ควาจริงไม่ลับ

บริหารธุรกิจอย่างไรไม่ให้เจ๊ง บทที่ 9 หลงทาง (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

ผมยังเจ็บใจอยู่ไม่หาย จากบริษัทขายยาสัตว์ที่กำลังไปได้ดี แต่เพราะความโลภตัวเดียวแท้ๆ พาให้บริษัทฉีกแนวไปขายยาที่กฎหมายห้าม

วัคซีนหวัดนก ตัวเดียวแท้ๆ ที่ทำให้ผมกับไอ้ทนงต้องมาเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาเงินมาลงทุนสร้างฟาร์มไก่ เพื่อจะรักษาเงิน 1.0 ล้านบาท ที่จ่ายค่าวัคซีนไปไม่ให้สูญเปล่า นึกแล้วก็ตลกสิ้นดี

เมื่อผมกับมันกระโดดลงมาลุยฟาร์มไก่ ก็แน่นอนว่าผมกับมันไม่มีเวลาทำธุรกิจหลักที่ได้กำไรแน่นอน

เงิน 3.0 ล้านบาท ถูกระดมหามาด้วยการที่ผมไปสมัครเป็นลูกค้าบัตรเครดิต ทั้งๆ ที่จริงๆ ผมปฏิญาณเอาไว้ว่า จะไม่ใช้บัตรเครดิตมากเกินกว่า 1 ใบ แต่สุดท้ายแล้ว ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ เพราะถ้าผมไม่หาเงินมาเพิ่ม บริษัทจะลำบาก และนั่นหมายถึงว่า บริษัทอาจจะพังไปก็เป็นได้ งานนี้เฮียบึกเอาผมตายแน่ๆ

ผมตัดสินใจสมัครเป็นลูกค้าบัตรเครดิต เพราะผมรู้ว่ามันมีโอกาสที่จะได้เงินกู้จากบัตรทันที และสามารถจะหาได้ไม่ต่ำกว่า 3.0 ล้านบาท

ที่ผมมั่นใจก็เพราะ ผมวางแผนเดินบัญชีให้สวยงามมาเนิ่นนานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้บอกให้ทนงมันรู้เท่านั้น

ตลอดเวลาที่ผมทำธุรกิจกับมัน ผมขยันไปธนาคาร นำเงินฝากเข้าและถอนออกอยู่เป็นประจำ จากเงินเดือนแค่เดือนละ 50,000 บาท ที่ผมได้รับจากบริษัท ผมขยันไปธนาคารเอาเงินฝากเข้าและถอนออก ตามรายละเอียดดังนี้

1

การเดินบัญชีตามที่ว่ามา ผมแค่ไปธนาคารสัปดาห์ละ 2 ครั้ง วันหนึ่งไปฝาก อีกวันหนึ่งไปถอน แล้วก็ไปฝาก แล้วก็ไปถอน ผมทำแบบนี้ติดต่อกัน 6 เดือนมาแล้ว ทำให้ภาพของการเดินบัญชีมีเงินเข้าออกเดือนละเป็นแสน

ธนาคารก็แสนจะสงสัยจึงถามผมว่า นอกจากหนังสือรับรองเงินเดือนจากบริษัท ยาสัตว์ยิ่งเจริญ จำกัดแล้ว ผมมีรายได้จากทางใดอีก ผมก็บอกธนาคารไปว่า ผมเป็นคนที่มีการศึกษาสูง เรียนหนังสือจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ มีอาชีพเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทหลายๆ แห่ง นอกจากนี้ผมยังมีรายได้พิเศษคือสอนหนังสือตามโครงการพิเศษของมหาวิทยาลัย ไม่เชื่อดูเงินเดินบัญชีของผมซิ ตลอดหกเดือนสม่ำเสมอมาโดยตลอด

ธนาคารเห็นเอกสารกับฟังการตอแหลจากผมก็หลงเชื่อ ปล่อยวงเงินกู้บัตรเครดิตให้ผมธนาคารละ 200,000 บาท รวม 10 ธนาคาร ที่ผมไปขอพร้อมๆ กัน ได้เงินกู้รวม 2.0 ล้านบาท

สาเหตุที่ผมต้องขอวงเงินกู้บัตรเครดิตพร้อมๆ กัน ก็เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบประวัติการกู้ของผมจากเครดิตบูโรไม่ได้นั่นเอง

เงิน 2.0 ล้านบาท ที่ผมรูดปื๊ด รูดปื๊ดจากบัตรเครดิตถูกนำไปให้ทนงมันลงทุนเช่าที่ดินและสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ โดยผมบอกมันว่า กูไม่สามารถจะหาได้ถึง 3.0 ล้านบาท มึงเอาไปแค่ 2.0 ล้านบาท และย่อขนาดโครงการในฝันของมึงลง ถ้ามึงทำสำเร็จ เงินคืนเฮียบึกก็มี และยังเหลือกำไรอีกคนละจำนวนหนึ่งซึ่งก็โอเคแล้ว มันไม่ขัดข้องแต่ประการใด ทิ้งท้ายผมยังบอกมันว่า ดอกเบี้ยแม่งสุดแพงเลยนะเว้ย มึงห้ามพลาด

มันฟังผมก็ได้แต่ยิ้ม แล้วบอกว่า ที่ผ่านมากูพลาดแค่ครั้งเดียว

ภายใน 1 เดือน โรงเรือนเลี้ยงไก่ก็สำเร็จ และลูกไก่หลายพันตัวร้องเจี้ยบๆ ดังระงมไปทั่ว ผมกับมันแทบจะหยุดขายยาสัตว์ไปเลย ยอดขายที่เคยขายได้เดือนละหลายแสนตกลดลง 50% เพราะมัวแต่มายุ่งกับไก่

เมื่อลูกไก่อายุได้ที่ ทนงมันรับอาสาให้วัคซีนหวัดนกกับไก่เอง ซึ่งผมก็เห็นว่าไก่ทุกตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี และใกล้จะ 2 เดือน ไก่เริ่มให้ความหวังกับผมมากขึ้น ทุกวันผมคิดถึงแต่ไก่ และหวังว่า อีกแค่เดือนเศษๆ ปัญหาจะยุติ เงิน 1.0 ล้านบาท จะกลับคืนเข้าบริษัทเป็นเงินสด และยังเหลือแบ่งกำไรกินขนมกันอีกต่างหาก

มันเหมือนฟ้าไม่เมตตา เทวดาไม่ปราณี คนกระทำอะไรไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ย่อมจะไม่สำเร็จในสิ่งที่หวัง ไก่ละแวกบางสะพานตายกันเป็นเบือ แต่ไก่ในฟาร์มของผมกลับไม่ตาย

และแล้ววันหนึ่ง เป็นวันที่ท้องฟ้ามีสีขุ่นมัว ผมเห็นปศุสัตว์จังหวัดเดินมาที่ฟาร์มและยื่นหนังสือให้ผม ผมไม่อ่านแต่ยื่นต่อให้ทนงอ่านดู

ทันทีที่ทนงอ่านหนังสือจากทางราชการ ทนงถึงกับเป็นลมล้มพับไป นาทีนั้นผมรู้แล้วว่า ความซวยกำลังคืบคลานเข้ามา หนังสือแจ้งว่าให้ทำลายไก่ทั้งฟาร์ม โดยวิธีฝังกลบทั้งหมดและให้ทำลายภายใน 48 ชั่วโมง

หลงทาง