Head ครูพักลักจำ

งบดุล 2 (งบกำไรขาดทุน)

ใฝ่ดี : วันนี้ผมมาแต่เช้า ผมจะมาคุยกับลุงต่อจากเมื่อวันก่อนครับ

ลุงเพียร : เรื่องอะไรน่ะ

ใฝ่ดี : ลุงบอกจะคุยกับผมเรื่อง งบกำไรขาดทุน ใช้ดูความสามารถในการทำกำไรได้

ลุงเพียร : อ่อ..จำได้แล้ว  การดูงบกำไรขาดทุนนั้นอ่ะน่ะ ก็จะทำให้เราเห็นภาพของรายได้  ต้นทุนสินค้าขาย กำไรเบื้องต้น  ค่าใช้ในจ่ายในการขายและบริหารและกำไรสุทธิของกิจการ ว่ามีมากน้อยเพียงไร  จบ………………….

ใฝ่ดี : ห๊ะ…!!!  ตลกล่ะลุง  อุตส่าห์มาแต่เช้า ลุงบอกแค่เนี้ย

ลุงเพียร :  ฮ่าๆ  ลุงล้อเล่น….คืออย่างงี้…กิจการที่ดีย่อมจะให้ผลลัพธ์ของการดำเนินงานที่มีกำไรเป็นบวก  ซึ่งการเกิดขึ้นของกำไรจะถูกนำไปเก็บสะสมไว้ใน กำไรสะสมในงบดุลทำให้ส่วนทุนของกิจการเติบโตขึ้น เมื่อส่วนทุนของกิจการเติบโตขึ้น ทรัพย์สินของกิจการก็จะเติบโตตามไปด้วย  ถ้าธุรกิจมีกำไร 10 ล้านบาท ส่วนทุนของกิจการในงบดุลก็จะโตขึ้น 10 ล้านบาทด้วย  และทรัพย์สินของกิจการโดยเฉพาะรายการเงินสดและเงินฝากธนาคารก็จะโตขึ้น 10 ล้านบาทด้วยเช่นกัน

ใฝ่ดี : แสดงว่ากิจการนี้สามารถทำกำไรได้มากสิน่ะครับ

ลุงเพียร :  ใช่..แต่ในบางกรณีกิจการมีการค้าขายเป็นเครดิต โดยอาจจะให้เครดิตลูกหนี้การค้า 3 เดือน ดังนั้นงบกำไรที่แสดงว่าภายใน 1 ปี กิจการมีผลประกอบการเช่นไร กาจจะแสดงกำไรสุทธิ  10 ล้านบาทก็จริง แต่ 10 ล้านบาทอาจจะไม่ใช่เงินสดทั้ง 100 %

ใฝ่ดี : ในทางบัญชี เมื่อสินค้าออกจากบริษัทไปแล้วหรือการปล่อยเครดิตให้ลูกค้าเอาไปใช้ก่อน ก็จะถูกบันทึกเป็นลูกหนี้การค้า ซึ่งถือว่า บริษัทเกิดรายได้ขึ้นแล้วใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร :  ใช่…..  อย่าง 10 ล้านบาท มีเงินสดอยู่ 8 ล้าน ที่เหลือเป็นส่วนของลูกหนี้การค้าปะปนอยู่ด้วย  ดังนั้นส่วนทุนที่โตขึ้น 10 ล้านบาท ก็จะสร้างทรัพย์สินให้โตขึ้น 10 ล้านบาท โดยมีทั้งรายการเงินสดและรายการลูกหนี้ปะปนกันไป และเวลาที่เราดูงบการเงินแล้วเห็นตัวเลขที่เป็นกำไรสุทธิเป็นลบ เราก็จะจินตนาการได้ว่าบริษัทนี้กิจการเป็นเช่นไร

ใฝ่ดี : ขอบคุณลุงมากครับ

ลุงเพียร : คราวหน้าลุงจะคุยถึงงบกระแสเงินสดสามารถ บอกอะไรเราได้บ้างละกันน่ะ

ใฝ่ดี : รับทราบครับผม  ครั้งหน้าผมก็จะรีบมาเช้าๆ เหมือนเดิมน่ะครับ