ควาจริงไม่ลับ

ปั่นหุ้น (2)

ณ ขณะนั้นทุนจดทะเบียนของ WH ในตลาดหุ้นเป็น 210 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 210 ล้านหุ้น มูลค่าที่กำหนดหุ้นละ 1 บาท มีราคาตลาดที่ซื้อขายกันอยู่ที่ 1.50 บาท/หุ้น มีราคาตอนเข้าตลาดวันแรก 3 บาท/หุ้น

ศึกษารับปากผมว่า จะช่วยเป็นที่ปรึกษาปั่นหุ้น WH เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ทางการเงินของทั้ง WH และผม แต่ศึกษาก็มาด่วนจากโลกนี้ไป ผมมองไม่เห็นใครที่จะช่วยผมได้ นอกจากสาบาน

การเจรจากับสาบานจบลงด้วยดี สาบานขอเงิน 5 ล้านบาทเป็นค่าตอบแทน ซึ่งผมก็ตอบตกลง

ผมวางแผนเพิ่มทุน WH ให้ได้เงินอีก 420 ล้านบาท โดยหุ้นที่ผมถือครองอยู่ 150 ล้านหุ้น กับหุ้นของรายย่อยอีก 60 ล้านหุ้น รวม 210 ล้านหุ้น จะได้สิทธิซื้อหุ้นใหม่ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคา 2 บาท/หุ้น งานนี้ผมต้องสร้างราคาหุ้นให้วิ่งขึ้นไปแตะที่ประมาณ 4 บาท/หุ้น ให้ได้

การคิดต่อเรื่องราวที่จะให้หุ้นวิ่งขึ้นไปแตะที่ 4 บาท โดยวิ่งมาราธอนจาก 1.50 บาท/หุ้น ใช้ระยะเวลาวิ่งขึ้นประมาณ 60 วัน จะต้องเป็นเรื่องที่ดูยิ่งใหญ่

จะว่าเป็นโชคดีของผมก็ว่าได้ ผมมีโอกาสได้รู้จักกับเจือใจทายาทคนเดียวของอาแป๊ะเจ้าของโรงงานยาขมตราลูกฟักทอง ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ อาแป๊ะเพิ่งเสียชีวิตลงด้วยโรคชรา ในขณะที่เจือใจไม่อยากจะสานต่อกิจการ จึงประกาศขายโรงงานพร้อมเครื่องหมายการค้าตราลูกฟักทอง ในราคา 300 ล้านบาท ซึ่งผมต่อรองลงมาได้ที่ 250 ล้านบาท

เรื่องราวการลงทุนซื้อโรงงานยาขมถูกนำมาจัดทำเป็นแผน และสร้างเรื่องให้ที่ปรึกษาการเงินช่วยดำเนินการต่อวิธีการเพิ่มทุนตามที่ทางการกำหนด ส่วนสาบานก็เริ่มให้ผมซื้อขายหุ้น WH เพื่อสร้างกราฟทางเทคนิคให้ส่งสัญญาณขาย เพื่อผมกับพวกจะได้เก็บหุ้น WH กันอย่างสะดวก

ตลอดระยะเวลาที่ผมเก็บหุ้น ผมนึกในใจตลอดเวลาว่าหุ้น WH ที่ผมถือครองอยู่จำนวน 150 ล้านหุ้น หากผมจะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ผมจะต้องลงเงิน 300 ล้านบาท ในขณะที่รายย่อยถือ 60 ล้านหุ้น จะต้องลงเงิน 120 ล้านบาท เป็นอะไรที่ผมต้องหากำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นด้วยการซื้อถูกและขายแพงหุ้นของ WH จากรายย่อยให้ได้ เพื่อผมจะได้นำกำไรจากการขายหุ้นมาซื้อหุ้นเพิ่มทุน เพื่อรักษาสัดส่วนให้ผมยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน WH ที่ 71.4% เหมือนเช่นเดิม

ปั่นหุ้น (2)