Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ถูกหลอก ตอน 1

ตลอด 30 ปีที่เล่นหุ้นมา หากให้ไล่เรื่องที่นักลงทุนรายย่อยถูกหลอก เรื่องแรกที่นึกขึ้นได้ทันที ก็คือเรื่องนี้

อยากให้นักเรียนดูแผนภาพ

S__1777667

 

หุ้น A โชว์ผลประกอบการออกมามีกำไรสุทธิโตมากขึ้น อาจจะโตมากกว่าก่อน 100 – 300%

ผลจากการที่กำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุนโชว์ตัวเลขที่โตขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) โตขึ้นด้วย

เมื่อ E โตขึ้น ราคาหุ้นจึงปรับตัวสูงขึ้น

สาเหตุที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ก็เพราะ E ที่โตขึ้น จะทำให้หุ้นจ่ายปันผลได้มากขึ้น

ราคาหุ้นจึงถูกไล่ เป็นการไล่ราคาที่อาจจะมีเงื่อนงำ เพราะเกิดเหตุการณ์ตามภาพที่เขียนด้วยสีแดง

คือกำไรโตขึ้นก็จริง แต่ลูกหนี้การค้าก็โตตามขึ้นมาเยอะ เมื่อเอารายได้ตั้งหารด้วยลูกหนี้การค้า นักเรียนจะได้อัตราการหมุนของลูกหนี้การค้า หรือ A/R Turnover ที่หมุนรอบต่ำลง ส่งผลให้ Day Receive หรือระยะเวลาเก็บหนี้การค้าโดยเฉลี่ยยาวนานขึ้น

การเกิดกำไร ที่ตามมาด้วยเหตุการณ์ A/R Turnover หมุนรอบต่ำ และพาให้ Day Receive เพิ่มจำนวนวันมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ บอกอะไรกับนักเรียน

คำตอบมันบอกนักเรียนว่า กำไรที่เกิดขึ้นอาจเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าไม่ได้

ในลูกหนี้การค้าที่เห็นจำนวนมากๆ และใหญ่โตตามกำไรที่เพิ่มขึ้น อาจมีลูกหนี้ที่ขาดความสามารถในการชำระหนี้ให้กับกิจการปนอยู่เป็นจำนวนมาก

ราคาหุ้นที่ถูกไล่ขึ้นไป จึงถูกไล่ขึ้นไปเพื่อออกของ (ขายหุ้นที่ตัวเองถือครอง) ทิ้ง

เราในฐานะรายย่อย หากสนใจดูแต่กำไรสุทธิ และดูแต่ตัวกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) โดยไม่ดูอัตราส่วนทางการเงินตัว A/R Turnover และ Day Receive ประกอบ เราอาจจะตกเป็นเหยื่อของการลากราคาหุ้นขึ้นไปสูง แล้วขายทิ้งให้กับเราได้

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ราคาหุ้นที่ขึ้นไปสูงๆ จะทรงตัวอยู่ในระดับเดิมไม่ได้ อีกไม่นานก็จะต้องร่วงลงมา หากจะเปรียบเทียบกับคนป่วย ก็คงเปรียบเทียบได้กับคนที่มีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง นักเรียนก็ลองนึกดูก็แล้วกัน ว่านักเรียนจะเจ๊งยับขนาดไหน

ดังนั้น จงระวังกำไรสุทธิที่โตขึ้นมากๆ ให้ดีๆ มันจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อ A/R Turnover ยังหมุนรอบปกติอยู่ แต่ถ้า A/R Turnover ไม่ปกติ ราคาหุ้นที่ขึ้นสูงๆ เป็นสัญญาณอันตราย นักเรียนห้ามเข้าไปซื้อหุ้นตัวนั้นเด็ดขาด