ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

ประเภทของหนี้สิน

จุก : ว่าไงดำ พร้อมจะฟังเรื่องงบการเงินต่อหรือยัง

ดำ : ได้เลย เราพร้อมเสมอ ต่อจากครั้งที่แล้วที่เราคุยกันเรื่องของสินทรัพย์ และความหมายของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ไปแล้ว วันนี้เราจะต่อกันเรื่องอะไรเหรอ

จุก : แน่นอนดำ… เมื่อมีสินทรัพย์ ก็จะต้องมีฝั่งตรงข้าม นั่นก็คือ หนี้สิน

ดำ : สรุปว่าวันนี้เราจะคุยเรื่องหนี้สินกันใช่มั้ย  จริงๆ แล้วเราไม่ชอบเลยน่ะคำนี้อะ “หนี้สิน “  ฮ่าๆๆ

จุก : มันเป็นธรรมชาติของโลก เคยได้ยินคำนี้มั้ย “ ไม่มีหนี้ไม่มีหน้า ”

ดำ : งั้นเราขออยู่แบบไม่มีหน้าดีกว่า ฮ่าๆๆ

จุก : อะ มาเข้าเรื่องกันเลย ว่าด้วยเรื่องของหนี้สิน

หนี้สิน หรือ Liabilities  นั้นก็หมายถึง ภาระผูกพันในปัจจุบันของกิจการ เป็นผลของเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งการชำระภาระผูกพันนั้นคาดว่า จะส่งผลให้กิจการสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต อย่างเช่น การกู้ยืมเงินเพื่อซื้อเครื่องจักร หากทุนที่กิจการมีไม่พอสำหรับซื้อเครื่องจักรในการดำเนินงานก็จำเป็นต้องกู้ยืมเงิน ดังนั้นถือว่าเป็นหนี้สิน

ดำ :  ก็พอจะเข้าใจว่าการไปยืมเงินเค้ามา หรือก็เราไปเอาของเค้ามา โดยที่ยังไม่ได้จ่ายตังนั้นก็เรียกว่า “ หนี้สิน ” ใช่มั้ย

จุก : ใช่… งั้นเราจะแยกอย่างที่เราบอกดำไปเมื่อกี้  ว่าเหตุและผลของหนี้นั้นมาได้ยังไง  นั้นก็คือ

  1. ภาระผูกพันในปัจจุบัน หมายถึง เงินที่กู้ยืมมาเป็นหนี้สินตามกฎหมายที่กิจการมีภาระผูกพันต้องใช้คืน
  2. ผลของเหตุการณ์ในอดีต หมายถึง  กิจการได้กู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อเครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์ก่อนการใช้งาน
  3. สูญเสียทรัพยากรในอนาคต หมายถึง การที่กิจการต้องจ่ายดอกเบี้ยและชำระเงินต้นคืนในอนาคต

ดำ : แล้วหนี้สิน มีการแยกประเภท ด้วยหรือไม่

จุก : หนี้สินก็คล้ายๆ กับฝั่งของสินทรัพย์  เราสามารถแยกประเภทของหนี้สินได้ 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  1. หนี้สินหมุนเวียน  (Current Liabilities) หมายถึง หนี้สินระยะสั้นที่ต้องชำระภายใน 1 ปี เช่น เงินเบิกเกินบัญชี, เจ้าหนี้การค้า, ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และอื่นๆ
  2. หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-Current Liabilities) หมายถึง  หนี้สินระยะยาวที่ต้องจ่ายชำระเกินกว่า 1 ปี เช่น  เงินกู้ยืมระยะยาว, หุ้นกู้ และอื่นๆ

ดำ : “ และอื่นๆ ” ของจุกเนี้ยะมันมีอะไรบ้างละ

จุก :  งั้นเรามาดูตารางนี้กันน่ะ

Liabilities

ดำ : ดูๆ แล้วคล้ายกับฝั่งของสินทรัพย์จริงๆ ด้วยน่ะ มีแบบหมุนเวียนกับไม่หมุนเวียนเหมือนกันเลย แล้วรายการในตารางนี้ มันคืออะไรบ้างละจุก?

จุก : มาแบบยาวๆ กันเลยน่ะ ว่าด้วยเรื่องของหนี้สินประเภทต่างๆ โดยที่เราจะมาดูอย่างแรกกันเลย

หนี้สินหมุนเวียน ซึ่งได้แก่

  1. เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร หมายถึง เงินเบิกเกินบัญชีธนาคารและหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น
  2. เจ้าหนี้การค้า หมายถึง หนี้สินหรือภาระผูกพัน ที่กิจการจะต้องชำระให้แก่เจ้าหนี้ที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือบริการ หมายความว่าบุคคลอื่นเป็นเจ้าหนี้ของกิจการเรา
  3. ตั๋วเงินจ่าย หมายถีง ตั๋วเงินที่กิจการได้จ่ายออกไปเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ เช่น ตั๋วแลกเงินหรือเช็คสั่งจ่ายล่วงหน้า มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
  4. เงินปันผลค้างจ่าย หมายถึง เงินปันผลที่ประกาศจ่ายไปแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น ณ วันปิดงวดบัญชี
  5. เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี หมายถึง  เงินกู้ยืมระยะยาวเฉพาะในส่วนที่ถึงกำหนดชำระคืนภายในรอบระยะเวลา 1 ปี
  6. หนี้สินหมุนเวียนอื่น เช่น  ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หมายถึง 1. ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วแต่กิจการยังไม่ได้จ่ายชำระเงิน เช่น ค่าแรงค้างจ่าย, ดอกเบี้ยค้างจ่าย, รายได้รับล่วงหน้า หมายถึง รายได้จากค่าสินค้าหรือค่าบริการที่กิจการได้รับไว้ล่วงหน้าจากลูกค้าเป็นภาระผูกพันที่กิจการต้องมอบสินค้าหรือให้บริการในอนาคต เช่น รายได้จากค่าเช่ารับล่วงหน้า

ต่อไปจะเป็นรายการ หนี้สินไม่หมุนเวียน ได้แก่

  1. เงินกู้ยืมระยะยาว หมายถึง เงินกู้ยืมจากบุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงิน ที่มีระยะเวลาในการชำระคืนเกินกว่า 1 ปี
  2. หุ้นกู้ระยะยาว หมายถึง หุ้นกู้ที่ออกโดยกิจการและมีระยะเวลามากกว่า 1 ปี
  3. หนี้สินภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงาน หมายถึง หนี้สินผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงาน
  4. หนี้สินอื่นๆ หมายถึง หนี้สินอื่นที่ไม่อยู่ในรายการข้างต้น เช่น เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

พอจะจำได้มั้ยดำ

ดำ : เราอัดเสียงไว้เรียบร้อยแล้ว เอาไว้ค่อยไปแกะเป็นตัวหนังสือที่บ้านมาอ่านซ้ำอีกที

จุก : หนี้สินหมุนเวียน + หนี้สินไม่หมุนเวียน =  หนี้สินรวม จำไว้

ดำ : เราจำเป็นที่จะต้องดูในส่วนของหนี้สินของบริษัทนั้นๆ ด้วยเหรอเวลาเราจะเล่นหุ้น เราก็นึกว่าดูแค่กำไรกับสินทรัพย์ก็พอ มีเยอะๆ ก็ดีแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ

จุก : จำเป็นสิ…สำคัญมากๆ เลยน่ะ  การที่กิจการที่มีหนี้สินมากๆ แสดงถึงความเสี่ยงที่มีมากขึ้น เพราะกิจการต้องดำเนินงาน เพื่อสร้างผลกำไรมาเพื่อจ่ายดอกเบี้ยและขำระเงินต้นคืน หากกิจการไม่สามารถทำกำไรได้เพียงพอ อาจจะต้องมีการเพิ่มทุนในอนาคต

ดำ : แบบนี้นักลงทุนก็จะไม่ค่อยชอบกิจการที่มีหนี้สินมาก สิน่ะ

จุก :  ใช่…โดยปกตินักลงทุนจะไม่ค่อยชอบกิจการที่มีหนี้สินมาก แต่กิจการที่มีหนี้สินมาก อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นกังวลเสมอไปน่ะ

ดำ : ยังไงล่ะ

จุก  : ก็อย่างเช่น ในรายการเจ้าหนี้การค้าเป็นหนี้สินที่ไม่มีดอกเบี้ย เช่น ธุรกิจค้าปลีกจะมีหนี้สินจากเจ้าหนี้การค้ามาก เพราะธุรกิจค้าปลีกขายสินค้าเป็นเงินสด และจะจ่ายหนี้หรือค่าสินค้าเป็นเงินเชื่อ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาที่นานกว่า ทำให้มีกระแสเงินสดมาหมุนเวียนในกิจการ แต่กรณีนี้ต้องพิจารณาด้วยว่าสามารถขายสินค้าแล้วได้เงินมาเพียงพอชำระเจ้าหนี้การค้าคืนหรือไม่ หากขายสินค้าหรือเก็บเงินได้ช้าก็เป็นความเสี่ยงเช่นกัน

ดำ :  เรียกได้ว่าแต่ละรายการมีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมายเลยน่ะ

จุก : ใช่แล้ว เพราะฉะนั้นการวิเคราะห์หุ้น จึงเป็นเรื่องที่จะต้องใส่ใจในรายละเอียดมากๆ เลยละ ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจจะทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมา ผิดจากความเป็นจริงไปมากเลยละ

ดำ : อืม…ขอบใจมาก เอาไว้เจอกันคราวหน้าน่ะ วันนี้เราขอตัวไปถอดเทปเสียงของจุกก่อนละกันน่ะ

จุก : OK >>> แล้วเจอกันน่ะ