หัวหน้า รปภ-01

“ยำ ร่างกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับแก้ไข)” ตอน 2

ครับ ก็อย่างที่เราคุยกันเมื่อคราวก่อนว่า จะนำกฎหมายเกี่ยวกับ “กฎหมายเศรษฐกิจดิจิตอล” ทั้งหมดมาแบคุยกัน แบบวงกาแฟ,วงเซียมซุน,วงเบียร์ ฯลฯ ก็แล้วแต่จะสะดวกดายแต่ละคน ตามอัธยาศัย วันนี้ถึงคิว “ ร่าง พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่…..) พ.ศ…….” มาแบกันแบบจะๆ ดูซิว่าเป็นยังไงกันบ้าง หลักการและเหตุผลในการแก้ไขคือ (พูดตรงๆก็ได้ว่า ข้ออ้างในการออกกฎหมายนี่แหละครับพี่น้อง) “ ปัจจุบันการการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้นตามพัฒนาการทางเทคโนโลยี่ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์อันก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เช่น ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การบริการสาธารณะ เป็นต้น รวมทั้งเป็นช่องทางเผยแพร่เนื้อหาหรือสื่อผิดกฎหมายอันนำมาซึ่งปัญหาสังคมที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีการใช้คอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสารในการกระทำความผิดอื่นๆ แม้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จะได้ข้อมูลหรือพยานหลักฐานอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีอื่นๆ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเผยแพร่ข้อมูลหรือพยานหลักฐานดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกำหมายอื่นได้ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดปัญหาและข้อจำกัดการใช้อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์อย่างเป็นเอกภาพ “ นี่แหละครับข้ออ้าง ส่วนว่าจะถูกใจใครหรือไม่ถูกใจใครบ้างก็ แสดงความเห็นกันตามอัธยาศัย คราวนี้มาดูประเด็น (เรื่อง) ที่แก้ไขกฎหมายฉบับเดิมนั้น มีอยู่ทั้งหมด 13 เรื่องด้วยกัน ดังนี้ 1) เรื่องเปลี่ยนรัฐมนตรีรักษาการจากเดิมรัฐมนตรีรักษาการคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี่และสารสนเทศ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อย่อว่า กระทรวงไอซีที นั่นเองละครับ ตามกฎหมายฉบับใหม่ที่แก้ไขเพิ่มเติมนี้ เปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลและสารสนเทศ เป็นผู้รักษาการ – หลายๆคนคงงงๆว่า อะไรวะ รักษากงรักษาการ เกี่ยวกับกฎหมายนี่มันยังไง หมายความแบบแปลภาษากฎหมาย เป็นภาษาคนที่เราพูดกันให้มันเข้าใจง่ายๆก็คือว่า คนที่คอยทำหน้าที่กำกับดูแลให้การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และได้รับงบประมาณไปดำเนินการนั่นแหละครับผม – อ้าว แล้วกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลและสารสนเทศ มาจากไหนเนี๊ยะ ไม่คุ้นเลย …. ถูกแล้วก็มันจะคุ้นได้ยังไงละครับ ก็รัฐบาลเพิ่งจะเสนอให้มีการปรับปรุงกระทรวงนี้ เร็วๆ นี้ ยังไม่ออกมาเป็นกฎหมายเลยครับพี่น้อง กำลังทำคลอดกันอยู่พร้อมๆกับกฎหมายฉบับอื่นๆทั้งหมดอีก 9 ฉบับนี่แหละ ถ้าคลอดเมื่อไหร่ละก็ เราจะได้เห็นหน้าตากระทรวงใหม่ภายหลังทำการผ่าตัดศัลยกรรมใหม่ครับ – ที่มาก็คือ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. กำหนดให้มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้ครอบคลุมการทำงานในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มีมิติของภารกิจและความรับผิดชอบเพิ่มเติมขึ้นจากเดิม แบ่งส่วนราชการระดับกรมในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออก เป็น 5 ส่วนราชการ ประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเลขานุการของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการเฉพาะด้านจำนวน 5 ด้าน ใครสนใจลองเข้าไปอ่านดูร่างฯนี้ได้ที่ เว็ปไซต์กระทรวง ไอซีที นะครับ

2) เอ้า! เรื่องต่อไปกันดีกว่า เราไม่คุยเรื่องบริหงบริหารอะไรให้มันมากเรื่อง เพราะตอนนี้พูดน้อยๆ เข้าไว้เป็นดี มีอะไรช่วยส่งเสริม ช่วยเชียร์ ให้รัฐบาล รีบๆทำให้สำเร็จสักทีจะดีกว่า – สำหรับเรื่องต่อไปที่เล็งไว้ว่าจะแก้ไขในร่าง พรบ.ฉบับใหม่นี้ คือเรื่อง การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ไปรบกวนการใช้คอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยปกติสุข ตามมาตรา 11 (เดิม) – บางคนคงงงๆ ว่ามาตรา 11 เดิมมันคืออะไร แล้วที่แก้ใหม่มันเป็นยังไง มันเกี่ยวกับผมยังไง ไม่เห็นเกี่ยวเลย อะไรๆ เทือกนั้น ก็ต้องกุมมือพวกเรากันแน่นๆ แล้ว ฟังช้าๆ มันเกี่ยวแน่นอน และจะทำให้คุณๆทั้งหลายทำธุรกิจการค้าอยากขึ้นครับพี่น้อง ดังนี้นะ ก. มาตรา 11 เดิม ข้อความเป็นดังนี้ครับ “ มาตรา 11 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท” • แล้วความหมายละมันคืออะไร หมายความว่ายังไง อันนี้ผมได้เคยอธิบายไว้แล้วในบทความตอนก่อนแล้ว จะขอพูดอีกครั้งแบบ สรุปสั้นๆคือ มาตรานี้ เดิม ร่างขึ้นมาเพื่อเอาผิดกับพวกที่ชอบส่ง อีเมล์ หรือส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ไป เพื่อก่ออาชญากรรมโดยตรง ซึ่งโดยมากมักจะปลอมแปลงแหล่งที่มาของข้อมูลที่แหล่งส่งข้อมูล เช่น พรางตัว IP ADDRESS อย่างนี้ เป็นต้น ที่เราเคยเห็นตัวอย่างการทำผิดที่พบบ่อยๆก็คือ ส่งอีเมล์ไปหาเหยื่อเพื่อให้เหยื่อเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอีเมล์จากธนาคาร แล้วเหยื่อเข้าไปทำรายการต่างๆในเว็ปที่ลิงก์เข้าไปนั่น เสร็จแล้วก็เผลอกรอกรายละเอียดของบัญชี รหัสบัตรเครดิตเป็นต้น คราวนี้ก็เสร็จเลยครับ ข้อมูลต่างๆก็จะถูกนำไปก่ออาชอาญากรรมทางการเงินดังที่เราเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์นั่นแหละ • แต่ในมาตรา 11 เดิม ก็มีการถกเถียงกันว่า แล้วไอ้การส่งจดหมายอิเลคทรอนิกส์ เพื่อสื่อสารโฆษณาการตลาดนี่มันถือเป็นการรบกวนการใช้คอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยผิดกฎหมายด้วยหรือเปล่า นั่นซิ ประเด็นนี้ถกเถียงกันอย่างมาก ฝ่ายหนึ่งบอกผิด อีกฝ่ายบอกไม่ผิด ซึ่งในทางปฏิบัติก็มีปัญหาว่า มีพวกทำการค้า ทำธุรกิจ ไปซื้อที่อยู่อีเมล์ของเราไป แล้วจัดส่งจดหมายโฆษณามา จนน่าเบื่อน่ารำคาญมาก บางทีก็เป็นไวรัส ซะอย่างนั้น จะยกเลิกก็ไม่ได้ อะไรทำนองนี้ เลยต้องทนรับเมล์ขยะทั้งปีทั้งชาติ ถามว่าใครจะรับผิดชอบ นี้จึงเป็นที่ไปที่มาของมาตรา 11 ที่แก้ไขใหม่นี้ครับ ข. มาตรา 11 (ใหม่) ข้อความเป็นดังนี้ครับ “ มาตรา 11 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยปกติสุข โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท เงื่อนไขรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ” • ครับก็ชัดเจนดีครับ สำหรับมาตรา 11 ร่างใหม่นี้ไม่ต้องไปสอบถามกันอีกว่า คนทำธุรกิจที่ทำการสื่อสารโฆษณาการตลาดผ่านช่องทาง อีเมล์ หรือช่องทางอื่นๆ ที่ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไลน์, SMS , ฯลฯ ทั้งหมดนี้ ถือว่าเข้าข่ายมาตรา 11 ร่างใหม่นี้ทั้งหมดเลย หากจะทำการตลาดจะต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนมารยาทการใช้คอมพิวเตอร์นั่นก็คือ a. ควรจะให้ลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังยินยอมหรืออนุญาตให้จัดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อีเมล์ฯลฯ นี้ให้เสียก่อน จึงจะสามารถจัดส่งได้ b. ในเครื่องมือระบบคอมพิวเตอร์นี้ต้องเปิดโอกาสให้ ผู้มุ่งหวัง หรือลูกค้ามีโอกาสในการที่จะบอกปัด หรือยกเลิก การรับข้อมูลนั้นๆ ได้ตลอดเวลาด้วย c. ควรมีระบบตรวจเช็คอยู่ตลอดเวลาว่าบรรดาบัญชีรายชื่อลูกค้าผู้มุ่งหวังของคุณนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์รับ/บอกเลิกการรับข้อมูล ณ วันที่จะส่งนั้นลูกค้าอยากจะให้คุณส่งหรือไม่ ถ้าเขาบอกเลิกแล้วคุณยังทะลึ่งส่งจดหมาย/ อีเมล์ไปละก็มีหวังโดนปรับสูงสุด 100,000 บาท นี่ผมยังนึกไม่ถึงเลยว่าถ้าบริษัทใหญ่ๆ เช่น ไอ้ที่ขายคอนโด,ประกันชีวิต,ขายดาวน์โหลดทางโทรศัพท์,ธนาคาร,ธุรกิจสื่อสารฯลฯ โดนดอกนี้เข้าไป แล้วมีคนแจ้งความสัก 100 สัก 1,000 คน ผลลัพภ์จะเป็นยังไง ….. ผมเดาว่าคงดูไม่จืดเลยละครับ

  • แต่ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจกันเกินไป เพราะว่า รายละเอียดเงื่อนไขการส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์แบบไหนจะผิดไม่ผิด รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงบอกว่าผมขอไปคิดดูอีกที แล้วจะประกาศให้ทราบนะจ๊ะ ตามความในวรรค 2 ของ ร่างมาตรา 11 ใหม่ ความว่า “ เงื่อนไขรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ”สำหรับวันนี้ก็ ได้พูดกัน ว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้มีการแก้อะไรบ้าง จากฉบับเดิมโดยได้หยิบมาพูดกัน 2 เรื่องจากทั้งหมดที่เขาจะแก้ 13 เรื่อง พอหอมปากหอมคอกันก่อน วันต่อไปค่อยมาพูดคุยอีกทีนะครับ สำหรับวันนี้ ช่วงเทศกาลตรุษจีนพอดี แต่เงินวิคไม่ออก เลยต้องฉีกมาม่า ประทังความหิวร่วมกับลุงเพียรไปพลางๆ จะโทรไปถามเจ้านายว่ามีแจกอังเปามั๊ยก็ไม่กล้า กลัวเจ้านายจะถามกลับว่า จะรับซองสีขายหรือซองสีแดง… ฮ่าๆๆ

 

หัวหน้ายาม