Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ถูกหลอก ตอน 2

ในหนังคนจะรวยช่วยไม่ได้ที่แสดงโดยลีโอนาโด ที่ผมบอกให้นักเรียนหามาดู นักเรียนจะเห็นการโกงในตลาดหุ้นชัดเจนมาก ทำให้นักเรียนไม่มีความเชื่อว่า ธรรมาภิบาลจะมีอยู่จริง หรือเกิดขึ้นได้จริง
ภาพที่ออกมาจึงดูเหมือนมีธรรมาภิบาล แต่จริงๆ แล้วไม่มี
เพราะถ้ามี กลต. คงไม่กล่าวโทษกรรมการบริษัทนู้นบริษัทนี้เอาเปรียบและโกงรายย่อยด้วยการซื้อถูกและขายแพง ส่อเจตนาให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อจะปล้นเงินจากรายย่อย ด้วยการปั่นหุ้น
ภาพของการปั่นหุ้น ปัจจุบันจึงดูลดลงไป ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เกิดความรู้สึกว่า การปั่นมีน้อยลง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้น้อยลงเลย
มันแค่เปลี่ยนการปั่นหุ้น ให้กลายเป็นการลงทุนระยะกลางถึงยาวแทน
ตรงนี้ผมกำลังหมายถึง จากเดิมการปั่นหุ้นต้องใช้เงินทุนก้อนหนึ่ง ซึ่งเงินทุนก้อนที่เอามาปั่นหุ้นนั้นมาจากเงินร้อน ที่มีกำหนดการที่ต้องใช้คืนเร็ว หรืออาจจะมาจากเงินที่ไม่ร้อนแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็เลยเผลอประมาท ไม่คิดว่าจะถูกจับได้ พูดให้ง่ายก็คือ ปั่นหุ้นแล้วไม่เนียน
ปัจจุบันมีการปั่นหุ้นแบบเนียนมากๆ คือเบี่ยงประเด็นจากการที่ถูกมองว่าปั่นหุ้น เป็นการลงทุนระยะกลางถึงยาวแทน ทำให้ขาดเจตนาที่จะปั่นหุ้น
ลงทุนทิ้งระยะเวลาเอาไว้ 1 – 3 ปี ราคาหุ้นขึ้นมา 200 – 500% แล้วขายทิ้งออกไปในราคาที่สูง หลังจากซื้อมาเมื่อ 1 – 3 ปีก่อน แบบนี้มองว่า เกิดกำไรจากการลงทุนระยะกลาง ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีเจตนาปั่นหุ้นแต่อย่างใด
คราวนี้อยากให้กลับมาดู การปั่นหุ้น ถ้าจะให้นิยาม ก็จะตีกรอบเหตุการณ์ที่เป็นพฤติกรรมการปั่นหุ้นได้ ดังนี้
(1) รู้ข้อมูลวงใน ว่ามีข่าวดี ข่าวร้าย ถ้าข่าวดี ก็ต้องซื้อหุ้นดักรอเอาไว้ก่อน ส่วนถ้ามีข่าวร้าย ก็ต้องขายทิ้งก่อน
กรณีข่าวร้ายจะเบี่ยงประเด็นการปั่นหุ้นให้เป็นการลงทุนระยะกลางถึงยาวไม่ได้
(2) ต้องซื้อหุ้นในราคาถูกๆ จากตลาดให้ได้มากๆ มากจนหุ้นเหลืออยู่ในตลาดไม่เยอะ บทเวลาลากราคา จะได้ขึ้นไปได้สูงๆ แล้วใช้เงินทุนไม่มาก
การเก็บหุ้นให้มากๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะจะทำให้ของ (หุ้น) อยู่ในตลาดน้อยลง และใช้เงินเพื่อการลากราคาหุ้นน้อยลง เข้าทำนองว่าเก็บได้มากเท่าไร งบประมาณการปั่นหุ้นก็ต่ำลงเท่านั้น
(3) จะต้องขายหุ้นที่ซื้อตามข้อ (2) ในราคาสูงๆ ทำให้เกิดกำไรมากๆ โดยหลังจากขายหุ้นเสร็จก็เลิกเล่นหุ้น เอาเงินไปเสวยสุข
พฤติกรรม 3 ข้อ ที่บอกนักเรียนไป อยากถามนักเรียนว่า ถ้าเบี่ยงประเด็นเป็นว่า ไม่ปั่นหุ้น แต่เป็นการลงทุนระยะกลางถึงยาว แต่เข้า 3 ข้อที่ว่า นักเรียนว่า การลงทุนระยะกลางถึงยาวใช่การปั่นหุ้นหรือไม่ ถ้าหากคนลงทุนรู้ข้อ (1)
ข้อ (1) คือข้อมูลภายใน
คำตอบก็ชัดเจนว่า ใช่การปั่นหุ้น แต่เป็นการปั่นระยะยาวที่ต้องการเวลา ไม่ให้ทางการ ไม่ให้นักลงทุนจับได้ ซึ่งจะให้ผลเป็นการที่สามารถจะสร้างหลักฐานเพื่อการต่อสู้คดีได้ หากถูก กลต. กล่าวโทษว่าปั่นหุ้น ซึ่งกรณีแบบนี้ กลต. ก็กังวลเป็นที่สุด เพราะจะทำให้เสียบรรยากาศการลงทุนไป และถ้าหากกล่าวโทษไปแล้ว สุดท้ายแพ้คดีในชั้นศาล นักเรียนก็ลองนึกดูว่า กลต. จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ปัจจุบันจึงเห็นการลงทุนระยะกลางถึงยาว ที่ทำให้ราคาหุ้นขึ้นมากมายมหาศาล ว่าทำไมมันจึงไม่ได้เป็นหุ้นที่เราเป็นเจ้าของน๊า ถ้าเราเป็นเจ้าของ เราก็กลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว
ครั้งหน้ามาว่ากันต่อครับ