SOS_002heroes_feature-01

ตอนที่2 : 3 ข้อ เพื่อจัดสรรเงินเล่นหุ้น

คัดมาจาก “ตำราผู้กล้าในตำนาน” บางส่วน ความว่า ….

ถาม : ในฐานะที่อาจารย์มีประสบการณ์ในการเล่นหุ้นมานาน หากอาจารย์มีเงิน 100 บาท อาจารย์จะจัดสรรเงิน 100 บาทเพื่อเล่นหุ้นอย่างไร จะเกิดประโยชน์สูงสุด?

ตอบ : 100 บาท ในคำถามของคุณ จะต้องเป็นเงินเย็น เงินที่เหลือจากการจับจ่ายใช้สอย พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ หากไม่เล่นหุ้น เงิน 100 บาท นี้จะเอาไปฝากธนาคาร แต่ถ้าต้องลงทุนเล่นหุ้น เงินลงทุนนี้จะต้องแบ่งเพื่อการลงทุน ห้ามเล่นหุ้นจนหมด

ถาม : ทำไมละครับ ตอนแรกผมนึกว่า อาจารย์จะตอบว่า 40% เล่นหุ้นยาว อีก 60% เล่นหุ้นสั้นๆ เก็งกำไรเป็นรอบๆไป แต่นี่คำตอบออกมาเป็นว่าห้ามเล่นหุ้นจนหมดตัว

SOS_heroes002-01

ตอบ : ถ้าคุณศึกษาประวัติของตลาดหุ้น คุณจะพบลักษณะเด่นของตลาดหุ้น คือ บทเวลาหุ้นขึ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ ตลาดจะเต็มไปด้วยข่าวดี ใจคุณเมื่อเสพข่าว เมื่อเพลินกับกำไรที่ได้จากการเล่นหุ้น เพราะหุ้นขึ้นตลอด และขึ้นไปเรื่อยๆ คุณจะเกิดอาการฮึกเหิม มั่นใจตัวเอง 100% ทำให้คุณทุ่มเงินลงทุนที่มี เช่น มี 100 บาท คุณเทหมดหน้าตัก เพราะมองว่า ราคาหุ้นที่คุณซื้อไม่ได้แพงเวอร์อะไร เป็นราคาที่เหมาะสม หลังจากนั้นไม่ นาน กฎอนิจจังก็ทำงานต่อ ราคาหุ้นเริ่มตกลง อาจจะด้วยปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามากระทบ อย่าง ณ ขณะนี้ ปัจจัยเรื่องการลดขนาด QE ที่ทำให้เงินลงทุนไหลเข้าโซนเอเชียน้อยลง ทำให้อุปสงค์ที่มีต่อหุ้นและ สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ลดลง ราคาหุ้นตกลงอีก จาก 1,600 จุด ลงมาประมาณ 1,300 จุด ตกลงไปแล้ว 1300 จุด อยากให้คุณหลับตาดูตอนที่ดัชนีอยู่ที่ 1,600 จุด และคุณซื้อหุ้นในตอนนั้น ซึ่งตอนนั้นในความรู้สึก คุณรู้สึกว่าหุ้นที่ซื้อก็ไม่ได้แพงอะไร แต่มาวันนี้ มาดูราคาอีกที คุณพบว่าคุณติดหุ้น หากขายออกไปในตอนนี้ จะขาดทุนยับเยิน และราคาหุ้น ณ ขณะนี้หากเปรียบเทียบกับเมื่อซื้อในอดีต คุณก็รู้สึกว่า ราคาตอนนี้ถูกเหลือเกิน ไอ้ความรู้สึกว่าถูกเหลือเกินในตอน นี้นี่แหละที่เป็นความรู้สึกที่ใจอยากจะลงทุนแต่ไม่มีเงิน เพราะซื้อหมดเงินลงทุนไปแล้วตอนดัชนีอยู่ที่ 1,600 จุด ประเด็นที่ว่าตอนหุ้นตกมากๆ กลับไม่มีเงินซื้อ คือเฉลยที่ผมบอกคุณว่า ห้ามลงทุนหมดตัว คือมี 100 บาท ต้องลงทุนไม่ถึง เหลือเอาไว้เผื่อหุ้นตกหนักๆ จะได้เอาเงินที่กันไว้ช้อนซื้อตอนตลาดหุ้นตก มากๆ ตกแบบที่ไม่มีใครเข้าไปเล่นแล้ว

ถาม : ผมเห็นภาพชัดครับอาจารย์ แล้วทุกคนที่เล่นหุ้นจะเจอกับเหตุการณ์แบบที่ อาจารย์ว่าหรือเปล่าครับ คือ เพลินแล้วเล่นหุ้นจนหมดตัว โดยนึกว่าหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ

ตอบ : เป็นแบบนี้ 99.99% ส่วนที่ไม่ถึง 100% เป็นเพียงส่วนน้อยมากที่จิตใจของเขาสามารถควบคุมความโลภของตัวเองและมีวินัย ต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก เขามีสติตลอดเวลาใส่ใจกฎอนิจจัง และไม่ประมาทกับมัน

ถาม : แล้วเราจะแบ่งอย่างไรดีละครับ

ตอบ : ประสบการณ์ของผม เมื่อตอนเล่นหุ้นใหม่ๆ ผมก็ไม่ได้แบ่ง มี 100บาท ผมลงทุน 120 บาท ส่วนที่เกินมาก็กู้มา แต่หลังจากที่ผ่านศึกสงครามมามาก ระลึกทบทวนเหตุการณ์ ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นกับการเล่นหุ้นทุกครั้ง ก็พบคำตอบว่า ที่เจ๊งที่ติดขัดไปหมดเป็นเพราะ ผมแพ้ใจตัวเอง ขาดวินัยในการลงทุน มี 100 ควรจะลงแค่สูงสุดไม่เกิน 60 บาท เหลือเอาไว้ 40 บาท สำรองเผื่อไว้ลงทุนตอนตลาดหุ้นตกต่ำสุดขีด ถ้ามีสำรอง 40 บาท หรืออาจไม่ถึงก็ได้ ขอสัก 30 บาท เราสามารถลงทุนตอนตลาดหุ้นตกต่ำสุดขีด แล้วรอมันกลับมาที่เดิมตอนแรกที่ ซื้อ ซึ่งนั่นมีความหมายว่า การดีดกลับไปที่เดิม ทำให้เราได้เงินทุนคืนกลับมาเกือบหมด และถ้าหากดีดบวกเกินราคาเดิมที่ซื้อ เราก็ได้กำไรทันที

ถาม : 40 บาท จาก 100 บาท คือ ก๊อกสอง

ตอบ : ใช่ เล่นหุ้นห้ามเล่นจนหมดเงินลงทุน เผื่อก๊อกสองเอาไว้ด้วย และการจะเผื่อก๊อกสองสำเร็จ คนเล่นหุ้นจะต้องมี จิตใจที่เข้มแข็ง ชนะใจตัวเองได้ และท่ามกลางบรรยากาศที่หุ้นขึ้น ยากเหลือเกินที่จะไม่ลงทุนจนหมดตัว เคล็ด ลับของการเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จ คือ คนลงทุนต้องสำรองก๊อกสองถ้าสำรองได้ ประสบความสำเร็จแน่นอน

กฎข้อที่ 1ใช้ 60% ลงทุน ที่เหลือ 40%สำรองเอาไว้ลงทุนตอนหุ้นตกสุดขีด

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากหนังสือ “เล่นหุ้นภาคสนาม” ผู้แต่ง อาจารย์ชาย กิตติคุณาภรณ์ ครับ