ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงิน

จุก : ครั้งที่แล้วเราทิ้งท้ายในส่วนของเครื่องมือในการวิเคราะห์อัตราส่วนการเงินไป

ดำ : ใช่…  แล้วจุกก็บอกอีกว่า วันนี้เราจะมาทำความรู้จักในส่วนของเครื่องมือชิ้นแรกกัน

จุก : ใช่เหรอ เราบอกอย่างงั้นเหรอ

ดำ : ใช่… แล้วเราก็กำลังจะเริ่มกันแล้วด้วย

จุก : โอเค… จัดไป  มาดูเครื่องมือในการวิเคราะห์อย่างแรกก็คือ การวิเคราะห์ในส่วนของสภาพคล่องทางการเงินของกิจการ ดังนี้

  1. Current Ratio อัตราส่วนทุนหมุนเวียน คือ อัตราส่วนระหว่างสินทรัพย์หมุนเวียน และ หนี้สินหมุนเวียน ซึ่งบ่งบอกถึงสภาพคล่องของกิจการในการที่จะชำระหนี้ระยะสั้น หากอัตราส่วนนี้มีค่าน้อยกว่า 1 หมายความว่ากิจการมีหนี้สินหมุนเวียนมากกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนทำให้อาจมีปัญหาในการชำระหนี้ระยะสั้นได้ หากอัตราส่วนนี้มากกว่า 1 แสดงว่ากิจการมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากพอที่จะชำระหนี้ระยะสั้น

ดำ : แล้ววิธีการคิดคำนวณ current Ratio มันทำกันยังไงละ

จุก : ก็ไม่ยาก ดำดูงบการเงินเป็นแล้วใช่มั้ย ก็เอาข้อมูลในงบการเงินนั่นแหละมาใช้คำนวณ

อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current Ratio) = สินทรัพย์หมุนเวียน (CA) /หนี้สินหมุนเวียน (CL)  ค่าที่ได้จะเป็น   เท่า : 1

ต่อมามาดูอัตราส่วนทางการเงินอีกตัวที่ต้องดูควบคู่กันไปกับ Current Ratio นั่นก็คือ

  1. อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio or Acid Test Ratio)

อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio) = (สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) /หนี้สินหมุนเวียน  ค่าที่ได้ก็จะเป็น  เท่า : 1 เหมือนกัน

อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick ratio หรือ Acid test) คือ อัตราส่วนที่ปรับปรุงมาจากอัตราส่วนทุนหมุนเวียน ซึ่งในการคำนวณจะไม่นำสินค้าคงเหลือมาคิดรวมกับสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า และ สินทรัพย์ในความต้องการของตลาด เนื่องจากสินค้าคงเหลือสามารถแปลงเป็นเงินสดได้ช้ากว่า และอาจมีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ทำให้อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็วบอกถึงสภาพคล่องของกิจการได้ดีกว่าอัตราส่วนทุนหมุนเวียน

ดำ : การที่เราจะหยิบตัวเลขมาวิเคราะห์ให้ได้ค่าตามที่ต้องการมันก็พอที่จะทำได้ไม่ยากหรอกน่ะ  เพียงแต่เรายังไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวเลขที่ได้ออกมานั้นน่ะ มันมีความหมายว่ายังไง ขออธิบายตรงนี้อีกหน่อยได้มั้ย

จุก : กะไว้แล้วว่าดำต้องยังไม่เข้าใจ  มาดูกันว่ามันใช้ยังไง

Current Ratio เป็นการหาสภาพคล่องทางการเงิน เช่น บริษัท A  มีสินทรัพย์หมุนเวียน 2,000 ล้านบาท มีหนี้สินหมุนเวียน 200 ล้านบาท งานนี้ก็จับ 2,000 ล้านบาท มาหารกับ 200 ล้านบาท Current Ratio จะเท่ากับ 10 เท่า ถือว่าสภาพคล่องดีเอามากๆ แต่ก็ต้องมาหา Quick Ratio สภาพคล่องทางการเงินแก่นแท้ โดยหักจำนวนสินค้าคงเหลือออกด้วย เช่น บริษัท A  มีสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 2,000 ล้าน มีสินค้าคงคลัง 1500 ล้านบาท มีหนี้สินหมุนเวียน 200 ล้านบาท เราก็นำ 2,000 (สินทรัพย์หมุนเวียน) ลบด้วย 1500 (สินค้าคงเหลือ) = 500 แล้วนำมาหาร 200 ล้าน (หนี้สินหมุนเวียน) จะได้ Quick Ratio เท่ากับ 2.5 ถือว่าสภาพคล่องของบริษัท A  นั้นดีมาก และถ้าบริษัทนั้นไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าคงเหลือเลย อย่างเช่นบริษัท A ก็คือถ้าสินค้ามียอดสั่งซื้อแน่นอน 100 % สภาพคล่องของบริษัท A ก็สามารถอธิบายได้จาก Current Ratio อย่างเดียวได้เลยไม่ต้องหา Quick Ratio ก็ได้ แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าสินค้าที่มีอยู่ในสต็อกของบริษัท A  นั้น สามารถที่จะขายออกได้แน่นอน 100 % เราก็ต้องทำการหาค่า Quick Ratio ควบคู่กันไป อย่างเช่น หลายกิจการที่มี Current Ratio มากกว่า 2 เท่า แต่มี Quick Ratio ต่ำกว่า 1 และจะปรากฏว่า กิจการนั้นๆ มีสินค้าจำนวนมาก หากว่าสต็อกมีปัญหา กิจการก็จะเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง กลายเป็น DEAD STOCK ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องดูควบคู่กันไป แต่ถ้าเราสามารถตรวจสอบได้ว่า สินค้าที่สต็อกนั้นสามารถขายออกได้แน่นอน การที่ Quick Ratio ต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบปัญหาสภาพคล่อง เพราะบางกิจการมีการสต็อกสินค้าที่มีแนวโน้มจะปรับราคาสูงขึ้นในอนาคต จึงต้องเก็บสต็อกไว้ตอนที่ราคาถูกแล้วเอาไปขายตอนที่ราคาแพง เพื่อให้ได้กำไรมหาศาลยังไงละ

ดำ :  แจ่มแจ้งเลย  เดี๋ยวเราจะลองกลับไปทำที่บ้านดู ทำหลายๆ ตัวเลยละ

จุก : ดีมากเลยจุก หัดทำบ่อยๆ เดี๋ยวมันก็จำได้ขึ้นใจไม่ต้องเปิดหนังสือเลย

ดำ : ขอบคุณมาก