ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

บริษัท เอ็น. ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) NCH

รักษ์รวย : ผมอ่านคอลัมน์ครูพักลักจำตอนที่แล้ว เรื่องการทำโพลล์สำรวจความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประชาชน และเรื่องราวของการจับจ่ายของคนกรุง ซึ่งเค้าบอกว่าคนกรุงจะใช้เงินไปกับที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น แสดงว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนกรุงนั้นเพิ่มมากขึ้นใช่มั้ยครับ

Untitled

บุญมี : แล้วยังไงต่อ  รักษ์รวยก็อยากจะซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ใหม่เหมือนกันเหรอ

รักษ์รวย : เปล่าครับ  ซื้อมาทำไมอีกครับ หลังเก่าก็เพิ่งจะเป็นไทไปไม่กี่เดือนนี่เอง  คือแบบนี้ ผมอ่านหนังสือแล้วเจอข่าวนี้เข้า  จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาล โดยเนื้อข่าวเป็นแบบนี้ ปลัดคลังเผยปรับเพดานภาษี ” ที่ดิน – สิ่งปลูกสร้างใหม่ ”

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างวงเสวนาเรื่องกฎหมายภาษีทรัพย์สินต่อการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ จัดโดยโครงการนิติเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า กระทรวงการคลังได้ปรับปรุงอัตราเพดานจัดเก็บภาษี ในร่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ โดยที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม จัดเก็บไม่เกิน 0.25% จากเดิมกำหนดไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมิน ส่วนที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย จัดเก็บไม่เกิน 0.5% จากเดิมไม่เกิน 1% ของราคาประเมิน ส่วนที่ดินอื่นๆ เช่น ที่ดินเชิงพาณิชย์ จัดเก็บไม่เกิน 2% จากเดิมไม่เกิน 4% ของราคาประเมิน สำหรับที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า จะจัดเก็บไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมิน และจะเพิ่มอีก 1 เท่าในทุกๆ 3 ปี แต่ไม่เกิน 2% สำหรับเกณฑ์การยกเว้นนั้น นายรังสรรค์ กล่าวว่า หลักการจัดเก็บภาษี เพื่อสร้างความเป็นธรรมและสร้างรายได้ให้รัฐบาล โดยไม่ยกเว้นให้มาก แต่คำนึงถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก เบื้องต้น ยกเว้นภาษีที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 3 ล้านบาท ต้องเสีย 50% ของอัตราที่กำหนด ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท เสียเต็ม 100%

บุญมี : แกกำลังจะบอกว่า  หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะได้รับอานิสงส์จากการปรับลดภาษีในครั้งนี้ใช่มั้ย

รักษ์รวย : ใช่แล้วละครับ นั่งดูข่าวโบรกเกอร์แนะนำให้ซื้อหลายตัวเลยทีเดียว แต่ก็ไม่รู้จะซื้อดีรึเปล่า พี่มีแนะนำผมบ้างมั้ยละครับ

บุญมี  :  ไม่รู้สิ……งั้นลองดูข่าวนี้ละกันน่ะ

nch1

บริษัท เอ็นซี เฮ้าส์ซิ่ง  ดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าได้แก่ จัดสรรที่ดินและปลูกบ้านสำเร็จรูปและคอนโดมิเนียม งานก่อสร้าง การบริการและเช่าภายในสโมสรหมู่บ้าน

รักษ์รวย :  ผมชอบคำว่า “ ต่ำกว่าบุ๊ค ” จังเลยครับ โดยปัจจุบัน NCH มี เราอยากจะรู้  BV  2.03 (อิงจากข่าว) และมีราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1.96 ซึ่งนี่แหละที่เรียกว่าราคาต่ำกว่าบุ๊ค (book value) หรือเรียกเต็มๆ ว่า มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ซึ่งแน่นอนว่าหาบอกว่าราคาต่ำกว่า BV ก็จะถือว่าหุ้นตัวนั้นมีราคาที่ถูก ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ต้องชอบของถูกเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

บุญมี : ใครๆ ก็อยากจะซื้อของถูก แล้วขายของแพงๆ  เพื่อจะได้กำไรเยอะๆ

รักษ์รวย : งั้นเรามาดูอัตราส่วนทางการเงินของ NCH กัน โดยเหมือนเดิมครับ เริ่มจากงบการเงินกันก่อน

nch3

ตามด้วยอัตราส่วนทางการเงิน

NCHH

บุญมี :  อืม …ราคาต่ำกว่า BV จริงด้วย  NCH มีพาร์ 1 บาท มี BV = 2.03  ราคาปัจจุบัน 1.96 เพราะแบบนี้นี่เองถึงได้เนื้อหอม มีต่างชาติติดต่อเข้ามาขอซื้อกิจการกันเพียบเลย

รักษ์รวย :  แต่ในข่าวมีการยืนยันอย่างหนักแน่นน่ะครับว่า จะไม่มีการขายกิจการอย่างแน่นอน แต่ต้องการคนเข้ามาร่วมทุนในกิจการมากกว่า  จากสภาพคล่องก็ดูดีน่ะครับ แต่ตอนนี้การกู้เงินเป็นไปได้ยาก  ตอนนี้รายได้อยู่ที่ 1,097.23 ล้านบาท  ในสิ้นปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,200 ล้านบาท ซึ่งลดจากปีก่อนจาก 3,500 ล้านบาท โดยงวด 6 เดือนนี้มี Eps ที่ 0.06 บาทต่อหุ้น หากให้ 1 ปี เป็น 0.06*2 = 0.12  แบ่งมาปันผล 40%  จะได้ 0.12*40% = 0.048 เอามาเทียบหลักขี้หมาที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ 2.5 จะได้ราคาใหม่เท่ากับ  0.048*100 /2.5 = 1.92 บาทต่อหุ้น  ซึ่งไม่ได้หนีไปจากราคาปัจจุบันเลย

บุญมี : อาจจะเป็นเพราะการคาดการณ์การรับรู้รายได้ในอนาคตลดลง เนื่องจากมีการชะลอตัว หรือเลื่อนการเปิดโครงการใหม่ รายได้ในปีนี้จึงลดลงมามากพอสมควร  ไม่ใช่เพียงแต่ NCH เท่านั้นน่ะที่มีการชะลอตัวการเปิดโครงการ  ยังมีอีกหลายบริษัทที่ทำการเลื่อนการเปิดตัวโครงการใหม่เช่นกัน  ตามภาพข่าวนี้

เลื่อนเปิด

รักษ์รวย :  ทำไมต้องเลื่อนโครงการใหม่ ทั้งที่มีข่าวว่าอสังหาจะดีไม่ใช่เหรอครับ

บุญมี : แหม….แต่ละบริษัทเค้าก็ต้องระวังเนื้อระวังตัวกันบ้างสิ  เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

รักษ์รวย : อ้าว…ไหนบอกว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจตามข่าวด้านบนจะช่วย ให้อสังหาดีขึ้นไม่ใช่เหรอครับ  หลายสำนักถึงบอกให้เราซื้อหุ้นอสังหาอ่ะครับ

บุญมี : อันนี้ก็ไม่รู้สิน่ะ…….ลองไปศึกษาหุ้นกลุ่มนี้ หลายๆ ตัวดู  เผื่อจะเห็นอะไรดีๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ