Head วิเคราะห์หุ้น

ตอน: วิเคราะห์สถานะทางการเงินของ CHOW

พงศกร: สวัสดีครับพี่หลุย อาทิตย์ที่แล้วเราดูกันไปแล้วว่าธุรกิจค้าขายเหล็กที่ CHOW ทำอยู่นั้น มีผลการดำเนินงานค่อนข้างผันผวน ทำให้บริษัทมีผลประกอบการไม่ค่อยดี ดูท่าแล้วถ้าบริษัทมีโอกาสหันไปลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด บริษัทก็คงจะทำจริง

 

พี่หลุย: ใช้ครับน้องพงศกร กลับไปดูข้อมูลย้อนหลังของ CHOW แล้ว พี่เชื่อเหลือเกินว่า CHOW นั้นจะหันมาเอาดีทางด้านพลังงานตามที่ประกาศไว้จริงๆ เพราะเท่าที่ดูมีทั้งการตั้ง บริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ (CE) จำกัด ซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วถึง 308.652 ล้านบาท นอกจากนั้น CE ยังมีการตั้งบริษัท เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล (CI), บริษัท เชาว์ อินเตอน์เนชั่นแนล ฟิลิปปินส์ (CIPH), บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น (PSCL) และ บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น ฟิลิปปินส์ (PSPH) ซึ่งทุกบริษัทล้วนมีการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งสิ้น

 

ยกตัวอย่างเช่น PSCL จัดตั้งขึ้นโดยมีหน้าที่หลักเพื่อ

 

1) พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
2) ก่อสร้างและจัดหาอุปกรณ์
3) บริหาร ดำเนินการ และซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า

 

จนถึงปัจจุบัน PSCL มีผลงานที่เป็นรูปธรรมมากแล้วทีเดียว มีการพัฒนาโครงการและรับจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ CI จำนวน 18 MW และบริษัทอื่นๆอีก 40 MW และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อจำหน่ายอีก 87 MW

 

พงศกร: โห ข้อมูลแน่มากสุดยอดเลยครับพี่ แล้วอย่าง CHOW นี่ตอนนี้มีโรงไฟฟ้าแล้วกี่ MW หรือครับพี่

 

พี่หลุย: ภายในไตรมาส 3 ปี 58 CHOW จะมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด 9.5 MW ที่สามารถรับรู้รายได้ๆครับ

 

พงศกร: ก็ไม่ได้เยอะอะไร

 

พี่หลุย: ถูกครับ แต่ที่น่าสนใจคือ บริษัท CI มีแผนลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 25 MW คิดเป็นมูลค่าโครงการจำนวน 1,500 ล้านบาท โดยวางแผนจะใช้เงินกู้ 1,125 ล้านบาท และใช้เงินทุน 375 ล้านบาท

 

พงศกร: แล้วมีข้อมูลบ้างหรือไม่ว่าบริษัทจะเอาเงินในส่วนทุนมาจากไหน เพราะเท่าที่ผมดูงบการเงินไตรมาส 1 ของ CHOW จะพบว่าอัตราส่วน Debt-to-Equity นั้นสูงถึง 3.2 เท่าแล้ว (หนี้สิน 4,127.25 ล้านบาท หาร ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,287.48 ล้านบาท)

Untitled

พี่หลุย: อัตราส่วน หนี้สินต่อทุนสูงถึง 3.2 เท่าแล้วแปลว่ากู้ไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมครับพงศกร

 

พงศกร: ครับกู้เพิ่มยากแล้วครับ เพราะโดยปกติสำหรับโรงไฟฟ้าในแต่ละโครงการที่ลงทุน สถาบันการเงินจะปล่อยกู้ 3 ส่วนต่อทุน 1 ส่วน

 

พี่หลุย: อ๋อครับ อย่างนี้แล้วบริษัทจะไปเอาเงินจากไหนหละครับ

 

พงศกร: อันนี้พี่หลุยก็ต้องเข้าไปดูว่าในส่วนของทรัพย์สินนั้น บริษัทมีเงินสดและรายการจำพวกสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่เยอะหรือไม่ เพราะรายการเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ค่อนข้างเร็วครับ

 

พี่หลุย: ข้อมูลจาก www.set.or.th
Untitled 1

บริษัทมีเงินสดทั้งหมดอยู่ 208.14 ล้านบาท และมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นอยู่อีกจำนวน 919.63 ล้านบาท อย่างนี้แปลว่าถ้าบริษัทบริหารงานดี บริษัทก็มีโอกาสที่จะมีเงินสดพอที่จะนำไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าที่ประเทศฟิลิปปินส์จำนวน 375 ล้านบาท ถูกไหมครับ

 

พงศกร: ถูกครับ และถ้าย้อนกลับไปดูมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ด้วยแล้ว จะพบว่ามติข้อที่ 8 บริษัทมีการขออนุมัติออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทภายในวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท

 

พี่หลุย: 5,000 ล้านบาท!

 

พงศกร: ใช้ครับ 5,000 ล้านบาท ดูอย่างนี้แล้วรู้สึกอย่างไร? บริษัทจะเอาจริงทางด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าหรือไม่

 

พี่หลุย: ก็น่าจะเอาดีทางด้านนี้จริงๆครับ

 

พงศกร: ถ้ายังไม่เชื่อลองดูมติข้อ 9 ที่ประชุมอนุมัติให้บริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ (CE) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้

 

พี่หลุย: อย่างนี้ก็แปลว่า CE จะสามารถระดมทุนจากการขายหุ้น IPO ได้ ทำให้บริษัทมีเงินทุนเสริมเข้ามาอีกถูกไหมครับ

 

พงศกร: ถูกต้องครับ ดูอย่างนี้แล้วน่าตื่นเต้นไหมหละ

 

พี่หลุย: น่าตื่นเต้นครับ

 

พงศกร: โอเค ทีนี้เรารู้ว่า CHOW มีอนาคตที่ค่อนข้างดีแล้ว เดี๋ยวคราวหน้าเรามาดูเรื่องราคาหุ้นกัน ว่าราคาหุ้นได้วิ่งไปรอรับรู้ผลประกอบการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วหรือยัง

 

 

ด้วยรัก
พงศกร บุญวรเมธี