หัวหน้า รปภ-01

จดหมายน้อยจากหัวหน้า รปภ.

1)   สืบเนื่องจากการเปิดตัวโรงเรียนสอนเล่นหุ้นหลายวันก่อน มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาเป็นจำนวนมาก และในบรรดาผู้ให้ความสนใจทั้งหลายนั้น ก็มีบางท่านที่อาจเป็นมือใหม่ในการท่องไปในโลกออนไลน์ก็ดี ด้วยความประสงค์ดีแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี หรือ อาจทำการใดๆไปโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะเกิดผลร้ายก็ดี เป็นเหตุทำให้ ท่านเจ้าของโรงเรียน (อ.ชาย กิตติคุณาภรณ์),ท่านผอ., คณาจารย์,เจ้าหน้าที่ รวมทั้งเหล่า รปภ.ทั้งหลายอย่างพวกผมต้องหัวหมุนกันไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อรับมือกับความซุกซนของท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเอาป้ายข้อความที่อาจเป็นเท็จไปปิดไว้เสาไฟฟ้าเมื่อคืนตอนดึก หรือจะเป็นเรื่องเอาปากกาเมจิกไปเขียนด่าข้างกำแพงเมื่อหลายวันก่อนฯลฯ

2)   เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะมีขึ้นในวันหน้าให้มีน้อยลง (ผมจะได้มีเวลาแอบหลับบ้าง..! เหอๆๆ) เจ้าของโรงเรียนจึงมีคำสั่งให้ผมในฐานะหัวหน้าชุด รปภ.ไปหาวิธีป้องกันเหตุร้ายมาซิ….หากทำไม่ได้ผมจะจ้าง รปภ.ชุดใหม่……. ( นั่นแนะ.เป็นเรื่องแล้วมั้ยละครับพี่น้อง ถ้าผมกับพวกเพื่อนๆโดนไล่ออก แล้วผมจะไปหลับยาม…โอ๊ะ ทำงานที่ไหนได้ ) ด้วยเหตุว่าอยากให้ทุกคนรู้กฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องจะได้ช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย และปลอดภัยต่อตัวท่านเอง กระผมอาสาที่จะเอาข้อมูลดีๆว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์มาฝาก โดยผมจะนำมาเล่าสัปดาห์ละ 1 วัน ทุกๆ วันจันทร์ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป

3)   สำหรับวันนี้ผมจะข้อมูลที่ผมจะนำมาเล่าให้ฟังเป็นเรื่องของพวกมือบอน คือ คันยุกๆยิกๆ ไปเรื่อย ชอบก่อกวนคนอื่น หรือชอบแกล้งคนอื่น พฤติกรรมพวกนี้จะชอบ ส่งเมล์ โพสข้อความกระทู้ต่างๆที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมหรือเป็นเท็จ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น พฤติกรรมเหล่านี้ทางกฎหมายมันเป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ข้อความเขียนว่าดังนี้

“ มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดดังที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้า ( 5 ) ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท (100,000) หรือทั้งจำทั้งปรับ

(1)     นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน…”

3.1)    การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึงการนำข้อมูลหรือโปรแกรมซอฟแวร์ต่างๆเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เช่น โพสต์ข้อความ ส่งเมล์ ส่งไลน์ เป็นต้น

3.2)    ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จ

ก.   คำว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น อาจจะอยู่ในรูปของ ภาพถ่าย ข้อความ เสียง แสง หรือสัญญาณต่างๆ เช่น แฟ้มข้อมูล ข้อความสั้น ข้อความมัลติมีเดีย ชุดคำสั่ง (โปรแกรม) หรือแอ๊ป ต่างๆเป็นต้น

ข.   คำว่า “ปลอม” อันนี้ไม่ต้องไปหาความหมายยากครับไปเปิด ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 ดูก็จะรู้ครับ ซึ่งมีความหมายทำนองว่า คุณจะปลอมโดยทำขึ้นใหม่ทั้งข้อความ หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง เติม หรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขให้ผิดไปจากความเป็นจริงจากข้อความที่มีอยู่เดิม ก็ถือว่าปลอมแล้วครับ

ค.   ส่วนคำว่า “เท็จ” นี้มีความหมายทำนองว่าข้อความนั้นไม่ตรงกับความจริงซึ่งผู้นำเข้าข้อความนี้รู้อยู่แล้วว่าข้อความนั้นมันเป็นเท็จ และความจริงเป็นอย่างไร

3.3)    โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือประชาชน

ข้อนี้มีความหมายทำนองว่า การนำข้อความปลอม หรือเท็จ ที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นี้ มีลักษณะที่วิญญูชนทั่วไปรู้สึกได้ว่าแค่น่าจะเกิด หรืออาจจะเกิดความเสียหายขึ้นแก่ใครสักคนหนึ่ง หรือ ประชาชนทั่วไปอาจได้รับความเสียหายเท่านี้ก็ถือว่าผิดแล้วครับ เช่น ข้อความว่า “…ผู้ถือหุ้นบริษัท A ทุกคนกำลังเล่นการพนัน….” หรือแสดงว่าเป็นโปรแกรมต้านไวรัสของบริษัท A แต่ความจริงเป็นของบริษัท B เป็นต้น

3.4)    เจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59

ข้อนี้มีความหมายว่า คนที่โพสข้อความปลอมหรือเท็จนี้ต้องรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า ตัวเองกำลังเอาข้อความเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รู้ว่าข้อความเหล่านั้นปลอม หรือเป็นความเท็จ และต้องรู้ว่าการที่ทำลงไปนั้นทำให้อาจเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือประชาชน อย่างนี้เป็นต้น

3.5)    ยกตัวอย่างเช่น โพสข้อความในอินเทอร์เน็ตยืนยันข้อเท็จจริงว่า บริษัท A ถูกอายัดหุ้นไม่สามารถจำหน่ายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ หรือโพสข้อความที่เป็นการใส่ความเท็จแก่บริษัท A ว่า กระทำผิดกฎหมายที่ตนได้รับสัมปทาน ในขณะที่ตัวนาย B ทราบดีอยู่แล้วว่าข้อความเหล่านั้นเท็จ หรือปลอมอาจทำให้บริษัท A เสียหาย การกระทำของนาย B จะเป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) นี้

3.6)    สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลจะมีความผิดก็ต่อเมื่อได้ทราบว่าข้อความที่ถูกโพสเหล่านั้นเป็นเท็จหรือปลอม

3.7)    พออ่านจบมีหลายคนที่คิดในใจว่าอุ๊แหม่… ถ้าอย่างนี้เราจะโพสข้อความที่ไม่เท็จ ไม่ปลอม ก้ได้สิวะ เช่นว่า “ ….วันก่อนเห็นไอ้ดำ กับ น้องบี้ มันแอบนัดกันไปฟิสเจอริ่งที่โรงพยาบาลย่านฝั่งธน…” ถ้าอย่างนี้เราก็โพสได้ซิเพราะเราเห็นจริงๆ และอยู่ในเหตุการณ์ด้วย งานนี้ยามขอบอกไว้ก่อนว่าแม้อาจไม่เป็นความผิดตาม พรบ.ความรับผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แต่อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามกฎหมายอาญาข้อหาอื่นนะครับ ถ้าโพสแบบเอามันไม่ระมัดระวังละก็ .. เคราะห์หามยามร้ายอาจต้องเข้าไปนอนในคุก… จะหาว่ายามไม่เตือนกันเด้อ! (จิบอกให้..เหอๆๆ)

…..เอาละวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน นี่ก็ถึงเวลาต้องเดินตรวจรอบดึกแล้ว…เพิ่งรับแจกกระบอกประจำตัวอันใหม่ … ไม่แน่วันนี้อาจได้ทดลองใช้..ฮึๆๆ….