ควาจริงไม่ลับ

ผมกู้เงินธนาคารไม่เคยพลาด บทที่ 3 ทำ CHARACTER ให้กู้เงินได้ (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 2)

ศาลออกนั่งบังลังก์ตอน 9.00 น. หลังจากผมสาบานตัวต่อหน้าศาล ศาลได้ถามผมว่า จำเลยชื่ออะไร

ผมตอบไปว่า ผมชื่อ สหัส ยิ่งเจริญ ในใจผมก็ได้แต่คิดว่า จริงๆ แล้วผมน่าจะชื่อ สาหัส มากกว่า มันชอกช้ำในใจเหลือประมาณ คนที่กู้เงินมาได้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย

ศาลยังถามต่อไปว่า อายุเท่าไร

ผมตอบว่า อายุ 39 ปี ในใจก็คิดไปว่า ตอนนี้อายุไม่สำคัญอะไรสำหรับผมแล้ว เพราะถ้าหากผมต้องผันชีวิตของตนเองไปอยู่ในคุก เวลาคงไม่มีความหมายสำหรับผมอีกต่อไป จะอายุเท่าไรก็คงไม่ซีเรียสแล้ว

จำเลยจบอะไรมา

ผมตอบไปว่า ผมจบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง

จำเลยเกี่ยวข้องอย่างไรกับบริษัท เบสท์ รับเบอร์ จำกัด ผมตอบไปว่า ผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท

หลังจากนั้นศาลก็บอกทนายโจทก์ (ธนาคาร) ให้เริ่มไต่ สวนได้

ในใจตอนนั้น ผมลำดับย้อนหลังไปถึงอดีตของผมที่ยังใส่กางเกงขาสั้นเรียนหนังสือในชั้นมัธยม และอุตส่าห์ดิ้นรนเอ็นทรานซ์เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

ผมรู้ตั้งแต่เด็กมาแล้ว ว่าครอบครัวของผมยากจน ทางเดียวที่ผมจะประสบความสำเร็จได้ นั่นคือการเรียนหนังสือให้ได้ใบปริญญาบัตร ด้วยเหตุนี้ผมจึงมุมานะเรียนต่อจนจบปริญญาตรี และตามต่อด้วยปริญญาโท

ผมรู้ดีว่า ถ้าใครได้รับใบปริญญาบัตร คนนั้นจะมีภาษีดีกว่าคนอื่น เป็นคนที่อย่างน้อยสังคมก็ยอมรับในระดับหนึ่ง ว่ามีสติปัญญาพอใช้ได้ ดังนั้น ถ้าจะกู้เงิน ธนาคารก็คงสบายใจที่จะให้เงินกู้กับคนที่มีสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ผมจึงวางแผนที่จะเรียนหนังสือ  โดยหวังว่าวันหนึ่ง ผมจะเอาวุฒิการศึกษาไปสร้างภาพกู้เงิน

วุฒิการศึกษาจะทำให้ภาพลักษณ์ของผมดูดี จะทำให้ธนาคารเชื่อว่าผมเป็นคนเก่งคนหนึ่ง ยังไงผมก็จะมีโอกาสมากกว่าคนกู้ที่ไม่ได้จบปริญญา

ถ้าให้ผมลำดับช่วงเวลาที่ผมเริ่มวางแผนกู้เงิน ผมจำได้แม่นว่า ผมวางแผนตอนที่เรียนปี 4 ในมหาวิทยาลัย ตอนนั้นผมรู้ชัดเจน ว่างานอาชีพแรกของผม คือต้องเข้าไปเป็นพนักงานสินเชื่อของธนาคาร ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่า ธนาคารเขาคิดวิเคราะห์การปล่อยเงินกู้กันอย่างไร

เมื่อผมทำงานอยู่ในสถาบันที่คนทั้งประเทศยอมรับอย่างธนาคาร ผมจะได้รับความไว้วางใจจากธนาคารอื่นๆ ที่ต่างคิดเหมือนกัน ว่าผมเป็นคนที่มีอาชีพการงานดี อยู่ในองค์กรที่แทบจะไม่มีวันเจ๊ง องค์กรใหญ่ๆ อย่างนี้ทำให้ธนาคารอื่นเชื่อว่า ผมจะมีรายได้อย่างต่อเนื่อง และรายได้ที่ต่อเนื่องนี้เอง จะทำให้ผมคืนหนี้ที่กู้เงินมาได้ ด้วยเหตุนี้ การกู้เงินผ่านบัตรเครดิตจึงเกิดขึ้นกับผม ตั้งแต่วันที่ผมเป็นลูกจ้างธนาคารอยู่

แค่ผมทำให้ธนาคารเชื่อว่า ผมเป็นคนมีสติปัญญา โดยให้ธนาคารดูผ่านวุฒิการศึกษา และให้ธนาคารดูผ่านความมั่นคงขององค์กร แค่นี้จริงๆ ผมก็กู้เงินบัตรเครดิตได้แล้ว ในวันนั้นถ้าจำไม่ผิด ผมมีบัตรเครดิต 4-5 ใบ ใช้เงินฟุ้งเฟ้อไม่ต่างจากราชาน้อยๆ

ภาพในอดีตเดินทางย้อนเวลากลับมาให้ผมเห็นในทางจิต ผมเริ่มเห็นภาพของสหัสที่เปิด BR …BR ที่เป็นบริษัทเล็กๆ ทุนจดทะเบียน 1.0 ล้านบาท มีเงินลงทุนจริงอยู่แค่ 0.3 ล้านบาท ที่เหลือมีแค่เพียงตัวเลข

BR ในวันเริ่มต้นยังไม่สามารถจะกู้เงินธนาคารได้ สาเหตุก็เพราะ BR เพิ่งก่อตั้งไม่มีประวัติอะไรมากมายให้ธนาคารดู และที่สำคัญยังไม่มีผลงานอะไร ไม่มีงบการเงินที่ดูดี ไม่มี Statement ที่ดูดี BR ในช่วง 3 ปีแรก จึงยังไม่ได้กู้เงินอะไร

ถ้าจะว่าในช่วง 3 ปีแรกของ BR เป็นการวางแผนต่อการกู้เงินก็คงจะไม่ผิด

hammer-719066_960_720