ควาจริงไม่ลับ

ผมกู้เงินธนาคารไม่เคยพลาด บทที่ 6 สร้าง CAPACITY หลอกธนาคาร (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 2)

CAPACITY หรือความสามารถในการชำระหนี้เป็น C ตัวที่ 2 ที่ผมพยายามจะสร้างให้มันออกมาดูดี C ตัวนี้มีความสำคัญต่อการได้หรือไม่ได้เงินกู้เลยทีเดียว

ตอนผมทำงานธนาคาร เขาสอนผมว่า ธนาคารจะให้เงินกู้กับลูกค้า ก็ต่อเมื่อลูกค้ามีแผนธุรกิจ และมีประมาณการกระแสเงินสด หรือ Cash Flow ดี

ถ้า Cash Flow แสดงเงินสดรับเข้าเปรียบเทียบกับเงินสดจ่ายออกในแต่ละเดือน เพียงพอต่อการนำเงินไปจ่ายดอกเบี้ย และจ่ายคืนเงินต้นได้ ก็ให้ถือว่าลูกค้าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถจะได้รับเงินกู้

ในวันนั้นผมวางแผนให้ BR ของผมเพิ่มทุนเป็น 50 ล้านบาท หลังจากที่ผมทำ BR ไปแล้ว 3 ปี BR ในวันนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว มียอดขายมากมายเหลือเกิน ทำให้มีปริมาณเงินหมุนเวียนในบัญชีอย่างสะพัด เดือนหนึ่งๆ ผมมีเงินฝากเข้าและถอนออกเกือบ 10 ล้านบาท นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมสร้างรายการค่าใช้จ่ายปลอมๆ แต่เสียภาษีผ่าน ภ.ง.ด.3 ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะรายการที่ผมสร้างขึ้นไม่ต่างอะไรกับการที่ผมเอาก้อนหินขว้างลงไปในหนองน้ำหรือลำคลอง ไม่มีใครสังเกตเห็นแผนเสกหุ้นและแผนไซฟ่อนเงินออกจากบริษัทของผม

เมื่อทุนจดทะเบียน BR อยู่ที่ 50 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว ผมก็ประคับประคอง BR ให้ผ่านพ้นปีที่ 4 เพื่อหวังจะได้งบการเงินผ่านการสอบทานบัญชีที่ออกมาดูดี ดูสวยงาม ในยามที่ BR มีทุน 50 ล้านบาท ผมรู้ว่า BR สามารถจะกู้เงินได้สูงสุดถึง 100 ล้านบาท โดยใช้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุนที่ไม่เกิน 2 : 1 เป็นเกณฑ์ แต่นี่ผมกู้แค่ 60 ล้านบาท ก็ต่ำกว่าเงินกู้ที่ผมสามารถจะกู้ได้ ภาพมันก็ดูดีขึ้นอีก

เป็นเวลาหลายเดือนก่อนการกู้เงิน ที่ผมพยายามจะสร้างเหตุแห่งการนำเงินกู้ไปใช้ ว่าจะกุเรื่องให้ธนาคารเชื่ออย่างไม่ตะขิดตะขวงใจได้อย่างไร ว่าผมจะเอาเงินกู้ไปขยายกิจการจริง

ผมจำได้ว่า ผมจะต้องคิดต่อโครงการขยายการลงทุนของ BR ผมบอกธนาคารไปว่า ผมจะลงทุนในที่ดินและอาคารโรงงานแห่งใหม่ 50 ล้านบาท ลงทุนในเครื่องจักร 34 ล้านบาท แต่จะกู้เงิน 60 ล้านบาท ที่เหลือ BR ลงทุนเอง

การลงทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้นนี้ถูกผมคาดการณ์ว่า จะเกิดผลตอบแทนจากการลงทุน ทำให้ BR มีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวก เหลือคืนดอกเบี้ย และเงินต้นให้ธนาคารทุกเดือน ผมไม่อยากบอกว่า Cash Flow ที่ผมทำออกมาดูดีเหลือเกิน

ตัวเลขใน Cash Flow ยืนยันว่า BR จะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 200% หากมีการลงทุนโครงการใหม่ 84 ล้านบาท หลังการลงทุนจะเกิดผลดังนี้

เงินกู้ค่าซื้อที่ดินและค่าก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ 36 ล้านบาท สามารถชำระเป็นงวดๆ งวดละเดือน ไม่เกิน 8 ปี BR สามารถชำระคืนหนี้ได้หมด

ส่วนเงินกู้ซื้อเครื่องจักร 24 ล้านบาทก็ไม่เกิน 4 ปี

ภาพของความสามารถชำระคืนหนี้ชัดเจนเหลือเกิน ธนาคารเคลิบเคลิ้มไปกับตัวเลขใน Cash Flow ของ BR ซึ่งเป็นฝีมือของผมเอง ผมทำให้ตัวเลขในอนาคตดูเป็นจริงขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ …ยังไม่ทันที่ผมจะนึกภาพต่อว่า ผมทำให้ธนาคารเชื่อได้อย่างไร ทนายธนาคารก็ถามผมว่า

นี่คืองบการเงินของบริษัท เบสท์ รับเบอร์ จำกัด สอบทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต 3 ปี ย้อนหลังไปใช่หรือไม่

ผมตอบว่า ใช่

ทนายไม่รีรอให้เสียเวลาใดๆ ทนายถามผมต่อทันทีว่า งบการเงินของบริษัท เบสท์ รับเบอร์ จำกัด ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่บริษัท เบสท์ รับเบอร์ จำกัด เป็นหนี้ธนาคาร และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น ต่อเนื่องมาจนถึงศาลอุทธรณ์ในปัจจุบัน จำเลยในฐานะกรรมการบริษัทได้กระทำการจ่ายเงินค่าที่ปรึกษาให้กับบุคคลที่มีชื่อว่า สรวุฒิ บรรจง และเปรมศักดิ์ ตามรายการที่ปรากฏใน .ง.ด.3 หรือแบบแสดงการหักภาษีเงินได้จากการจ้างบุคคลธรรมดาให้ทำงานให้กับบริษัท เบสท์ รับเบอร์ จำกัด ปรากฏตามเอกสารที่สรรพากรได้รับหมายเรียกพยานเอกสาร และส่งมาให้ศาลตามนี้ใช่หรือไม่

นาทีนี้ผมแทบเป็นลม หัวสมองของผมตื้อ คิดอะไรไม่ออก โลกทั้งโลกดูมืดสนิท ไม่มีความน่าอภิรมย์ใดๆ หลงเหลืออยู่ในชีวิตของผมเลย Cash Flow ที่ผมสร้างตัวเลขหลอกธนาคาร มันกำลังจะทวงถามผลกรรม ที่ผมกระทำอย่างไม่ถูกต้องในอดีต ให้ผมต้องรับกรรมที่ผมก่อ ผมรู้ดีว่า Cash Flow สามารถมั่วขึ้นได้ และถ้าบังเอิญกระทำการมั่วโดยคนที่ดูมีเหตุมีผล ดูมีความน่าเชื่อถือ ไอ้ที่ว่ามั่วก็ดูดีได้

ชื่อของคนสามคน ไอ้สรวุฒิ ไอ้บรรจง ไอ้เปรมศักดิ์ ทั้ง 3 คนเป็นคนที่ผมรู้จักทั้งนั้น มันอยู่กับ BR ในงบการเงินมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่ผมเริ่มต้นตั้ง BR ผมได้ใช้คน 3 คนนี้ไซฟ่อนเงินออกจากบริษัท โดยคน 3 คนนี้จะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ BR ในเรื่องที่ปรึกษา และรับจ้างทำของ คน 3 คนนี้มีชื่ออยู่ใน ภ.ง.ด.3 มาโดยตลอด ผมใช้คน 3 คนเป็นทางออกของเงินโดยให้บริษัท ทำการจ่ายค่าจ้างให้กับคนเหล่านี้ คนเหล่านี้ไม่รู้อะไรเลย แค่ผมเลี้ยงเหล้า ดูแลเขาอย่างดีหน่อยให้เงินเขาใช้บ้าง แค่นี้เขาก็เทใจให้กับผม

มาวันนี้ผมยังไม่เคยทำให้คน 3 คนนี้เดือดร้อนเลย  ผมบริหารภาษีเงินได้ให้กับคน 3 คนนี้มาโดยตลอด บางปีบริหารไปบริหารมา ทำให้บางคนได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืน มีเงินใช้อีกต่างหาก

ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เงยหน้าขึ้น สบตาไปที่ทนายธนาคาร ส่งผ่านสัญลักษณ์จากดวงตาบอกไปที่ทนาย ว่าได้โปรดสงสารผมเถิด ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว แต่ดูจะสิ้นหวัง

ศาลเห็นผมนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามว่า ภ.ง.ด.3 นี้ใช่ของบริษัท เบสท์ รับเบอร์ จำกัดหรือไม่ ศาลจึงพูดจากบัลลังก์มาว่า

จำเลยตอบคำถามด้วย

ผมรวบรวมพลังใจแล้วตอบไปว่า ใช่ครับ

ศาลมองไปที่ทนาย แล้วสั่งให้ทนายถามต่อ

จำเลยรู้จักคน 3 คนใน ภ.ง.ด.3 หรือไม่

นาทีนี้ผมทรงตัวไม่ไหว ร่างของผมทรุดลงไปที่พื้นศาล และไม่ได้สติเลย

 

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm

chainlink-691921_960_720