ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

Inventory turnover

จุก : มาต่อกันจากครั้งที่แล้วเลยน่ะ  วันนี้ว่ากันยาวๆ หน่อย

ดำ : เรื่องที่จะคุยกันวันนี้คืออะไรเหรอ

จุก : เรียกว่า  อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ และระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย  หรือ Inventory Turnover Ratio  เป็นการวัดอัตราส่วนระหว่างต้นทุนขายกับสินค้าคงเหลือ แสดงถึงจำนวนครั้งที่สามารถขายสินค้าคงเหลือออกไปได้ในรอบระยะเวลาบัญชี  โดยมีสูตรในการคำนวณดังนี้

inven1

ดำ : เดี๋ยวน่ะ ใจเย็นๆ จุก  เรายังไม่เข้าใจความหมายของ Inventory turnover เลย

จุก :  อัตราการหมุนเวียนของสินค้า (Inventory Turnover) สามารถใช้เป็นดัชนีในการวัดจำนวนครั้งในการขายสินค้าคงเหลือ ของกิจการในรอบ 1 ปี โดยผลลัพธ์จะเป็นจำนวนครั้งต่อปีเช่น 10 ครั้งต่อปี 11 ครั้งต่อปี โดยจำนวนครั้งออกมาสูงแสดงว่ากิจการมีการหมุนเวียนของสินค้าที่ดี (ทำการขายได้มากครั้งในรอบ 1 ปี) ในทางตรงกันข้ามถ้าออกมาต่ำแสดงว่ากิจการจะต้องทำการสั่งสินค้าให้น้อยลงแต่ทว่าสั่งให้บ่อยครั้งมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น : ถ้ากิจการท่านมีอัตราการหมุนเวียนของสินค้าเท่ากับ 11 ครั้งต่อปี แสดงว่ากิจการท่านสามารถทำการขายได้ 10 ครั้งต่อปี หรือประมาณ 1 ครั้งต่อเดือน แต่ถ้าหากว่าอัตราการหมุนเวียนของสินค้าของคู่แข่งเท่ากับ 20 ครั้งต่อปี กิจการท่านจำเป็นที่จะต้องเร่งยุทธศาสตร์ทางการขายให้มีจำนวนครั้งมากขึ้น เป็นต้น

ดำ : เวลาที่เราจะเลือกหุ้นแต่ละตัวนี่ต้องดูลึกถึงขนาดนี้เลยเหรอจุก

จุก :  ความสำคัญของอัตราการหมุนของสินค้า คือ การแสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการเงินทุนที่ธุรกิจได้ใช้ไปกับสินค้า  ถ้าเป็นบริษัท จำกัด  ผู้ให้ความสนใจคือเจ้าของกิจการ  แต่ในบริษัทที่เป็นมหาชนย่อมจะเป็นประเด็นที่นักลงทุนและเจ้าของหุ้น  ให้ความสนใจ  เพราะถ้าพิจารณากันในรายละเอียดแล้ว  สิ่งที่จะเปลี่ยนเป็นมูลค่าและนำมาซึ่งผลการดำเนินงานของบริษัทฯ  ในหมวดสินทรัพย์ทั้งหมดคือ “สินค้า”

ดำ : อ๋อ… แบบนี้นี่เอง ถึงว่าทำไมเราต้องดูถึงขนาดนั้นเชียว

จุก :  เนื่องจากอัตราการหมุนของสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงระยะเวลาที่ธุรกิจใช้ในการสร้างรายได้  โดยเปรียบเทียบได้กับเงินลงทุนในสินค้าที่ธุรกิจจ่ายไป  ซึ่งการที่รอบระยะเวลาการหมุนของสินค้าเร็วกว่า  ย่อมแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจไม่ต้องนำเงินลงทุนไปจมกับสินค้าคงเหลือเป็นระยะเวลานาน  อีกนัยหนึ่งก็คือ  การลดจำนวนเงินทุนที่ใช้ในการจัดหาสินค้า เป็นการลดต้นทุนไปในตัว  ซึ่งหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุนและสินทรัพย์ที่มีอยู่  และยังเป็นการลดภาระในการเก็บสินค้า  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่หรือค่าเสียโอกาสในการใช้พื้นที่อีกด้วย

คราวนี้เราก็มาดูตัวอย่างการคำนวณกัน

เช่น  บริษัท ทองท่วมท้น  จำกัด  มีต้นทุนขายที่  1,500,000  มีสินค้าคงเหลือเฉลี่ยอยู่ที่  350,000  ก็นำค่าทั้งสองมาหารกันดังนี้

inven2

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจำเป็นต้องพิจารณา ถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย

  1. ต้นทุนของสินค้าที่นำมาพิจารณาคิดเฉพาะสินค้าที่อยู่ในสต็อก ไม่ได้รวมถึงสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่ง
  2. ต้นทุนของสินค้าในที่นี้จะต้องรวมถึงสินค้าทั้งหมดที่เราส่งไปยังสาขาต่างๆ ด้วย
  3. อัตราการหมุนของสินค้าพิจารณาถึงต้นทุนของสินค้าที่เราซื้อมา ไม่ได้คิดถึงมูลค่าที่จะขายได้

อัตราการหมุนเวียนของสินค้า   จึงพิจารณาถึงมูลค่าสินค้าที่มีอยู่จะต้องมีการหมุนเวียนอย่างไรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในรอบระยะเวลาเฉลี่ย 12 เดือน(ตามปกติ) หรือตามรอบระยะเวลาที่ต้องการคำนวณ  เพื่อป้องกัน ความผันผวนในปริมาณของสินค้าคงเหลือ

ดำ : เยี่ยมไปเลยน่ะจุก  แล้วค่าที่เราคำนวณออกมาได้ที่ 4.28 เนี้ย ถือว่าสูงพอรึยัง

จุก : สำหรับธุรกิจที่ต้องการกำไรขั้นต้น 20-30% การพิจารณาถึงการหมุนของสินค้าคงเหลือเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมวัตถุประสงค์ดังกล่าว  ซึ่งควรอยู่ที่ 5-6 หรือมากกว่านั้น  เพราะนั่นบ่งชี้ว่า  ธุรกิจมีความสามารถในการกระจายสินค้าและถ่ายเทสินค้าไปสู่ลูกค้าได้รวดเร็ว  เป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย  ต่าง ๆ อาทิ

–          ค่าใช้จ่ายในการดูแลสินค้า การบริหารพื้นที่ในโกดัง

–          ต้นทุนอันเกิดจากความล้าสมัย

–          ต้นทุนของจำนวนเงินที่ใช้ในการลงทุน

ดำ : แบบนี้เราก็ต้องนำสินค้าคงเหลือของเราทุกๆ ตัว รวบรวมกันแล้วนำมาเปรียบเทียบทั้งหมดใช่รึเปล่า

จุก : อัตราการหมุนเวียนของสินค้าหากพิจารณาในรายละเอียด  ก็ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกตัวต้องมีรอบการหมุนเท่ากัน  บางสินค้าอาจหมุนเร็ว  บางสินค้าอาจหมุนช้ากว่า  แต่ทั้งนี้โดยรวมเฉลี่ยแล้ว ควรมีระดับการหมุนที่เท่าหรือสูงกว่าอุตสาหกรรม

ดำ :  อ้าว…. แล้วแบบนี้เราจะคำนวณได้ค่าที่ถูกต้องจริงๆ รึเปล่าละ

จุก : ดังนั้นหากมีสินค้าหลายประเภทก็ควรจะแยก อัตราส่วนการหมุนเวียนของสินค้าในแต่ละประเภทด้วย  เพื่อสะท้อนให้เห็นความสามารถในการดำเนินงานและนำไปสู่การปรับปรุงการบริหารจัดการสินค้า  เพื่อให้สมดุลย์กับการดำเนินธุรกิจ  ซึ่งการใช้เงินทุนที่มีอยู่ไปกับสินค้าดังกล่าวนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงเสมอว่า เงินทุนนั้นมีอยู่อย่างจำกัด  ต้องบริหารจัดการให้เหมาะสมที่สุด  เพื่อจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่บริษัทมากที่สุด

ดำ : แบบนี้เราสามารถนำอัตราส่วนนี้ไปเปรียบเทียบกับกิจการที่ทำธุรกิจในแบบเดียวกับเราได้สิ

จุก : อัตราการหมุนของสินค้า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำตัวเลขที่ได้ไปวิเคราะห์ เปรียบเทียบ

–          เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

–          เปรียบเทียบกับคู่แข่ง

–          เปรียบเทียบกับตัวเองในอดีต

ทั้งนี้เพื่อให้บ่งชี้ได้ว่า ค่าเฉลี่ยดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม  หรือมีประสิทธิภาพหรือไม่  เพื่อให้บริษัทสามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการสินค้าในอนาคต

ดำ : เยี่ยมเลยน่ะจุก ยังเหลือระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยอีกตัวหนึ่งน่ะ

จุก : อันนี้เราขอติดไว้ก่อน เอาไว้มาคุยกันครั้งหน้าก็แล้วกันน่ะ

ดำ : ขอบคุณครับผม

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm