ควาจริงไม่ลับ

บริหารธุรกิจอย่างไรไม่ให้เจ๊ง บทที่ 2 รวยฟ้าผ่า (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

ผมยังจำภาพวันคืนที่ผมเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยได้ ทนงกับผมมักจะนัดแนะกันไปกินเหล้าที่ร้านอาหารป้าส้มตรงข้ามมหาวิทยาลัยอยู่เป็นประจำ ทุกครั้งที่ทนงกินเหล้ากับผม เราสองคนจะคุยกันถึงแต่เรื่องของการทำงานหลังจากจบออกไป

ทนงชอบบอกกับผมว่า ถ้าจะต้องจบออกไปเป็นหมอหมา ใส่เสื้อกาวน์เดินออกตรวจเยี่ยมผู้ป่วยที่เป็นหมา มันบอกว่าหมาไม่เคยซึ้งในบุญคุณของมัน หมาไม่เคยขอบใจมัน และที่สำคัญหมาไม่สามารถทำให้มันรวยเป็นเศรษฐีได้ เป็นอะไรที่มันทำใจไม่ค่อยได้

เมื่อผมได้ยินมันพูดแบบนี้ ผมก็สวนออกไปว่า

ก็มึงเรียนมาเป็นหมอหมา หน้าที่ของมึงก็คือดูแลสัตว์ที่ป่วยให้หายจากไม่สบาย พอหาย ก็หมดหน้าที่มึงแล้วไม่ใช่หรือ  มึงจะสนใจคำขอบคุณจากหมาไปเพื่ออะไร

ทนงตอบกลับมาว่า ชีวิตคนจะอยู่ได้อย่างภาคภูมิใจ อย่างน้อยผลงานที่ทำออกไปจะต้องมีคนเห็นคุณค่า

ผมก็ตอบไปว่า ก็เจ้าของหมานั่นแหละเห็นคุณค่าของมึง

ทนงบอกว่า ไม่ใช่ เจ้าของหมาทำให้มันภาคภูมิใจไม่ได้  เพราะเจ้าของหมาส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนรวย มันบอกว่า มันสนใจคนรวยเท่านั้น เพราะถ้าคนรวยภาคภูมิใจในตัวมัน คนรวยจะกลายเป็นสะพานให้มันข้ามไปฝั่งโน้นได้

ผมส่ายหน้า และไม่ได้สนใจคำพูดของมันในตอนนั้น ซึ่งถ้าหากสนใจดีๆ อาจจะทำให้ผมไม่หายนะอย่างที่เป็นอยู่ก็ได้

หลังจากเรียนจบ ผมกับทนงก็แยกย้ายกันไปทำงาน ทนงสมัครงานเป็นเซลล์บริษัทขายยาสัตว์ เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วฟ้าเมืองไทย ส่วนผมสมัครเข้าทำงานเป็นสินเชื่ออยู่ในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ผมกับทนงยังติดต่อกันเป็นระยะๆ และพูดคุยเรื่องตั้งบริษัทกันมาโดยตลอด

เราสองคนคุยกันอยู่นานหลายเดือน จนในที่สุด เราก็เห็นพ้องต้องกัน ตัดสินใจทำคลอดบริษัทขายยาสัตว์ มีผมกับทนงสองคนร่วมกันเป็นกรรมการบริษัท

ในวันนั้น ผมกับทนงช่วยกันทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ กิจการของบริษัทขยายตัวไปได้ดี เพราะฝีมือทนงที่เชี่ยวชาญยารักษาสัตว์ทุกประเภท อีกทั้งสามารถสร้างตลาดสินค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเคล็ดลับของทนง ก็คือว่า แย่งตลาดของบริษัทที่ทนงทำงานอยู่มาเป็นของบริษัทเราเอง ตอนแรกผมก็รู้สึกไม่ค่อยดี เพราะคิดเสมอว่าคนทำธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคุณธรรม  ต้องทำอะไรอย่างถูกต้องตามทำนองครองธรรม แต่ทนงเองก็บอกว่า เรื่องการแย่งตลาด ใครๆ เขาก็ทำกัน

นานวันเข้า ผมก็เริ่มชินชา และสนุกสนานกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย เงินทองไหลมาไม่ขาดมือ ผมขายสินค้าโดยปล่อยเครดิตการค้าแค่ 2 เดือน แต่สินค้าที่ผมซื้อมาได้รับเครดิตการค้า 3-5 เดือน ผมกลายเป็นคนมีเงินภายในเวลาไม่ถึงปีครึ่ง

ไอ้การที่คนเราประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเกินไป  มันทำให้จิตวิญญาณเจริญเติบโตไม่ทัน ทุกค่ำวัน ผมจะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ ผมอดคิดไม่ได้ว่า โลกใบนี้มีแค่สิ่ง 2 สิ่ง คือ ผลประโยชน์กับต้นทุน ผมคิดถึงแต่สิ่ง 2 สิ่งนี้ตลอดทุกลมหายใจเข้าออก ในตอนนั้นผมลืมเรื่องจิตวิญญาณ หรือการเป็นคนดีไปจนหมดสิ้น ผมคิดแต่ว่าผมเป็นนักธุรกิจ เป็นคนที่ประสานประโยชน์ให้กับคนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มาวันนี้ผมรู้แล้วว่าผมคิดและเข้าใจทุกอย่างผิดหมด

ขึ้นปีที่ 2 ของการเปิดกิจการบริษัท ทนงและผมออกรถคันใหม่ ซื้อบ้านใหม่ ดำเนินชีวิตแบบพลิกความคาดหมายของคนส่วนใหญ่ ไม่มีใครเชื่อว่า คู่หูดูโอที่ใครๆ มองว่าไม่มีอนาคต กำลังมีอนาคตขึ้นมาได้

รวยฟ้าผ่า