ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage Rations)

จุก : มาเลยดำ มาทางนี้เลย วันก่อนคุยเรื่องอะไรกันน่ะ จำได้ไหม

ดำ :  จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้ ก็เรื่องของ Current Raito และ Quick Ratio ไงละ นี่เรากลับไปบ้าน ไปปริ้นงบการเงินออกมาลองทำไปหลายบริษัทเลยละ ตอนนี้ก็เรียกได้ว่า  “เซียน” เลยละ

จุก : แหม… ครับ “เซียน”  วันนี้ต่อกันที่เรื่อง อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน

อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงินก็จะประกอบไปด้วย

  1. อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน (ส่วนของเจ้าของ)
  2. อัตราส่วนหนี้
  3. อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย

ดำ : เดี๋ยวก่อน ก่อนที่จะไปพูดถึง 3 ข้อนี้ ช่วยอธิบายอัตราส่วนโครงสร้างทางการเงินให้เราฟังก่อน

จุก : อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage Ratios) ก็หมายถึง อัตราส่วนที่ใช้วัดจำนวนเงินทุนของกิจการที่ได้จากการกู้ยืมหรือจากหนี้สิน (มีสิทธิในการเรียกร้องก่อนส่วนของเจ้าของ) กับเงินทุนที่ได้จากเจ้าของ

กิจการที่มีโครงสร้างทางการเงินจากหนี้สินต่ำ จะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า เนื่องจากมีภาระที่ต้องชำระดอกเบี้ยและเงินต้นคืนที่น้อยกว่า แต่การกู้ยืมเงินก็ทำให้สามารถขยายกิจการได้มากขึ้นจากเงินทุนที่มีอยู่เดิม หากกิจการยังสามารถจัดการกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นได้

ดำ : แล้ว 3 ข้อที่ว่ามาเมื่อกี้คืออะไรเหรอ

จุก : 1. อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน (ส่วนของเจ้าของ)  Debt  to Equity Ratio เคยได้ยินบ่อยๆ ว่า D/E Ratio  เป็นการวัดอัตราส่วนระหว่างหนี้สินรวมกับส่วนของเจ้าของ แสดงให้เห็นว่าหนี้สินที่กิจการมีอยู่ทั้งหมดเป็นกี่เท่าของส่วนของเจ้าของ หากมีค่ามากกว่า 1 ก็จะหมายความว่า มีการกู้ยืมจากเจ้าหนี้มากกว่าส่วนของเจ้าของ อัตราส่วนนี้ใช้พิจารณาความเสี่ยงทางการเงิน ยิ่งมีค่าสูง กิจการก็มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น และโอกาสที่จะกู้เงินก็มีน้อยลงตามไปด้วย

ดำ : แสดงว่าต้องมีสูตรในการคำนวณ

จุก : Yes……..  สูตรในการคำนวณก็มีดังนี้

122222

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ถ้าหากว่ามีค่ามากกว่า 1 แสดงว่า กิจการจัดหาเงินทุนด้วยหนี้มากกว่าทุน และยิ่งมีค่า D/E มากๆ อาจส่งผลทำให้ไม่สามารถกู้เงินเพิ่มเติมได้ และถ้าหากว่า ผลลัพธ์ที่ได้มีค่าน้อยกว่า 1 ก็จะแสดงให้เห็นว่า กิจการจัดหาเงินทุนด้วยหนี้น้อยกว่าทุน  หมายความว่ามีหนี้น้อยกว่าทุนนั่นเอง และสุดท้ายถ้าผลลัพธ์ที่ได้มีค่าเท่ากับ 1 แสดงว่า กิจการจัดหาเงินทุนด้วย หนี้เท่ากับทุน  เพราะฉะนั้นค่าที่ได้ควรจากน้อยกว่า 1 จะดีที่สุด

เช่น  สมมุติว่า บริษัท A มีหนี้สินรวม เท่ากับ 550 ล้านบาท มีส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 650 ล้านบาท ก็จะคำนวณได้แบบนี้

D/E Ratio  =  550 / 650  =  0.84   :   1

ซึ่งจะสามารถอธิบายได้ว่า  บริษัท A  มีหนี้สินเทียบกับส่วนผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.84 เท่า ซึ่งมีค่าน้อยกว่า 1 ซึ่งถือว่าดีและสามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติมให้กับกิจการได้  โดยส่วนใหญ่จะสามารถกู้ได้ 2 เท่าในธุรกิจแข่งขัน และ 3 เท่าในธุรกิจผูกขาด  แต่เราก็ควรสังเกตว่าบางทีการที่กิจการมี D/E สูงๆ อาจจะไม่ใช่หนี้สินที่มีดอกเบี้ยทั้งหมดก็ได้  ถ้าหนี้สินส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าสามารถขายสินค้าแล้วได้เงินมาเพียงพอชำระเจ้าหนี้การค้าได้หรือเปล่านั่นเอง

ดำ : ภายในงบการเงินเนี้ย มีอะไรซ่อนเอาไว้มากมายจริงๆ เลยน่ะ

จุก : ใช่เลย เราถึงต้องมีวิธีการที่จะหาคำตอบและเข้าใจในเชิงลึกให้ได้ไงล่ะ

ดำ : โอเค.. ขอบคุณมากๆ น่ะจุก

จุก : ก็เพราะเราเป็นเพื่อนกันนิ  ครั้งหน้าค่อยมาต่อกันน่ะ