ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

ลงทุนแบบมืออาชีพ ต้องวิเคราะห์เศรษฐกิจเป็น

ขอฝากข่าวการเปิด CONCISE II ที่จังหวัดเชียงใหม่ และที่ อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในเดือนมีนาคม 59 ท่านที่สนใจเข้าไปดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.fpmadvisor.com รับจำนวนจำกัดที่ 100 ท่าน

วันนี้ขอพูดสอนแบบสัพเพเหระก็แล้วกันนะครับ จะเขียนไปเรื่อยๆ ตามใจตัวเองที่อยากจะเขียน

เรื่องแรก อยากเขียนเรื่องหุ้นตก เพราะข่าวว่าอเมริกาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลางเดือนธันวาคม 58 เพราะเศรษฐกิจของอเมริกาดีขึ้น มีความจำเป็นเหลือเกินที่ต้องขึ้น ไม่ขึ้นไม่ได้

ข่าวนี้เป็นข่าวที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และต่อมาก็ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย พูดให้ง่ายก็คือ อเมริกาไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างที่เป็นข่าว (แต่หุ้นตกไปแล้ว) ซึ่งผมก็เขียนไปก่อนหน้านานแล้ว ว่าอเมริกาไม่มีทางจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตอนนี้ สาเหตุเพราะอเมริกาไม่ได้ฟื้นจริง

และยิ่งจีนลดค่าเงินหยวนแล้ว อเมริกาก็ต้องคิดหนักมากๆ หากตัวเองจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีกับอเมริกาเอง

เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยถูกเอามาเล่นอีกรอบ ทำให้หุ้นตก เพราะนักลงทุนจำนวนมากคิดเองไม่เป็น ว่าจริงๆ แล้วความเป็นไปได้ที่อเมริกาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมันมีความเป็นไปได้ขนาดไหน

การคิดเองไม่เป็น ได้แต่อ่านแล้วเชื่อ เชื่อ เชื่อ เพราะคิดไปเองว่า คนที่เขียนให้เราอ่านคือผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นอันตรายมาก อย่างข่าวมีขนาดเขียนว่า เพราะอเมริกาฟื้นตัว อเมริกาจึงขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่หลังจากขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว อีกไม่นานอเมริกาจะลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อให้มีเครื่องมือที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ

ผมอ่านแล้วก็งง ว่าอะไรว่ะ

การขึ้นอัตราดอกเบี้ย จริงๆ ต้องขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัว พาให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้การฟื้นตัวเกิดความไม่ยั่งยืน เพราะเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าสูงขึ้น) มาเตะตัดขา ทำให้บรรยากาศการฟื้นตัวเสียหายไป

คำถามจึงถามนักเรียนว่า การฟื้นตัวของอเมริกาตอนนี้ ถึงขนาดที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อในอเมริกาหรือยัง

คำตอบคือ ไม่น่า (ยัง) และถ้ายัง นั่นก็หมายถึง การพยายามขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ภาวะเงินเฟ้อยังไม่เห็นวี่แวว เป็นเรื่องที่พระเอกออกมาผิดเวลา กลายเป็นว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะอัตราดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อได้ก็จริง แต่มันก็ได้ทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น พาให้เกิดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น เกิดการลดลงของการบริโภคภายในประเทศ แต่เพิ่มการบริโภคออกนอกประเทศ ดังนั้น จึงต้องคำนึงถึงการลดและเพิ่ม (สุทธิ) ด้วยว่า จะเกิดผลเป็นบวกหรือลบ

ถ้าการลดลงของการบริโภคในประเทศ ลดลงน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของการบริโภคสินค้าจากนอกประเทศ (นำเข้า) อเมริกาก็เจ๊ง

การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจึงเหมือนเป็นดาบสองคม คมนึงให้คุณ อีกคมให้โทษ และคมที่ให้คุณ มันถึงเวลาแล้วหรือยัง

เรื่องแบบนี้ คนลงทุนต้องวิเคราะห์เองให้ได้ อย่าไปเชื่อว่า มีคนที่เก่งกว่าเรา ถ้าคนลงทุนเชื่อแบบนี้ คนลงทุนจะไม่มีทางเห็นอนาคตด้วยตัวเองได้เลย

โดยส่วนตัว ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกายังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้แน่นอน

แต่ถ้าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ววันนี้ หากขึ้นก็มีวัตถุประสงค์เดียว คือต้องการให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เพราะอเมริกาต้องการจะซื้อน้ำมัน ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ราคาน้ำมันที่นำเข้าของอเมริกาจะถูกลง อเมริกาจะทุบราคาน้ำมันต่อ

ถ้าแบบนี้ อเมริกาขึ้นอัตราดอกเบี้ยแน่ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมาพร้อมกับราคาน้ำมันที่ตกลงอีก

แต่การทุบเพื่อเก็งกำไร (ซื้อถูกขายแพง) กับน้ำมัน ก็เข้าทางจีน และเป็นผลบวกกับโซนเอเชียที่จะมีต้นทุนการผลิตต่ำลง งานนี้โซนเอเชียก็จะดีวันดีคืน ซึ่งจะเร่งให้ค่าเงินโซนเอเชียแข็งค่าเร็วขึ้น

เมื่อค่าเงินโซนเอเชียแข็งค่าเร็วขึ้น ทุกประเทศต้องลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อชะลอการแข็งค่าของค่าเงิน ทำให้เกิดส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างโซนเอเชียกับอเมริกา ที่อาจไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก งานนี้ก็ไม่เห็นประโยชน์ของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของอเมริกา

และยิ่งโซนเอเชียขณะนี้มีอภิมหาโพรเจคที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์โลก ยิ่งไม่เป็นประโยชน์จากการที่อเมริกาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตอนนี้ เพราะเงินลงทุนมหาศาลสามารถจะหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันในประเทศได้ โดยไม่ต้องซีเรียสกับเรื่องการขาดดุล หรือเกินดุล จากการส่งออก

ประเด็นค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น จึงไม่มีสาระที่จะทำให้โซนเอเชียเกิดปัญหา ถึงขนาดทำให้เกิดเงินทุนไหลออกไปอเมริกาแบบมหาศาล เป็นเหตุให้เกิดสงครามค่าเงินแบบเมื่อในอดีต

ทั้งหมดทั้งปวงที่ผมใช้หลักตรรกะแบบ 1 + 1 = 2 ผมมองไม่เป็นประโยชน์ที่อเมริกาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตอนนี้ เพราะจะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี

ผลร้ายที่เห็นชัดมากๆ ก็คืออเมริกาจะเจ๊งจากการนำเข้า และเสียโอกาสการปล่อยเงินทุนให้เคลื่อนย้ายออกไปโซนเอเชีย เพื่อตามน้ำไปกับ (เก็งกำไร) การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโซนเอเชีย

อเมริกาสู้ส่งเงินทุนออกนอกประเทศมาเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ที่ดินและหุ้นน่าจะเป็นโอกาสในการโกยเงินกลับประเทศ (ปล้น) เพื่อฟื้นฐานะทางการเงินของประเทศ น่าจะเป็นอะไรที่อเมริกาถนัดมากๆ ซึ่งถ้าอเมริกาเลือกทางนี้ อเมริกาไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยแน่

และถ้าเลือกทางนี้จริงๆ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูง การปล่อยข่าวการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็จะกลายเป็นเรื่องของการทุบหุ้นเพื่อเก็บของถูกไปโดยปริยาย

จาก 1,400 จุด ทุบไป 1,300 เมื่อในอดีต มาวันนี้หุ้นกลับไปใกล้จะ 1,400 แล้ว ถูกทุบลงมาที่ 1,300 จุดอีกรอบ รวม 2 รอบกับข่าวลือที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกบอกว่า อเมริกาขึ้นอัตราดอกเบี้ยแน่กลางเดือนธันวาคม 58 นี้

ตามดูแบบไม่กระพริบตานะครับ ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร

ตัวอย่างที่เขียนให้นักเรียนอ่านในวันนี้ ก็เพื่อจะบอกนักเรียนว่า วิเคราะห์ถูกผิดไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เรื่องที่คอขาดบาดตาย คือ เรื่องที่นักเรียนในฐานะคนลงทุนในหุ้นไม่สามารถจะคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง ว่าในทัศนะของนักเรียน นักเรียนเห็นอย่างไร นักเรียนไม่มีความจำเป็นต้องเห็นเหมือนกับข่าว เหมือนกับบทวิเคราะห์ก็ได้ นักเรียนเห็นแบบตัวนักเรียนเอง พูดภาษาชาวบ้านว่า “กูเห็นแบบนี้”

เมื่อกูเห็นแบบนี้ แล้วผลออกมาว่า กูเห็นผิด ตรงนี้สิจะเกิดประโยชน์มหาศาล ถือเป็นการเห็นผิดที่จะทำให้นักเรียนเกิดอาการรู้แจ้งขึ้นมา พาให้การเห็นผิดในวันนี้สร้างการเห็นถูกขึ้นได้ในอนาคต นักเรียนจะเก่ง นั่นหมายความว่า พฤติกรรมการเลิกยืมจมูกคนอื่นหายใจจะเกิดขึ้นได้

การเห็นอนาคตจะเกิดขึ้น เป็นการเห็นอนาคตที่นักเรียน (กู) เห็นเอง ภาวะนี้จินตนาการจะเกิดขึ้น พาให้นักเรียนลงทุนแบบปฏิบัติการสวนทางได้ (คนส่วนใหญ่ขาย เราซื้อ)

ปิดท้ายขอบอกนักเรียนว่า เจ้ามือคือคนส่วนน้อยนิด ถ้าคนส่วนน้อยนิดจะซื้อ เขาก็จะซื้อตอนที่คนส่วนใหญ่ขาย แล้วทำอย่างไรให้คนส่วนใหญ่ขายล่ะ

คำตอบก็ไม่ยาก ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อและเห็นเหมือนกัน เพราะคนส่วนใหญ่คิดเองไม่เป็น

คนส่วนใหญ่ถูกสนตะพายตลอดเวลา การเล่นหุ้นจึงกลายเป็นกรรมที่เกิดมาชาตินี้ทำมาหาได้ต้องเอาไปให้เจ้ามือหมด (ติดดอย)

วันนี้เอาแค่นี้นะครับ ครั้งหน้าจะเขียนเรื่องแบบไหนเรียกว่า ขาดทุน เพราะคนลงทุนจำนวนมากเล่นหุ้นด้วยความโลภ พอหุ้นตก ชีวิตก็ย่ำแย่

จริงๆ แล้วการลงทุนแนว VI ระหว่างการลงทุนอาจเกิดตัวแดงในพอร์ตก็ได้ ถือเป็นเรื่องปกติ ตัวแดงอาจสูงถึง 30% ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ครั้งหน้าจะอธิบายให้เข้าใจครับ

เมื่อเข้าใจแล้ว ก็จะเกิดอาการเจ๊งแบบขำๆ โดยสาเหตุที่ขำๆ ก็เพราะเรารู้ว่าอนาคตมันขึ้นกลับไปแน่ๆ และทำกำไรได้ชัวร์

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm