HEAD คนค้นหุ้น ตอนจับชีพจรหุ้น 750x400

ตรวจชีพจรหุ้น TKN หุ้นน้องใหม่ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

หากจะพูดกันถึงวงการขนมขบเคี้ยวในบ้านเราแล้ว มีมากมายหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายประเภท แต่ถ้าจะตีวงให้แคบลงมาหน่อยว่าเป็นประเภทสาหร่ายทอดกรอบ ก็เหลือยี่ห้อดังๆ ที่คุ้นหูอยู่ไม่กี่ประเภท อย่าง เถ้าแก่น้อย ก็เป็นยี่ห้อที่คุ้นหู หาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป

เถ้าแก่น้อย ไม่ได้มีเฉพาะ สาหร่ายปรุงรส ยังมีสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวโพดอบกรอบ เป็นต้น โดยลักษณะของผลิตภัณฑ์และบริการแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ 1) สาหร่ายทอดกรอบ 2) สาหร่ายย่าง 3) สาหร่ายเทมปุระ 4) สาหร่ายอบ 5) ผลิตภัณฑ์อื่น ประกอบด้วย ธุรกิจข้าวโพดอบกรอบ ธุรกิจร้านจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและของฝาก และธุรกิจขนมปังอบกรอบและข้าวโพดอบกรอบ

การเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ภายใต้แบรนด์ของเด็กหนุ่มที่ชื่อ อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ (ชื่อเล่น : ต๊อบ) ผู้บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งผลิตสาหร่ายทะเลทอดกรอบ และขนมขบเคี้ยวภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” เมื่อปี พ.ศ. 2546 ขณะมีอายุ 19 ปี โดยมียอดจำหน่ายกว่า 1,500 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2553

ระยะเวลาเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 จนถึงปัจจุบันกว่า 10 ปีแล้ว ธุรกิจมีการเติบโตขึ้นเป็นลำดับ จนปลายปี 2558 เถ้าแก่น้อย จึงได้ฤกษ์นำ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เข้าตลาดหลักทรัพย์ และขายแบบ IPO ให้ประชาชนทั่วไปเป็นจำนวน 90 ล้านหุ้น เพื่อระดมทุนสร้างโรงงานเพิ่มอีก 1 แห่ง หวังเจาะตลาดในต่างประเทศ และนี่คือบทสัมภาษณ์ของคุณต๊อบ ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ก่อนที่จะธุรกิจของเค้าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปลายปี 2558
1

 

2

 

เถ้าแก่น้อย TKN เสนอขายหุ้นวันที่ 25-27/11/58 ด้วยราคา 4 บาท และเริ่มซื้อขายวันแรกวันที่ 3/12/58

3

 

4

 

 

ราคาปิด ณ วันที่ 11/1/59 คือ 8.80 บาท/หุ้น

 

5

 

หุ้น TKN เป็นหุ้นน้องใหม่ที่ได้รับความสนใจ ด้วยราคาที่เปิดขาย IPO วันแรก 3/12/58 ที่ราคา 4 บาท ผ่านเวลามาเดือนเศษ ราคาขึ้นมาที่ 8 บาทกว่าๆ และเมื่อดูผลประกอบการย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2555

ปี 2555 มีรายได้รวม 2,542 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 105 ล้านบาท

ปี 2556 มีรายได้รวม 2,721 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 128 ล้านบาท

ปี 2557 มีรายได้รวม 2,726 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 199 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับปี 2556

ปี 2558 ไตรมาส 1 มีรายได้รวม 702 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 51 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2557 ซึ่งมีรายได้รวม 578 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท

ดังนั้น หาก TKN ขายหุ้น IPO ได้ตามเป้าที่วางไว้ ก็จะมีเงินมาลงทุนสร้างโรงงานใหม่ ย่อมทำให้ยอดการผลิตเพิ่มขึ้น รายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น EPS ก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย แต่การเพิ่มทุนแบบขายหุ้นเพิ่มทุน มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อจำนวนหุ้นเพิ่มมากขึ้น และบริษัทมี EPS เพิ่มขึ้น EPS จะมีตัวหารมากขึ้นด้วย อาจทำให้ EPS ไม่ก้าวกระโดดอย่างที่ควร คงต้องมาดูกันอีกทีนึงว่า เมื่อโรงงานใหม่สร้างเสร็จจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากน้อยเพียงใด แต่โรงงานใหม่ของ TKN นี้ได้รับสิทธิพิเศษยกเว้นภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 7 ปี และนี่อาจจะเป็นข้อดีที่ทำให้หุ้นตัวนี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ราคาหุ้น TKN ที่ดูมีอนาคตสดใส จะพาราคาไปได้ถึงขนาดไหน คงจะเป็นหนังยาวให้คอยลุ้นกันต่อไปค่ะ