หัวหน้า รปภ-01

ระวังจะโดนเมีย “ดักจับ! … ข้อมูลการใช้โทรศัพท์”

สมชาย มาเรียนวันแรก หลังจากที่หยุดเรียนไปหลายวัน แกเดินดุ่มๆ มาหาผมที่ป้อมยามพร้อมกับส่งถุงกาแฟให้เช่นเคย…. นี่ผมซื้อกาแฟมาฝากครับพี่ยาม ผมรับไว้แล้วกล่าวคำขอบคุณ แต่วันนี้สมชายมาแปลกกว่าทุกวัน หน้าตาของเขาดูเศร้าหมองถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบหมดอาลัยตายอยากขณะที่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในป้อม

ด้วยความเป็นห่วงผมเลยซักแก่ว่า มีเรื่องในใจอะไรก็เล่าให้ผมฟังได้นะ เพราะผมชอบฟังเรื่องชาวบ้าน (ฮ่าๆ) ผมแซวแกไป แต่ปรากฏว่าได้ผลแฮะ แกเล่าให้ฟังว่า แกโดนแม่คุณทูลหัวยึดโน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์ ห้ามออกจากบ้าน และตัดเงินเดือนเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมคาดโทษว่าหากจับได้อีกจะต้องเลือดตกยางออกแน่ เพื่อเป็นการลงโทษที่จับได้ว่าแกแอบแชทไลน์กับกิ๊ก ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา

ยาม : เหรอ….ยึดแค่ 1 เดือน ก็ไม่น่ามีปัญหาน้า… แล้วเรื่องจริงหรือเปล่า

สมชาย : จริงครับพี่ยาม

ยาม : อ้าว ถ้าอย่างนั้นก็เป็นการลงโทษที่เหมาะสมนะยามว่า..

ผมมีท่าทีที่เห็นด้วยกับเมียของสมชาย

สมชาย : โอ้โห พี่ยาม ถ้าผมขาดโทรศัพท์ถึงเดือน ผมตายแน่ๆ เลยอะ

ยาม : คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง พี่ยามว่า ลองงดใช้โทรศัพท์บ้างก็ดีเหมือนกัน ดีกว่าโดนไม้หน้าสามนะ (ฮ่าๆๆ)

สมชาย : มันก็จริงอยู่หรอก แต่ว่า น้องกิ๊ป น้องก้อย น้องมิล น้องเจน จะอยู่กันยังไงละทีนี้ พี่สมชายออกบ้านไม่ได้ 1 เดือน แถมติดต่อไม่ได้เลย นอกจากโรงเรียน กับที่ทำงานแล้วผมหมดสิทธิ เศร้าจริงๆ

สมชายพูดไปซึมไปอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับท่าทีปลงๆ

ยาม : ว่าแต่ว่า เมียสมชายจับได้ยังไงว่าคุยกับกิ๊กนะครับ ผมก็ว่าสมชายนะมีอาชีพเป็นถึงทนาย น่าจะเนียนกว่านี้นะ

สมชาย : โฮ้… อย่าให้พูดเลยพี่ยาม เมียผมนี่แม่ง…โคตรสุดยอดนักสืบเลยพี่ ตอนแรกที่จับได้ผมก็ไม่ยอมรับ กะว่าไม่มีหลักฐานเรื่องอะไรจะรับซะให้ยาก ตามสโลแกนพ่อปลาไหลอย่างผมที่ว่า จับได้ก็ไม่ยอมรับ ถ้าจำเป็นต้องรับสารภาพจริงๆ ก็รับครึ่งเดียว แต่เมียผมมันโชว์หลักฐานเด็ดมัดเอาซะผมดิ้นไม่ออกเลยครับ มันเอารายละเอียดต่างๆ ที่เป็นข้อมูลการใช้โทรศัพท์ การใช้อินเตอร์เน็ตของผมกับกิ๊กทุกคน มาแฉจนผมอ้าปากค้างไปเลย เท่านั้นแหละ ผมรู้เลยว่ารับสารภาพดีกว่าอย่างน้อยก็ได้ลดครึ่งหนึ่ง

ยาม : เฮ้ย! แล้วเมียลื้อมันรู้ได้ไงฟะ..

สมชาย : พี่รู้จักโปรแกรม สนิฟเฟอร์ (sniffer ) มั๊ย? เมียผมมันใช้โปรแกรมนี้ละดักจับข้อมูลทั้งหมดที่ผมแอบคุยกับกิ๊ก ได้ทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งไฟล์ข้อมูล ทั้งหมด นี่ดีนะที่ไม่ได้คลิบส่วนตัวผมไปด้วย ไม่งั้น ผมไม่ได้อยู่เป็นคนมานั่งคุยกับพี่ยามหรอก…. อูยๆ เข็ดจริงๆ เอ้า.. นี่ได้เวลาชั่วโมงสอนหุ้นตัวใหม่แล้ว ผมไปละพี่ยาม

พูดจบ สมชายก็เดินเข้าห้องเรียนไป ปล่อยให้ผมทำหน้า เอ๋อเหรอ … ตะลึงถึงความเป็นยอดนักสืบแฟนของแก ที่สามารถล็อคคอสมชายได้อยู่หมัด ทั้งๆ ที่ผมนะเชื่อมาตลอดว่าสมชายได้ชื่อว่าเป็นทนายที่เก่ง และเจ้าชู้หาตัวจับยาก ไม่นึกว่าแกจะได้เจอคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อ

ด้วยความที่เป็นคนขี้สงสัยผมจึงทำการค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องไอ้เจ้าโปรแกรม “sniffer” ว่ามันคืออะไร เหตุใดจึงเป็นอันตรายต่อคุณพ่อไก่แจ้ทั้งหลาย จึงได้ความโดยสรุปมาเล่าให้ท่านฟังดังนี้

Sniffer มันคือโปรแกรม ที่ใช้ในการดักจับข้อมูล ในระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบ wireless LAN หรือ ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เป็นระบบเปิด ทั้งหลาย เช่น ระบบอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในโรงแรม ร้านกาแฟ ในออฟฟิศ หรือที่อื่นๆที่เป็นฟรีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นต้น ซึ่งความสามารถของมันนี้ สามารถตรวจสอบถึงข้อมูลได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ภาพ เสียง สี แสง ไฟล์ต่างๆ ต้นทาง ปลายทาง เวลาที่ส่ง คือพูดง่ายๆ ว่า หลักฐานที่ได้นี้ดิ้นไม่หลุดแน่นอนครับ มิน่าล่ะ ทนายสมชายถึงดิ้นไม่หลุด ฮ่าๆๆ

แต่เดิมทีนั้น โปรแกรม Sniffer นี้ ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ทำการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบหาข้อบกพร่องเพื่อทำการซ่อมแซม หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ว่าต่อมาภายหลังถูกใช้แพร่หลาย และได้มีการเขียนเป็นโปรแกรมใหม่ๆ ขึ้นมีชื่อเรียกหลายชื่อและมีมากมายในอินเตอร์เน็ต บ้างก็ขาย บ้างก็ให้โหลดฟรี ไอ้พวกแฮกเกอร์เลยเอาไปใช้ผิดทางคือเอาไปใช้ดักจับข้อมูลที่ต้องการจะจับ เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเป็นต้น เพื่อเอามาใช้ก่ออาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต

ด้านหน่วยงานภาครัฐก็มีใช้โปรแกรมเหล่านี้เหมือนกัน อย่างที่เราเคยเห็นในหนังฮอลลีวูดหลายเรื่องที่ จู่ๆ หน่วยงานลับตรวจเจอว่ามีการใช้บัตรเครดิตของผู้ร้ายที่ประเทศนั้นประเทศนี้ อย่างนี้เป็นต้น นี้ก็จัดว่าอยู่ในกลุ่มโปรแกรม Sniffer

เนื่องจากความที่ผมเป็นคนขี้สงสัย ว่ามันเป็นเรื่องระบบอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย และเรื่องราวของสมชายนี่มันเป็นเรื่องส่วนตัว มันน่าจะมีเขียนไว้ในกฎหมายการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มั้ยนะ ผมหยิบ พรบ.ฯ พลิกไปพลิกมาหลายรอบ ก็มาพบเขียนไว้ในมาตรา 8 เขาเขียนไว้ดังนี้ครับ

มาตรา 8 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อศึกษาดูรายละเอียดขององค์ประกอบความผิด ผู้ร่างได้กำหนดให้องค์ประกอบความผิดมาตรานี้เป็นอย่างนี้ครับ

องค์ประกอบความผิดข้อแรกคือ กระทำการด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดักรับไว้

เขาเขียนคำอธิบายทำนองว่า หมายถึง การดักรับโดยวิธีทางเทคนิค (technical means) เพื่อลักลอบดักฟัง (listen) ตรวจสอบ (monitoring) หรือติดตามเนื้อหาสาระของข่าวสาร (surveillance) ที่สื่อสารถึงกันระหว่างบุคคล หรือเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเนื้อหาของข้อมูลโดยตรง หรือใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ดักรับสัญญาณที่ส่งผ่านสายโทรศัพท์ หรือ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Sniffer เพื่อดักจับคลื่นที่ส่งผ่าน ระบบ wireless LAN เป็นต้น

องค์ประกอบความผิดข้อที่สอง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นอยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์

ข้อนี้หมายความว่าต้องเป็นการดักจับข้อมูลที่อยู่ระหว่างการส่งระหว่างระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น ส่วนข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง ในแผ่นซีดี หรือ ดิสก์ นั้นไม่รวมอยู่ในความผิดฐานนี้ครับ

องค์ประกอบความผิดข้อที่สาม ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นไม่ได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้

หมายความว่า ลักษณะของข้อมูลนั้น มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่ ข้อนี้ เขาไม่ให้ความสำคัญกับตัวข้อมูล แต่ให้ความสำคัญกับวิธีการจัดเก็บ รูปแบบการส่ง ว่ามีมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลหรือไม่เพียงใด เช่น มีการเข้ารหัสการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์เอาไว้ด้วยอย่างนี้ถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีไว้เพื่อสาธารณะ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า แต่ไม่ได้ใช้วิธีการส่งที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงไว้ อย่างนี้ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้

พอผมอ่านจบก็ได้แต่ระทึกในใจว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีมันไปได้ขนาดนี้เลยหรือวะ! ยิ่งคิดยิ่งน่ากลัว นี่ถ้าบรรดาสมาคมภริยาทั้งหลายในประเทศไทย รู้เรื่องนี้มีหวัง เครือข่ายพ่อไก่แจ้ต้องล่มสลายแน่นอน โชคดีของยามอย่างผมจริงๆ ที่ไม่มีเงินซื้อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน (เป็นโทรศัพท์ที่ใช้เชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต) โทรศัพท์ของผมทำได้แค่เพียงโทรออกกับรับสาย จึงหมดสิทธิที่เมียจะดักฟัง….ฮ่าๆๆ