หัวหน้า รปภ-01

บอกเล่าเก้าสิบ

วันนี้ ได้ผักบุ้งหลังห้องน้ำชายกับมาม่าสองซอง ทำให้ชีวิต รปภ.อย่างผมรอดตายไปได้อีกวัน กำลังคิดๆอยู่จะมีชีวิตถึงสิ้นเดือนมั๊ยเรา นี่ก็พ้นวันเงินออกมา 5 วันแล้ว หัวหน้าไม่โผล่หน้ามาจ่ายเงินสักทีวะ เจ้านายเอาเงินไปทำอะไรกัน ถามครูใหญ่ก็เห็นบอกว่าโรงเรียนจ่ายเงินครบทุกเดือน แต่จ่ายเราไม่เห็นตรงสักที (เผื่อจะถึงหูเจ้านายบ้าง เหอๆๆ)

วันนี้ผมมาทำหน้าที่ด้วยการคัดลอกเอาความรู้ที่ได้มาจากผนังห้องน้ำนักเรียนชายมาเล่าต่อจากวันก่อน เป็นเรื่องของพวกมือบอนบนอินเทอร์เน็ต สัปดาห์ที่แล้วผมเล่าเรื่องการทำความผิดตามมาตรา 14 (1) ของพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งจริงๆแล้วมาตรา 14 (1)-(4) เป็นเรื่องราวของความรับผิดสืบเนื่องจากการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ , การเผยแพร่ข้อมูล และการส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นความผิด แต่มันเป็นเรื่องใหม่ที่อาจเข้าใจยากสักหน่อยก็เลยไม่เอามาพูดเยอะจนเข้าใจยากหรือเข้าใจไม่ได้

สำหรับวันนี้จะพูดเรื่องราวของความผิดตามมาตรา 14 นี้อีกเผื่อว่าจะได้เป็นประโยชน์กับนักเรียนทุกคนครับ

1)   การนำข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศหรือตื่นตระหนกของประชาชน

“ มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดดังที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้า ( 5 ) ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท (100,000) หรือทั้งจำทั้งปรับ

(1)  ……

(2)  นำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนหรือประชาชน…”

มีองค์ประกอบความผิดคือ

ก.   มีบุคคลใดคนหนึ่ง

ข.   นำข้อมูลที่เป็นความเท็จนี้เข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์

ค.   ข้อมูลดังกล่าวนี้จะก่อให้เกิดความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน

ตัวอย่างเช่น นายดำต้องการให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนจึงโพสข้อความว่า “…เขื่อนที่จังหวัดกาญจนบุรีร้าวกำลังจะแตก ขอให้ทุกคนและตุนเสบียงอาหารเท่าที่สามารถทำได้…” อย่างนี้ข้อความดังกล่าวถือเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ

ความแตกต่างระหว่างความผิดตามมาตรา 14 (2) กับ (1) ต่างกันตรงที่ (2) นี้จะเป็นข้อความเท็จที่มีผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากวงกว้าง หรือความมั่นคงของประเทศ เป็นต้น ส่วนความผิดตาม (1) นั้นมีผลกระทบต่อเฉพาะบุคคลเท่านั้น

2)   ความผิดว่าด้วยการนำข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อความเท็จนั้นเกี่ยวกับความผิดด้านความมั่นคง หรือ การก่อการร้าย ตาม ป.กฎหมายอาญามาตรา 107-138,135/1-135/4

“ มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดดังที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้า ( 5 ) ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท (100,000) หรือทั้งจำทั้งปรับ

(1)  ……

(2)  ……

(3)  นำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา…”

มีองค์ประกอบความผิดคือ

ก.   มีบุคคลใดคนหนึ่ง

ข.   นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยทราบว่าเป็นข้อความที่มีความผิดตาม ค.

ค.   ข้อมูลดังกล่าวนี้ไม่ว่าจะเป็นเท็จหรือไม่แต่เป็นข้อมูลที่เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงหรือความผิดก่อการร้ายตาม ป.กฎหมายอาญา ดังนี้

  1. ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

–    ความผิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนประองค์ เช่น ข้อความเกี่ยวกับ การดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ฯลฯ เป็นต้น ( ข้อความเหล่านี้จะพบเห็นได้เยอะมากช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง เราจะเห็นได้ว่านอกจากผู้โพสจะต้องรับผิดตามกฎหมายฉบับนี้แล้ว อาจต้องรับผิดตาม ป.อาญาอีกส่วนหนึ่งด้วย )

–    ความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เช่น ข้อความเกี่ยวกับการแบ่งแยกแผ่นดิน ยึดอำนาจปกครอง ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ข้อความใดๆที่เป็นการกระทำต่อธง หรือสัญลักษณ์ของรัฐ เพื่อเหยียดหยามประเทศ เป็นต้น

–    ความผิดต่อความมั่นคงนอกราชอาณาจักร เช่น ขายความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ เป็นต้น

–    ความผิดต่อความสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ เช่น ทำร้ายร่างกาย หรือทำความผิดต่อเสรีภาพของผู้แทนรัฐต่างประเทศ

 

  1. ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย เช่น

–    ยึดสนามบินเพื่อต่อรองรัฐบาล

–    ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สาธารณะประโยชน์ เช่น หยุดจ่ายไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น นายแดงต้องการข่มขู่รัฐบาลเพื่อสร้างความปั่นป่วนหวาดกลัวในหมู่ประชาชนจึงโพสข้อความว่า “ …พรุ่งนี้กูจะตัดหัวครูในจังหวัดยะลา 10 คน….” อย่างนี้ข้อความดังกล่าวถือเป็นการนำข้อความที่มีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงหรือก่อการร้าย เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากเจ้าตัวผู้โพสจะมีความผิดตาม พรบ.นี้แล้ว ยังอาจมีความผิดตามกฎหมายอาญาอีกส่วนหนึ่งต่างหาก

ความแตกต่างระหว่างความผิดใน มาตรา 14 (3) กับ มาตรา 14 (2) ต่างกันตรงที่ข้อความที่โพสตาม (3) ต้องเป็นข้อความที่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ในส่วนของความมั่นคง หรือ การก่อการร้ายด้วย ไม่ว่าข้อความนั้นจะเป็นความจริงหรือเป็นความเท็จก็มีความผิด

เห็นมั๊ยครับว่า การใช้คอมพิวเตอร์/อินเทอร์เน็ต จะใช้แบบเอามันเข้าว่าไม่ได้เลยนะครับ โดยเฉพาะเห็นคนอื่นโพสมาแล้วเราไปส่งต่อ หรือนำไปเผยแพร่ต่อในระบบคอมพิวเตอร์ก็มีความผิดด้วย จะมาอ้างภายหลังว่าเราไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นโพสนะฟังไม่ขึ้นนะครับ…

สำหรับครั้งหน้า จะเอาเรื่องการโพสภาพโป๊ วิดีโอโป๊ (ซึ่งมีนักเรียนหลายคนเอามาฝากไว้เยอะที่ป้อมยาม…ฮึๆๆ) มาเล่าให้ฟังว่าใครที่ชอบโพสคลิป วาบหวิว นะผลมันเป็นยังไง