเทศตามนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้อาจเกินกำลังจะเข้าไปฝืนกระแสได้ ดังนั้นเราเห็นว่าจากนี้ไปรัฐบาลอาจจำเป็นอย่างยิ่งต้องอธิบายและชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจมากขึ้นว่าจากนี้ไปกำลังจะเผชิญกับอะไร และจะเตรียมรับมือกันอย่างไรเพราะการเรียกร้องหรือรณรงค์ให้คนเกิดความเชื่อมั่นอาจไม่เพียงพอกับสถานการณ์จริงที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง

เต็มใจ :  เราก็ต้องเอาใจช่วยท่านอย่างเต็มที่เลยน่ะ

พอดี : ค่ะพี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (บทบรรณาธิการ)