12755104_927439234004364_8039937_o

EPS สำคัญอย่างไร

หลายครั้งที่ทุกท่านจะได้ยินคำว่า “ เมื่อ EPS โต 100% ราคาหุ้นก็จะโต 100%  “ บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า EPS คืออะไร แล้ว EPS นั้นมาจากไหน  จริงๆ แล้วมันก็คือ กำไรต่อหุ้น นั่นเอง  แล้วคำว่า “กำไรต่อหุ้น” หมายความว่าอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร  สำหรับท่านที่ยังไม่เข้าใจอยู่ วันนี้ขออธิบายความหมายของคำว่า กำไรต่อหุ้น หรือ EPS ซึ่งต่อจากบทความก่อนหน้านี้ที่ได้อธิบายว่าอัตราส่วนมูลค่าทางการตลาดมีอะไรบ้างซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ กำไรสุทธิต่อหุ้นนั่นเอง

กำไรต่อหุ้น (Earning per Share หรือ EPS) คืออัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นหรือส่วนกำไรสุทธิแบ่งเฉลี่ยให้แก่หุ้นสามัญแต่ละหุ้นของบริษัท แสดงให้เห็นถึงกำไรของบริษัทเมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมด สามารถคำนวณได้โดยการนำกำไรสุทธิรอบ 12 เดือนล่าสุดเป็นตัวตั้งแล้วหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ใช้สูตรเบื้องต้นดังต่อไปนี้

กำไรต่อหุ้น = กำไรสุทธิ / จำนวนหุ้นของบริษัทที่ชำระแล้ว

Earnings Per Share (EPS) = Net income / Outstanding Shares

โดยจุดประสงค์หลักๆ ของการซื้อหุ้นคือเพื่อรับปันผลหรือเอา Capital Gain ซึ่งกำไรต่อหุ้นหรือ EPS เป็นหนึ่งในตัววัดที่มีความสำคัญ เพราะปันผลและ Capital Gain ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกำไรของบริษัท บริษัทมหาชนในเกือบทุกประเทศจำเป็นต้องรายงาน Earning per Share ในงบกำไรขาดทุน

หลักการตีความจาก EPS นั้นไม่ตายตัว แต่โดยทั่วไปแล้วยิ่งเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี EPS เยอะหมายความว่าบริษัทมีกำไรมาก มีการเงินที่แข็งแรงมั่นคง จึงเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือสำหรับการลงทุน ในส่วนของการวิเคราะห์อาจดู EPS ย้อนหลังและเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การดูเพียงแค่ EPS อย่างเดียวคงไม่สะท้อนถึงแง่มุมต่างๆ ของบริษัทออกมาทั้งหมด เช่น สองบริษัทมี EPS ที่เท่ากันแต่อีกบริษัทใช้ต้นทุนน้อยกว่า อาจตีความได้ว่าสามารถใช้เงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเป็นต้น

ยกตัวอย่าง: บริษัท A มี 10 หุ้นและกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นหรือ EPS ก็จะเท่ากับ 1 แสนบาท (1 ล้าน / 10 = 1 แสน) ส่วนบริษัท B มี 100 หุ้นและกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท EPS ก็จะเท่ากับ 1 หมื่นบาท (1 ล้าน / 100 = 1 หมื่น)

EPS

 

จะเห็นได้ว่า EPS ของบริษัท A นั้นมากกว่าบริษัท B แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัท A จะดีกว่า! EPS มีประโยชน์สำหรับการเปรียบเทียบบริษัทที่อยู่ในหมวดธุรกิจเดียวกัน แต่มันไม่ได้บอกว่าหุ้นของบริษัทเป็นหุ้นที่ดีและสมควรซื้อแต่อย่างใด เราต้องใช้อัตราส่วนและปัจจัยอื่นๆ ประกอบการพิจารณาต่อไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น P/E Ratio ที่ใช้ค่า EPS ในการคำนวณ เป็นต้น

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm