ควาจริงไม่ลับ

ปั่นหุ้นเอาเงินมา เพิ่มทุน

ข่าวคราวการซื้อโรงงานยาขมแพร่กระจายสู่ห้องค้าหลักทรัพย์ ซึ่งจริงๆ ผมเองมีส่วนอยู่มากในการทำให้ข่าวนี้กระจายออกไป เพราะผมเริ่มให้สัมภาษณ์ถึงการที่ WH จะขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจยาขม และอยู่ระหว่างการเจรจา แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

การเก็บหุ้นยังคงดำเนินต่อไป ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเริ่มมีคนเข้ามาผสมโรง เพราะหลงเชื่อว่าข่าวลือต้องมีมูล มันทำให้การเก็บหุ้นของผมและพวกๆ ยากลำบากขึ้น แต่ก็ไม่เป็นปัญหาหนักอกสำหรับผมซักเท่าไร เพราะผมมอบหมายให้สาบานซื้อๆ ขายๆ หุ้น WH เพื่อทำให้กราฟทางเทคนิคทะลุแนวต้านไม่ได้ และให้กราฟส่งสัญญาณขายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คนที่ถือหุ้น WH เกิดอาการลังเลไม่กล้าถือหุ้น WH ต่อไป

ราคาหุ้นนิ่งอยู่ระหว่าง 1.50 – 1.80 บาท จนผมเก็บหุ้นได้เกือบจะ 30 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 1.65 บาท ใช้เงินไป 49.5 ล้านบาท เป็นเงินที่ผมหยิบยืมชาวบ้านเขามา ด้วยการกู้เงินส่วนตัวกับนายทุน ที่เชื่อว่าผมเป็นผู้มีเครดิตดี โดยนายทุนทุกคนพอจะรู้ว่า ผมจะใช้เงินเพื่อการปั่นหุ้น ซึ่งผมได้ทิ้งปริศนาตอนไปรับเช็คเงินกู้ทุกครั้งว่า จะตอบแทนคนที่ให้เงินกู้ผม นอกจากดอกเบี้ยที่สูงแล้ว ยังจะตอบแทนด้วยกำไรจากการเล่นหุ้นให้อีกด้วย ถ้าหากนายทุนสนใจเล่นหุ้น อย่าลืมหุ้น WH

นายทุนถือเป็นกระบอกเสียงของผมได้ดี ความคลุมเครือที่ผมบอกแบบต้องเอาไปตีความกันเอาเอง ทำให้ข่าวลือแพร่สะพัดจาก 1 ไป 2 จาก 2 ไป 4 และจาก 4 ไป 100

ค่ำวันก่อนที่หุ้นของ WH จะทะยานแตะที่ 30% โดยไม่มีใครขายเลย เป็นวันที่ผมจะจำไม่ลืมอีกวันหนึ่ง

วันนั้นสาบานดื่มเบียร์ไฮเนเก้นท์จนเมาถึงขนาดควบคุมตัวเองไม่ได้ สาบานบอกผมว่า วันนี้ตอนเย็นก่อนตลาดปิด แกได้ซื้อๆ ขายๆ หุ้น WH ตามคำสั่งของผม จนทำให้สัญญาณทางเทคนิเคิลดูดีเกินร้อย และถ้าผสมกับข่าวลือพรุ่งนี้ตั้งแต่ตอนเช้า ที่ผมออกมาปฏิเสธข่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อโรงงานยาขมในตอนนี้ และบวกกับการที่ผมเอาหุ้น WH ที่ซื้อสะสมไว้กับคน 20 คน เคาะซื้อและเคาะขายกันเองอย่างรวดเร็ว ราคาหุ้น WH จะแตะ 30% ได้

ผมดื่มเบียร์ไป สูบบุหรี่ไปพลาง พร้อมๆ กับหัวใจที่เต้นระรัว อยากจะให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ ว่าสถานการณ์การโยนหุ้นระหว่างคนของผมเองจะทำให้ WH ขึ้นชนเพดานราคาที่ 30% ได้หรือเปล่า

เบียร์แก้วแล้วแก้วเล่าได้ถูกยกขึ้นดื่ม ในขณะที่ในใจคิดว่า เปิดตลาดมาจะมีการเคาะซื้อหุ้น WH ที่เสนอขาย 300,000 หุ้น โดยคนขับรถของผมจะเป็นคนเคาะซื้อ และหุ้น 300,000 หุ้นที่เสนอขายนั้นก็ไม่ใช่ของใครเป็นของผมเอง แต่ถือโดยนักร้องที่ผมรู้จักคนหนึ่ง ราคาหุ้นหลังจากคนขับรถเคาะซื้อจะบวกไปที่ 20 สตางค์ หลังจากนั้นผมจะให้คนใช้ของผมซื้อหุ้นที่ถือโดยชาติชายที่ราคาสูงขึ้นอีก 100,000 หุ้น แล้วให้คนขับรถของผมเคาะซื้อหุ้นที่ราคาสูงขึ้นไปอีก หลังจากนั้นผมก็จะให้คนขับรถขายหุ้นที่ซื้อมาได้ก่อนหน้านี้ ให้กับนักลงทุนที่ตามมาผสมโรง และบางส่วนก็เสนอขายในราคาที่สูงขึ้นอีก แล้วให้น้องชายผมเคาะซื้อหุ้นจากคนขับรถต่อไปอีก

ผมจัดการให้สาบานซื้อๆ ขายๆ ด้วยวิธีการนี้จนราคาพุ่งขึ้นไป 30% ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง และตลอดทั้งวันแทบจะไม่มีใครขายหุ้น WH ออกมาเลย จนคำสั่งซื้อ WH ที่ราคาชนเพดาน 30% มีจำนวนมากถึง 2 ล้านหุ้น

วันที่สอง ผมเริ่มขายหุ้นออกมาที่ราคาสูงกว่าวันแรก พร้อมๆ ไปกับการไล่ราคาหุ้นโชว์ โดยเคาะซื้อหุ้นที่ผมให้คนของผมตั้งเสนอขาย แต่ทั้งหมดเป็นหุ้นของผม ผมเคาะซื้อหลายช่วงราคา จน WH เปลี่ยนระดับราคาสูงขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบราคาปิดจากวันก่อน

ณ ราคาที่สูงขึ้นจากวันก่อน 20% ผมเริ่มขายหุ้น WH ที่ต้นทุนต่ำๆ ออกมาบางส่วน ในขณะที่การไล่ซื้อหุ้นในช่วงใกล้ปิดตลาดก็ดำเนินไปอย่างคึกคัก ปิดตลาดราคาหุ้น WH ขึ้นไปสูงสุดที่ 30% อีกเป็นวันที่สอง

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวว่า WH ซิลลิ่ง 2 วันซ้อน นักลงทุนโกยกำไร 60% ในขณะที่ผมก็ยังคงปฏิเสธข่าวลือในห้องค้าหุ้น ได้แต่บอกว่า อยู่ระหว่างการเจรจา ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ หากได้ข้อสรุปที่แน่นอนแล้ว จะแจ้งให้นักลงทุนทราบต่อไป

วันที่สาม ราคาหุ้นของ WH เปิดตลาดบวกมาที่ 20 สตางค์ มีราคาเปิดตลาดอยู่ที่ 2.95 บาท/หุ้น ขณะที่คนของผม 20 คน ยังคงถือหุ้น WH รวมกันเกือบจะ 25 ล้านหุ้น

กำไรตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา ได้ถูกผมนำมาใช้เป็นทุนในการไล่ซื้อหุ้น WH ต่อ โดยผมหยุดไล่ราคาในวันที่ 3 แล้วปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดที่ยังมีควันหลงว่า WH ต้องซื้อโรงงานยาขม พร้อมๆ กับให้สาบานสร้างกราฟ โดยการใช้หุ้นของผมเองที่ถือในมือของคนอื่น ทุบขายให้กับนักลงทุนรายย่อย โดยผมสั่งให้ทุบลงไปที่ 2.50 บาท

ที่ระดับราคา 2.50 บาท ผมเริ่มกลับไปช้อนซื้อใหม่อีกรอบ

 

ปั่นหุ้นเอาเงินมา เพิ่มทุน