ควาจริงไม่ลับ

บริหารธุรกิจอย่างไรไม่ให้เจ๊ง บทที่ 14 คดีความเกิดขึ้นแล้ว 2 (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

ใกล้จะเที่ยงคืน ผมยังทำใจไม่ได้ และยังหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้น บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกจุดสูบ นาทีนั้นผมมีควันสีขาวเป็นเพื่อน

ผมครุ่นคิดถึงมาตรา 46 ที่ว่าผมลวงให้เฮียบึกจ่ายเงินค่าหุ้นให้กับผม ด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จในสาระสำคัญ ซึ่งผมก็นึกออกได้ทันทีถึงรายการเงินสดที่ผมทำสรุปให้เฮียบึกไปว่า ณ 31 ธันวาคม ปีที่ 1 ของการทำบริษัท บริษัทจะมีเงินเหลือ 0.6 ล้านบาท แต่พอเอาเข้าจริงๆ บริษัทกลับแสดงรายการทรัพย์สินไม่มีตัวตน ซึ่งก็คือความลับทางการค้ามาแทนที่ 0.6 ล้านบาท เฮียบึกคงใช้หลักข้อนี้เล่นงานผม เพราะถ้าหากเฮียบึกรู้ว่าไม่มีเงินสด 0.6 ล้านบาท เฮียบึกจะไม่ลงทุน งานนี้ก็เข้าหลักที่ว่าผมลวงเฮียบึกเข้ามาถือหุ้น

ยิ่งคิดผมก็ยิ่งหดหู่ใจ ดูแล้วคุกตารางจะรอผมอยู่ข้างหน้า ผมจะหนีคุกตารางได้ จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องหาเงิน 1.0 ล้านบาทคืนให้เฮียบึกไป

รุ่งขึ้นผมออกจากบ้านแต่เช้า เพื่อไปหาเฮียบึก ผมตั้งใจจะมาเจรจาขอผ่อนเงินค่าหุ้นจำนวน 1.0 ล้านบาท แบ่งจ่ายจำนวน 10 งวด งวดละ 100,000 บาท ส่วนเงินปันผลที่ค้างชำระ ผมจะจ่ายให้เดือนละ 20,000 บาท เป็นเวลา 10 เดือน รวมแล้วผมจะจ่ายคืนเฮียบึกเดือนละ 120,000 บาท

สำหรับดอกเบี้ยจากเงิน 1.0 ล้านบาท ที่ผมทยอยจ่ายคืนทุกเดือน เดือนละ 100,000 บาท ให้คิดกันทุกเดือนตามยอดหนี้ ณ ขณะนั้น โดยผมตกลงให้เฮียบึกคิดดอกเบี้ยที่ร้อยละ 20 ต่อปี

เฮียบึกดูจะไม่ค่อยชอบใจข้อเสนอนี้ซักเท่าไร แต่ดูเหมือนแกจะไม่มีทางเลือกอื่น แกจึงตอบตกลง แต่ขอให้ผมวางเช็ค 10 ฉบับ ฉบับละ 120,000 บาท ไว้ให้กับแกล่วงหน้า ผมตอบตกลง

ปัญหาคุกตารางได้ถูกแก้ไขผ่านไปด้วยดี แต่ปัญหากับธนาคารเรื่องบัตรเครดิตนี่สิ จะต้องระเบิดขึ้นแน่นอน เพราะผมย้ายเงินบริษัทจากที่เคยจ่ายให้กับธนาคารมาจ่ายให้เฮียบึกแทน

ตอนนั้นผมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินไปตายเอาดาบหน้า

51คดีความเกิดขึ้นแล้ว