Head ครูพักลักจำ

มูลค่าเงินตราที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา

ใฝ่ดี : สวัสดีครับลุงเพียร สบายดีมั้ยครับ

ลุงเพียร  : เอ่อ ๆ….สวัสดี แล้วนั่นใครละ ?

ใฝ่ดี : แหม ๆ …ไม่เจอกันอาทิตย์เดียวทำเป็นจำกันไม่ได้เลยน่ะ

ลุงเพียร : ลุงล้อเล่น…ว่าไงใฝ่ดี..หายหน้าหายตาไปไหนมาละ

ใฝ่ดี : พอดีพ่อผมสอนเรื่อง การทำทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่มีต่อมูลค่าเงิน ทุกเย็นเลยครับ ผมเลยต้องรีบกลับบ้านไปเรียนกับพ่อก่อน ไม่อยากให้แกรอนานน่ะครับ

ลุงเพียร : ความรู้สึกที่มีต่อมูลค่าเงิน  เรื่องนี้ลุงก็พอเข้าใจน่ะ แล้วพ่อสอนเอ็งว่าไงบ้างละ

ใฝ่ดี : พ่อบอกว่าถ้าใครเข้าใจเรื่องของความรู้สึกที่มีต่อมูลค่าเงินของแต่ละคนได้ คนคนนั้นก็จะไม่ติดกับดักของปริมาณเงิน คน ๆ นั้นจะโลดแล่นเชิญชวนคนหลายๆ คนให้เข้ามาลงทุน  เพราะว่าเราจะเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ของคนที่มีเงิน ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับเงินที่เขามีอยู่ เราจึงจะสามารถคัดเลือกชักชวนผู้ร่วมลงทุนได้   พ่อเปรียบมาตั้งแต่เรื่องของซาเล้งที่แย่งตัดหน้าหยิบเงินที่ตกอยู่ในท่อ และ คนที่บริจาคเงิน 10,000 กับ 1.0 ล้านบาท ลุงเคยได้ยินมั้ยละครับ

ลุงเพียร : นี่มันศิษย์สำนักเดียวกันนี่น่า เรื่องซาเล้งเนี้ยเป็นเรื่องที่อธิบายเรื่องมูลค่าเงินได้ชัดเจนที่สุดแล้วละ  งั้นลุงต่อให้เอามั้ย

ใฝ่ดี : ลุงก็รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอครับ แล้วทำไมไม่เห็นสอนผมบ้างเลย

ลุงเพียร : ก็เอ็งไม่เคยถาม…เอาละ  เท่าที่ฟังเอ็งเล่ามา ลุงพอจะเดาออกแล้วละว่าจะสอนอะไรเอ็งต่อจากที่พ่อเอ็งสอนมา

ใฝ่ดี :  ต่อได้จริง ๆ เหรอครับลุง

ลุงเพียร : เรื่องต่อมาถ้าลุงไม่สอน พ่อเอ็งก็ต้องสอน นั้นก็คือเรื่อง มูลค่าของเงินตราที่เปลี่ยนไปตามเวลา  คือการที่เราจะเป็นนักลงทุนมืออาชีพได้นั้น มีเรื่องเรื่องหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ให้ได้  ก็คือ เรื่องค่าของเงินที่เปลี่นไปตามเวลา

ใฝ่ดี : ค่าของเงินที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ?

ลุงเพียร : ค่าของเงินที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา  หากจะเปรียบเทียบกับกรณีซาเล้งที่ปั่นสามล้อถีบอย่างสุดแรงเกิดเพื่อที่จะแย่งครอบครองเงิน 10 บาท ในท่อตัดหน้าเอ็งไปนิดเดียว  เรื่องนี้แหละจะหยิบขึ้นมาอธิบายค่าของเงินที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาได้

ใฝ่ดี :  โอ้โห…ไม่น่าเชื่อว่าลุงจะต่อเรื่องได้อย่างถูกต้องอย่างงี้  สุดยอดเลยครับลุง

ลุงเพียร :  เรื่องมูลค่าอนาคตของเงิน  หลังจากที่ซาเล้งคว้าเหรียญ 10 บาท จากท่อได้สำเร็จ  ซาเล้งก็นำไปผสมรวมกับเงินที่ซาเล้งอุตส่าห์หามาได้รวมกันเป็นจำนวน 1,000  บาท ซาเล้งไม่รีรอที่จะนำเงิน 1,000 บาทนี้ไปฝากธนาคาร  มันเป็นวันที่สุดแสนจะภาคภูมิใจที่สุดที่ซาเล้งได้มีเงินฝากในธนาคารสำเร็จ  เขาฝากเงินธนาคารได้ 1,000 บาท  แต่ …แต่

ในวันต่อมาเขาถูกรถสิบล้อเกี่ยวแล้วล้มลงกองกับพื้นถนนใกล้กับฟุตบาท เขาสลบแน่นิ่ง โดยไม่มีใครสนใจใยดี จน 5 นาทีผ่านไป เห็นจะได้จึงมีพลเมืองดีที่เป็นวินมอเตอร์ไซด์ นำร่างที่ไร้สติส่งโรงพยาบาล  เสียงร้องไห้ระงมไปทั่วห้องฉุกเฉิน  ซาเล้งที่เมื่อวันก่อนกระโดดเก็บเงิน 10 บาท เพื่อหวังว่าตัวเองจะมีเงินมีทองเอามาส่งเสียลูกน้อยๆ ให้ได้มีโอกาสเหมือนกับใครๆ มาวันนี้เขาจากไปไกลแสนไกล ทิ้งให้เด็กตัวน้อยๆ ยืนร้องให้กอดกันกลมกับแม่ ที่ไม่รู้ว่าชีวิตในวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร

ใฝ่ดี : เดี๋ยวครับลุง…ผมขอเช็ดน้ำตาแป๊ปหนึ่งครับ  ทำไมเรื่องราวมันถึงได้เศร้าแบบนี้ละครับลุง

ลุงเพียร : การจากไปของซาเล้งสร้างความสะเทือนใจให้กับโลกใบนี้ทั้งใบ ไม่มีใครรู้ว่าซาเล้งเพิ่งฝากเงินกับธนาคารจบไปหมาดๆ เมื่อวานนี้เอง  จนเวลาผ่านไป 1 ปี ธนาคารให้ดอกเบี้ย 10% จากยอดเงินฝาก 1,000 บาท หรือคิดเป็นเงิน 100 บาท  ซาเล้งก็ไม่ยอมมาถอนเงินซักที จนในที่สุดธนาคารก็นำเงิน 100 บาทที่เป็นดอกเบี้ยไปรวมกับเงินต้น 1,000 บาทฝากต่อให้ซาเล้งในปีที่ 2 งานนี้เงินฝากกลายเป็น 1,100 บาท ครบสิ้นปีที่ 2 ได้ดอกเบี้ยอีก 10%  หรือคิดเป็นเงิน 110 บาท

ซาเล้งก็ยังไม่มาถอนซักที  ธนาคารก็ตัดสินใจนำดอกเบี้ยเงินฝากของปีที่ 2 จำนวน 110 บาท ฝากรวมกับเงินต้น 1,100 บาท กลายเป็น 1,210 บาท   ฝากต่อให้กับซาเล้งในต้นปีที่ 3 พอครบปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ 10 งอกออกมาอีกหรือคิดเป็นเงิน 121 บาท

ในปีที่ 4 ธนาคารก็จำเป็นต้องเอาดอกเบี้ยจำนวน 121 บาท ฝากรวมกับเงินต้นจำนวน 1,210 บาท กลายเป็นฝากใหม่จำนวน 1,331 บาท

ใฝ่ดี :  เงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุก 10% ของเงินฝากเลยน่ะครับ

ลุงเพียร : ถูกต้อง… แล้วธนาคารก็จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนโลกนี้ถึงกาลอวสาน แต่…ด้วยเหตุบังเอิญหรือไม่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้  ปรากฏว่ามีใครก็ไม่รู้ผ่านมาได้ยินเรื่องราวของซาเล้งที่ไม่ยอมมาถอนเงินเลย เป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานกันในวันนี้ ว่าเมื่อ 20 ปีก่อนมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น  ชายคนนั้น (คนที่ได้ยินเรื่องของซาเล้งไม่ยอมถอนตังค์) ก็เกิดคำถามในใจว่า  เงินฝาก 1,000 บาท  หากซาเล้งยังอยู่ (ไม่ตาย)  และฝากธนาคารโดยไม่ได้ถอนเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ภายใต้อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี  หากฝาครบ 2 ปี  ซาเล้งจะมีเงินเท่าไร

ใฝ่ดี :  นั่นสิครับ…ซาเล้งจะมีเงินฝากเท่าไหร่กันครับ

ลุงเพียร : ชายคนนี้หมดเหล้าไปหลายขวด เขาเป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ในเวลานั้นที่พยายามจะหาว่าเงินฝากของซาเล้งจะเป็นเท่าไหร่ จนในที่สุดเก็ได้คำตอบว่า เงินของซาเล้งที่เริ่มต้นฝาก 1,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี  ฝากโดยไม่ถอน  และธนาคารทบดอกเบี้ยไปรวมเป็นเงินฝากแล้วมากต่อไปเรื่อยๆ จะมีมูลค่าของเงินทั้งสิ้น 6,730 บาท

ความครุ่นคิดไม่มีวันจบของชายคนนั้น..ทำให้เกิดคำถามขึ้นตามมาอีก  เอ….แล้วถ้าเงินฝากของซาเล้งไม่ใช่ 1,000 บาทละ แต่เป็นเงินฝาก 1,000,000 บาทละ  ครบ 20 ปี เงินจะมีมูลค่าทั้งสิ้น 6,730,000 บาท  โอ้โห…..วันที่ซาเล้งตาย  ซาเล้งอายุแค่ 28 ปี  ถ้าซาเล้งอยูได้มาจนถึงทุกวันนี้ที่อายุ 48 ปี ซาเล้งจะสบายเหลือเกิน …น่าเสียดายจริงๆ  ชายคนนั้นที่หาคำตอบได้ยังนึกเสียดายอยู่ในใจ

ใฝ่ดี : แหม..ลุงเล่าเรื่อง มูลค่าอนาคตของเงินได้ จับจิตจับใจ จริงๆ เลยน่ะครับ อย่างกับนั่งฟังนิยายสั้นเลยน่ะครับ มีทั้งสุขทั้งทุกข์ ทั้งความรู้เลยน่ะครับ สุดยอดจริงๆ วันนี้ผมจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง ดูสิว่าพ่อจะว่ายังไง

ลุงเพียร : พ่อก็คงจะตกใจว่า เอ็งไปรู้มาจากไหน  แต่ลุงเชื่อว่าเรื่องนี้ พ่อของเอ็งรู้ดีอยู่แล้วละ

ใฝ่ดี : ขอบคุณคุณลุงเพียร มากๆ เลยน่ะครับ

ลุงเพียร :  เรียกซะเต็มยศเลยน่ะ  ไปไป ไปเรียนได้แล้ว

ใฝ่ดี : ครับผม…ไปละครับ สวัสดีครับ