ควาจริงไม่ลับ

เตรียมตัวที่จะเป็นคนรวย บทที่ 22 นึกถึงความตายอยู่เสมอ (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

ผมป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายเดือน และเมื่อวานเป็นวันกำหนดนัดฟังผลตรวจเลือดและ MRI ทั่วร่างกาย หมอบอกให้ผมตั้งใจดีๆ

แค่เพียงหมอพูด ผมก็พอจะเดาได้ ว่าข่าวร้ายที่ผมไม่อยากจะได้ยินกำลังจะเกิดขึ้น

ผมย้อนกลับไปนึกถึงอารมณ์ ความรู้สึก เมื่อตอนผมเป็นเด็ก กำลังรอเข้าแถวฉีดวัคซีนที่โรงเรียนจัดให้ ผมรู้ได้ทันทีว่า คนถัดไปที่กำลังจะถูกเข็มฉีดยาแทงเข้าให้ก็คือผม และมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หมอดูซึมๆ ถอนหายใจ พร้อมๆ กับเปิดแฟ้มผู้ป่วย แล้วพูดว่า ผมเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย

สิ้นเสียงหมอพูด ผมรู้สึกเหมือนกับว่า เหตุการณ์ที่ผมเผชิญหน้ากับหมออยู่ ไม่ใช่ความจริง มันเป็นความฝัน แต่เมื่อตั้งสติได้ ผมก็รู้ว่า มันเป็นเรื่องจริง

อาจเป็นโชคดีของผมก็ได้ ที่ผมคิดถึงเรื่องความตายมาก่อนหน้านี้แล้ว วันหนึ่งมันจะต้องเกิดขึ้นกับผม ทำให้ผมพอจะทำใจยอมรับข่าวร้ายได้

จริงๆ แล้วการนึกถึงความตายมาตลอดทำให้ผมเริ่มธุรกิจเร็วกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน ผมตระหนักรู้ได้ว่า เวลาแห่งการพาชีวิตให้ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มต้นกระทำในวันนี้และก็เดี๋ยวนี้ เพราะถ้าหากผมเริ่มต้นช้า ผมจะทำความฝันให้เป็นจริงไม่ได้ วันนี้ความฝันของผม แม้จะสำเร็จไม่สมบูรณ์แต่ก็ถือว่าสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

ผมฟังหมออธิบายวิธีการรักษา ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีทางรักษาเยียวยาได้ ผมจึงถามหมอว่า ผมจะอยู่ได้นานอีกเท่าไร

หมอตอบกลับมาว่า

อาจจะ 3 เดือน แต่ไม่น่าจะเกิน 6 เดือน เพราะโรคร้ายลุกลามไปมากแล้ว

ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ บอกกับหมอว่า

ก็ยังดีที่อยู่ได้อีก 3 เดือน มันมากพอที่จะให้ผมได้สะสางงาน แล้วเขียนบันทึกให้คนรุ่นหลังได้อ่านเท่าที่ผมเข้าใจ อย่างน้อย คนที่มีโอกาสได้อ่าน เขาจะต้องได้รับประโยชน์ ไม่ต้องผิดพลาดแบบผม

หมอดูจะงงๆ ว่าผมไม่มีอาการกลัวอะไร แถมยังดูปกติและพอใจกับเวลา 3 เดือนที่เหลืออยู่

ถ้าจะว่าไปแล้ว ในธุรกิจได้ฝึกความไม่กลัวตายให้กับผม โดยที่ผมเองก็ไม่รู้ตัว

ในธุรกิจได้สอนให้ผมเสียสละดูแลลูกค้า ดูแลพนักงาน ดูแลความฝัน จนลืมดูแลตัวเอง เปรียบได้กับการที่ผมฝึกตายทุกวัน เพราะ ณ ขณะทำงานหนัก ผมไม่รู้สึกว่ามีตัวผมอยู่บนโลกใบนี้ การทำงานหนักทำให้ผมเข้าสมาธิตามธรรมชาติ และสมาธิทำให้ผลรู้จักการปล่อยวาง

ในธุรกิจยังสอนให้ผมรู้ว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผมรู้สึกและกลัวไปเอง จริงๆ แล้วถ้าผมหยุดความรู้สึกในใจได้ ความทุกข์ก็เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะไม่มีตัวผมเกิดขึ้น เพื่อจะรับความทุกข์

บทเรียนที่ตัวเองกำลังจะตาย แม้ระลึกในใจมาตลอด ว่าผมจะต้องตาย ก็ยังไม่พอที่ผมจะเอาชนะความกลัวตายได้ คนทุกคนจึงต้องใส่ใจกับเวลา ที่ต้องทำให้มันเหลือมากพอที่จะทำความเข้าใจให้ได้ว่า ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และต้องไม่รู้สึกกลัวมัน หากยังกลัวมันอยู่ แม้ว่าจะร่ำรวยขนาดไหน ก็ถือได้ว่าล้มเหลวต่อการใช้ชีวิต

วันนี้หากมีใครถามผมว่า อะไรสำคัญที่สุดในชีวิต ผมจะตอบว่า เวลา

เวลาสำคัญที่สุดจริงๆ ไม่ใช่เงินทอง

22