Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ถูกหลอก ตอน 4

น้ำจะท่วมบ้านอยู่แล้ว แบบมันมาแน่ๆ เพราะเลยจากบ้านเราไปแค่ 200 เมตร บ้านจมมิดหลังคาไปแล้ว แต่เรากำลังจัดบ้านอย่างสบายอารมณ์
คนบ้าเท่านั้นที่ทำ แต่ถ้าคนที่ทำไม่ใช่คนบ้าล่ะ เขาเป็นถึงระดับกรรมการผู้จัดการและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อีกด้วย งานนี้ก็มีความหมายว่า
(1) น้ำท่วม ก็หมายถึงขาดเงินทุน แม้จะเพิ่มทุนแล้ว ก็ขายหุ้นไม่หมด ทำให้ได้เงินไม่พอ นี่คือปัญหา
(2) ถ้าปัญหาอยู่ต่อไป กิจการก็เจ๊ง เปรียบได้กับน้ำท่วมมิดหลังคาแน่ๆ
(3) ยังจัดบ้าน ไม่ขนของหนี เปรียบได้กับการลดทุน เพื่อเอาสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออก
ทำไปเพื่ออะไร เพื่อ…
อยากให้นักเรียนนึกถึงอุดม แต้พานิช ที่เดี่ยวไมโครโฟนแล้ว เน้นเสียงคำว่า เพื่อ…
เพื่อ… เป็นคำตอบที่นักเรียนต้องหาให้เจอ และการจะหาให้เจอ นักเรียนต้องใส่จิตวิญญาณเจ้าของธุรกิจเข้าไป
การใส่จิตวิญญาณเจ้าของธุรกิจเข้าไป จะต้องใส่เข้าไปกับเหตุการณ์หลังการลดทุน เพื่อเอาสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกจากงบดุล ว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับตัวเลขในงบการเงิน (งบดุล/งบกำไรขาดทุน)
แน่ๆ ตรงงบดุล จะเกิดการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้น ทำให้มูลค่าหุ้นที่กำหนด (PAR) ลดลง ตามทุนที่ลดลง
ทุนที่ลดลงจะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงตามไปด้วย ตรงนี้ให้นักเรียนนึกถึง Equity หรือตัว E ว่าต้องน้อยลงแล้ว
และการลงทุนได้ทำให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนในงบดุลหายไปเท่ากับทุนที่ลดลง เป็นไปตามสมการทางบัญชีที่ว่า สินทรัพย์เท่ากับหนี้สินรวมกับส่วนของผู้ถือหุ้น
สินทรัพย์ที่ลดลง ในขณะที่หนี้สินเท่าเดิม และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง จะทำให้อัตราส่วนหนี้สิน (D) ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (E) เพิ่มสูงขึ้น
เมื่อ D/E เพิ่มขึ้น โอกาสแห่งการกู้เงินธนาคารจะหมดไปเรื่อยๆ และถ้าการกู้เงินเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้ว ก่อนการประกาศเพิ่มทุน แล้วขายหุ้นเพิ่มทุนไม่หมด การลดทุนตามมานี้ ก็คือการฆ่าตัวตาย ปิดประตูให้การกู้เงินเกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป
กรรมการผู้จัดการในฐานะคนขับเครื่องบินกำลังลดระดับเพดานบินให้ใกล้เคียงกับยอดเขาสูง แล้วปฏิบัติการนำเครื่องบินพุ่งชนยอดเขาอย่างนั้นหรือ
นี่คือการหาคำตอบต่อคำว่า “เพื่อ” (เน้นเสียงแบบอุดม แต้พานิช)
สรุป ถ้ากรรมการผู้จัดการไม่บ้า ก็แสดงว่า การลดทุนครั้งนี้ก็เพื่อจะหาเงินเข้าสู่กิจการนั่นเอง แต่เป็นการหาเงินด้วยการเปิดทางให้กลุ่มทุนกลุ่มใหม่เข้ามาเพิ่มทุน และเมื่อกลุ่มทุนกลุ่มใหม่เข้ามาเพิ่มทุนจำนวนมาก มากแบบกลืนผู้ถือหุ้นเดิมไป งานนี้ก็คือการเข้าซื้อกิจการทางอ้อมนั่นเอง
กลุ่มทุนกลุ่มใหม่ได้มีการเจรจากับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม และตกลงกันว่า หากผู้ถือหุ้นเดิมไม่ลดทุนเพื่อเอารายการสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกจากงบดุล จะทำให้การเพิ่มทุนด้วยเงินสดเข้ามาของกลุ่มใหม่ ได้เปอร์เซ็นต์การถือครองหุ้นที่น้อยลง และในเมื่อสินทรัพย์ไม่มีตัวตนมูลค่าหลายสิบล้านบาทนี้ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับกิจการในแง่ของการสร้างรายได้ให้ มันจึงไม่ควรจะมีอยู่ในงบดุลอีกต่อไป
การเจรจามาถึงขั้นว่า ตกลงจะเอาออกหรือไม่ ถ้าเอาออก เราจะเพิ่มทุน แต่ถ้าไม่เอาออก เราจะไม่เพิ่มทุนให้นาย
มาถึงตรงนี้ นักเรียนเห็นหน่อไม้ในกอไผ่แล้วรึยัง
ถ้านักเรียนเห็นหน่อไม้ ในกอไผ่ นักเรียนก็จะรู้ว่า การลดทุนคือสัญญาณที่บอกให้นักเรียนซื้อหุ้นตัวนี้ เพราะในอีกไม่นานหุ้นตัวนี้จะถูกซื้อกิจการ (Takeover) ราคาหุ้นจะขึ้นอุตลุด
สำหรับผม ผมเข้าซื้อหุ้นตัวนี้ที่ราคา 0.35 บาท แล้วไม่ถึง 3 เดือน ราคาขึ้นไปที่เกือบ 3 บาท หรือ 3 บาทกว่า ผมจำไม่ได้
ผมจำได้แต่เพียงว่า ผมขายไปที่ 2.80 บาท แบบขายทิ้งที่ราคานี้ทั้งหมด
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ รวย ผมดีใจในขณะที่หลายคนเหลือเกิน เสียใจที่ทำไมเราจึงขายมันทิ้งที่ราคา 0.35 บาท ขายมาให้กับผมนั่นเอง
ครั้งหน้ามาว่ากันต่อครับ