ควาจริงไม่ลับ

ผมกู้เงินธนาคารไม่เคยพลาด บทที่ 1 มารู้จักผมก่อน (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 2)

ฝนข้างนอกตกหนักมากในตอนนี้ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม ผมนั่งทอดสายตามองสายฝนตกลงมาจากฟากฟ้ากระทบกับพื้นถนนแตกเป็นฟองกระจาย เหมือนหัวใจของผมเปี๊ยบเลยที่ในตอนนี้แตกสลาย

ยามนี้ผมไม่คิดถึงสิ่งใด ไม่…ไม่…ไม่เลย ผมไม่อยากจะได้อะไรอีกแล้ว ผมเพิ่งมารู้ว่า ชีวิตที่สุขสงบจริงๆ คือชีวิตที่อยู่กับตัวเอง อยู่กับวิถีชีวิตที่ธรรมดาๆ มีกิจกรรมทำวันหนึ่งๆ ให้ลืมตัวตนไป ไม่ใช่มีชีวิตที่บ้าสะสม ผมไม่สะสมอะไรอีกต่อไปแล้ว

พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ผมต้องขึ้นศาลนัดแรก เพื่อไต่สวนคดีอาญา ข้อหา ย้าย ซ่อน โอนทรัพย์สิน ทำให้ธนาคารเสียเปรียบ คดีนี้ถ้าผมแพ้ ผมจะต้องติดคุก 3 ปี ซึ่งแน่นอนล่ะครับ ผมคงต้องติดคุกแน่ๆ

ผมไม่อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังเลย แต่ไม่รู้เป็นอะไร ผมอึดอัดเป็นที่สุดถ้าผมไม่ได้เล่า

เรื่องที่ผมจะเล่าให้ท่านฟัง มันเหมือนเป็นดาบสองคม คมหนึ่งมันอาจทำให้ท่านต้องเสี่ยงต่อการติดคุกติดตารางเหมือนกับผม อีกคมหนึ่งมันก็อาจทำให้ท่านประสบความสำเร็จ สามารถกู้เงินใครต่อใครได้เยอะแยะ และเป็นการกู้เงินที่ทำถูกต้องตามกติกา ตามความเป็นจริง ไม่ได้ทำเหมือนกับผมแบบนี้

เรื่องของผมยังจะทำให้เจ้าหนี้ทุกคน โดยเฉพาะธนาคารหูตาสว่าง ว่าอย่าได้หลวมตัวมาปล่อยเงินกู้ให้กับคนอย่างผม ซึ่งธนาคารแทบจะหมดสิทธิรู้ว่า จริงๆ ผมนั้นไม่สมควรที่จะได้รับเงินกู้เลย แต่ที่ผมได้เงินกู้ ก็เป็นเพราะผมรู้ละเอียด รู้ลึกมากกว่าธนาคารเท่านั้นเอง

3 ทุ่มแล้ว ฝนยังคงตกหนัก ผมตัดสินใจหยิบปากกาขึ้นมา

10 ปีที่แล้ว ผมทำงานในธนาคารแห่งหนึ่ง ตำแหน่งงานของผมนะเหรอ เป็นผู้จัดการส่วนสินเชื่อ คอยปล่อยเงินกู้ให้กับใครต่อใครมากมาย มาวันหนึ่งผมตัดสินใจเบนเข็มจากชีวิตลูกจ้างผู้ทรงเกียรติมาเป็นเจ้าของบริษัทของตัวเอง

มาถึงตรงนี้ ท่านอาจสงสัยว่า ผมคงรวยมาก่อนแน่นอน…เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้รวยอะไร ในความเป็นจริง ผมกลับจนซะด้วยซ้ำ ผมหาเช้ากินค่ำมาโดยตลอด มีเพียงเรื่องเดียวที่ผมมีอยู่ในหัวใจ แต่คนอื่นไม่มี นั่นก็คือ ทุกลมหายใจเข้าออก ผมอยากเป็นคนรวย

อาการอยากเป็นคนรวยของผม ทำให้ผมดิ้นรนกระเสือกกระสนหาธุรกิจที่จะเจ๊งไม่เจ๊งแหล่ นำมาปัดฝุ่น สร้างให้มันเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ผมใช้เวลาหลายปีมองหาธุรกิจที่เจ๊งแต่มีอนาคต จนมาวันหนึ่ง ผมได้เจอธุรกิจนี้สมใจ มันเป็นธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่ทำจากยางพารา ถ้าท่านหลับตานึกภาพ ก็จะเห็นบรู๊ชรถยนต์ ยางขอบกระจก ยางรองแท่นเครื่องรถยนต์ และอีกสารพัดยางที่ใช้เป็นส่วนประกอบของตัวรถ

ผมไม่รีรอที่จะคุยกับเจ้าของเดิมที่เป็นบุคคลล้มละลาย ให้เขาขายซากเครื่องจักรเก่าๆ ให้กับผม ให้เขาได้สอนให้ผมเข้าใจธุรกิจนี้ โดยเขาอยู่ในฐานะที่ปรึกษา และเป็นผู้จัดการโรงงานให้กับผม เขาตอบตกลง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมได้ลาออกจากการทำงานสินเชื่อ มาตั้งบริษัทเล็กๆ และเดินเครื่องมันเต็มสูบ เต็มกำลัง

บริษัทเล็กๆ ของผมชื่อ บริษัท เบสท์ รับเบอร์ จำกัด มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Best Rubber หรือ BR ถ้าจะเรียกย่อๆ

BR ของผมก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 1.0 ล้านบาท เมื่อ 10 ปีก่อน และค่อยๆ ขยายทุนเรื่อยมา จนปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง ลูกค้า อาเสี่ย อาแปะ อาซ้อ ใครต่อใครที่ผมรู้จักล้วนเป็นหุ้นส่วนใน BR กันเกือบจะทั้งหมด

ด้วยความที่ผมเป็นสินเชื่อเก่า ผมจึงรู้วิธีที่ทำอย่างไร BR จึงจะกู้เงินธนาคารได้ เพราะลำพังทุนส่วนตัวอันน้อยนิดของผม ยังไงก็ไม่สามารถจะสร้าง BR ให้เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

นี่แหละครับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของผมต้องพบกับจุดจบ จุดจบที่เกิดจากการกู้เงินที่ใด ก็ได้เงินกู้สมใจนึกทุกครั้งไป

ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยครับ แต่เรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้น

writing-1149962_960_720