HOW TO

ซื้อทรัพย์สินหรือซื้อหุ้นบริษัทดี

เมื่อมูลค่าของ WL ออกมาสูงถึง 316.51 ล้านบาท และหากทำให้ผู้ถือหุ้นของ WH เชื่อว่ากระแสเงินสดสุทธิ (B-C) จะออกมาได้ตามแผนที่วางไว้จริง งานนี้มูลค่าของ WL ก็ไม่ได้แพงเกินไป กลับจะถูกซะอีกด้วยในสายตาของ WH ที่ใช้เงินเพิ่มทุนเพียง 70 ล้านบาท รวมเป็นทุน 150 ล้านบาท ก็ได้เป็นเจ้าของ WL ที่มีมูลค่าสูงถึง 316.51 ล้านบาท

10 กว่าปี ที่คร่ำหวอดกับการทำธุรกิจ ผมพอจะเข้าใจเรื่องของภาษีเป็นอย่างดี ผมรู้ว่า การที่ WL ขายกิจการให้กับ WH มันสามารถดำเนินการได้ 2 วิธี คือ ขายทรัพย์สินทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ซึ่งได้แก่ค่าความนิยมต่างๆ ก็ได้ หรือจะขายหุ้นของ WL ก็ได้

ผมมาเจอทางตันตรงที่ 2 บริษัทมีผมเป็นผู้ถือหุ้น ดังนั้นหากจะซื้อทรัพย์สินของ WL สูงถึง 70 ล้านบาท WL ต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) 7% หรือคิดเป็นเงินที่ 4.9 ล้านบาท และยังต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรที่เกิดจากการขายทรัพย์สินอีกด้วย ในอัตราร้อยละ 30 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเอาการ

                   ครั้นจะขายหุ้นของ WL ก็มาเจอปัญหาตรงที่ผู้ถือหุ้นซึ่งก็คือผมและญาติๆ จะต้องเสียภาษีจากส่วนล้ำมูลค่าหุ้นที่ขาย โดยมูลค่าหุ้นที่ลงทุนไปในตอนต้นหุ้นละ 10 บาท มีจำนวน 2 ล้านหุ้น แต่พอขายกลับขายที่หุ้นละ 35 บาท งานนี้ผมในฐานะเจ้าของหุ้นจะต้องนำ 25 บาท (35-10) มารวมคำนวณเป็นรายได้จากการขายหุ้น ยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า แค่คิดออกมาเป็นตัวเลขตามคำแนะนำในแบบ ภ.ง.ด.90 แล้ว ผมแทบจะเป็นลม

เรื่องของภาษีเป็นปัญหาที่หนักอก ที่ผมครุ่นคิดทุกลมหายใจเข้าออกว่า ยังมีวิธีการอื่นอีกหรือเปล่าที่ผมยังไม่รู้ ที่จะทำให้ภาระภาษีโดยรวมเสียน้อยที่สุด

ประเทืองเองก็ไม่รู้จะหาทางช่วยผมอย่างไร ได้แต่บอกว่า ถ้ามันลำบากมากนัก ก็ไม่ต้องรวมกิจการก็ได้ ยังไงทั้ง 2 บริษัทก็เป็นของเรา แต่ผมกลับไม่คิดเช่นนั้น ผมกลับจะคิดว่า นักการเงินที่เก่งเปรียบได้กับพ่อมดที่ต้องเสกจินตนาการของตนให้เป็นความสำเร็จให้ได้ แค่เพียงเรื่องภาษี จะทำให้ผมยอมแพ้ มันก็ดูกระไรอยู่ ผมอุตส่าห์ทำธุรกิจมา 10 กว่าปี พอเข้าด้ายเข้าเข็มกลับดำเนินการอะไรต่อไม่ได้ ผมจะไม่ยอมให้ปัญหาภาษีมาขัดขวางทำให้ WH ซื้อ WL ไม่สำเร็จเป็นอันขาด

ซื้อทรัพย์สินหรือซื้อหุ้นบริษัทดี