ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

บทเรียนที่ได้รับจากการเล่นหุ้น

ตลาดหุ้นในยามนี้เป็นโอกาสของคนมีเงิน ใครมีเงินเหลือ มีความได้เปรียบสามารถที่จะซื้อของถูก แบบไม่ต้องรีบซื้อ สาเหตุเพราะในเร็วๆ นี้ยังไม่มีสัญญาณว่าหุ้นจะฟื้นตัว ทุกอย่างยังดูอึมครึมไปหมด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจบอกสถานการณ์ได้ดี คนมีเงินจึงยังไม่ต้องรีบซื้อ

การซื้อของหุ้นรอบนี้แกว่งอยู่ในกรอบ 1,400 – 1,500 จุดมานาน ย่ำไปมาในกรอบตรงนี้มานานมากแล้ว ถ้าพูดไปแล้วก็รู้สึกได้ว่า ฐานที่ 1,400 จุด เป็นอะไรที่เหนียวแน่น ราคาหุ้นไม่น่าจะตกลึกเกิน 1,400 จุด แต่โลกของตลาดหุ้นก็ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกเรื่องที่ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ไม่จำกัดแม้ว่าในอีก 2 – 4 เดือนข้างหน้า หุ้นจะขึ้น

คนลงทุนตอนนี้จึงต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ระวัง ถ้าจะเข้าซื้อ อาจรอให้เห็นสัญญาณการขึ้นที่ชัดเจน แม้จะซื้อในราคาที่แพงหน่อย แต่ก็สบายใจ

ปัญหาการซื้อแพงจึงไม่ใช่ปัญหา ถ้ารู้ว่าซื้อแล้วหุ้นขึ้นแน่นอน อยากให้ไปโฟกัสปัญหาตรงที่ว่า ซื้อแพงไปหน่อยแล้วจะไปขายที่ราคาใด น่าจะดีกว่า เพราะกำไรอยู่ที่เราขายออกไปที่ราคาใด การซื้อถูก แต่ขายออกไปตอนที่มันขึ้น แล้วมันก็ยังขึ้นต่อ ไม่ได้ทำให้เรากลายไปเป็นคนรวย อยากให้นักเรียนระลึกเรื่องนี้เอาไว้ให้ดี

ตลาดหุ้นในยามนี้ สำหรับคนที่เล่นหุ้น แล้วติดหุ้นไปเรียบร้อยแล้ว ก็สอนเราว่า เล่นหุ้นในครั้งต่อไป ห้ามเล่นแบบหมดตัว การเล่นแบบหมดตัว คือการลงทุนที่อยู่ในอาการประมาท พอหุ้นขาลงจะเจ็บลึกเหลือเกิน

การตกของหุ้นในรอบนี้ กับตัวที่ตกเยอะๆ เยอะจนเราเสียหายมาก ก็เป็นเพราะเราเข้าไปลงทุนในหุ้นที่มี P/BV สูง 3 – 4 เท่า พอบทเวลาหุ้นตก ราคาจึงร่วงแรง เพราะราคาหุ้นได้สูงกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีมาเยอะ ถ้านักเรียนสังเกตดีๆ จะเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่หุ้นตก หุ้นตัวที่มี P/BV ต่ำกว่า 1 หรือใกล้ 1 ไม่ได้ตกเยอะเลย

สาเหตุที่มันตกไม่เยอะ เป็นเพราะมันไม่เหลือราคาให้ตกลงมากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะราคาที่เป็นอยู่ก็ใกล้เคียงกับมูลค่าหุ้นทางบัญชี ซึ่งนั่นหมายความว่า เลิกกิจการบริษัทก็ได้เงินค่าหุ้นคืนกลับ เผลอๆ อาจจะมากกว่าราคาหุ้นด้วยซ้ำ สาเหตุเพราะในงบดุลมีการบันทึกสินทรัพย์ที่ในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับอดีตที่บันทึกเอาไว้เมื่อ 30 ปีก่อนในราคาทุน

ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ขอให้นักเรียนตั้งสติให้ดีๆ กับการหารายได้ก้อนใหม่ แล้วจัดการบริหารพอร์ตให้เหลือแต่หุ้นที่ดีและมีอนาคต เพราะหากหุ้นขึ้นรอบหน้าจะเป็นคราวของหุ้นขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่หุ้นขนาดเล็กที่ในอดีตมีการไล่ราคากัน

สังเกตดีๆ ตอนนี้หุ้นขนาดใหญ่ที่พื้นฐานดี มี P/BV ใกล้ 1 ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าพื้นฐานของกิจการไม่เปลี่ยน นั่นหมายความว่า ในอนาคตทิศทางราคาขึ้นแน่และขึ้นได้อีกไกล

หุ้นขนาดใหญ่จะนำตลาดพาตลาดหุ้นกลับไปที่ 1,500 จุด แล้วทะลุไปได้ หากเศรษฐกิจพลิกฟื้นได้

แต่ก็ได้แต่ภาวนาว่า จะพลิกฟื้นเมื่อไร มันคงเกิดขึ้นหลังรัฐบาลอัดฉีดเงินงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าขืนชักช้าเยิ่นเย้อไปมากกว่านี้ อันตรายแน่

ท้ายนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนรอดปลอดภัย แล้วมีโอกาสกลับมาลงทุนใหม่กันทุกคน