ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

ใครได้ประโยชน์จากงบการเงิน

ดำ : ครั้งที่แล้วคุยกันถึงจุดประสงค์ ของการจัดทำงบการเงิน 3 ข้อ ที่จุกบอกเรา แล้วตอนสุดท้ายจุกบอกว่า งบการเงินจะใช้เอื้อประโยชน์ต่อ ผู้ลงทุนผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ ผู้บริหาร ลูกจ้าง ลูกค้า รัฐบาล ฯลฯ

จุก : ใช่ๆ กลุ่มคนพวกนี้ก็คือ ผู้ที่ใช้ประโยชน์การทำงบการเงินใครละ

ดำ :  จุกลองอธิบายรายละเอียดสักนิดได้มั้ย ว่าใครได้ประโยชน์บ้าง ยังไงบ้าง

จุก : ได้สิ..  ผู้ที่ได้ประโยชน์จากงบการเงินมีใครบ้างงั้นเหรอ?   ผู้ใช้งบการเงินหรือผู้มีส่วนได้เสีย หรือเรียกว่า Stakeholder ก็มีอยู่หลายประเภทจุดมุ่งหมายในการใช้งบการเงินก็แตกต่างกันออกไป

ดำ : เช่น….นักลงทุน เอาอย่างแรกก่อนเลย….

จุก : อ่ะ….นักลงทุน หรือผู้ถือหุ้น  ก็ถือว่าเป็นเจ้าของเงินทุน เป็นผู้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน รวมทั้งยังต้องรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น งบการเงินทำให้ผู้ลงทุนทราบถึงผลการดำเนินธุรกิจของกิจการว่าเป็นอย่างไร สุขภาพทางการเงินเป็นอย่างไร  สามารถคาดการณ์ถึงผลที่จะได้รับ และมูลค่าของกิจการเป็นอย่างไร  จะได้เลือกกิจการที่สามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้ถูกต้องและไม่เสียเปรียบหรือโดนหลอก  ที่สำคัญคือต้องได้กำไรแน่ๆ  ถูกมั้ย

ดำ : ใช่…ถ้าเราจะลงทุนเราก็ควรได้กำไรสิ ถ้าขาดทุนจะลงทุนไปทำไมกันละ

จุก : เพราะฉะนั้น ก่อนลงทุนต้องทำอะไร?   ต้องวิเคราะห์ธุรกิจและงบการเงินซะก่อน

ดำ : แล้วต่อไปใครล่ะ

จุก : ก็มีเจ้าหนี้   ซึ่งในส่วนของเจ้าหนี้ก็จะมีอยู่หลายประเภทเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เจ้าหนี้การค้า ผ่อนชำระเช่าซื้อ เงินให้กู้ทั้งให้กู้ระยะสั้น และให้กู้ระยะยาว โดยจะทำการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานจากงบการเงิน ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหนี้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ว่า หนี้สินจะได้รับชำระหนี้ครบตามกำหนด และได้รับดอกเบี้ยหรือไม่

ดำ : ก็คงเหมือนที่ธนาคารใช้เกณฑ์การตัดสินในการกู้เงิน นั่นก็คือ 6 Cs ใช่มั้ยจุก

จุก : ก็ใช่น่ะ….แต่ที่เราน่าจะเคยผ่านตา และนำตัวเลขมาวิเคราะห์หุ้นอยู่บ่อยๆ ก็เช่นการคำนวณ D/E Raito ไงละ

ดำ : อะไรคือ D/E Raito เหรอ

จุก : มันก็คือ อัตราส่วนทางการเงินชนิดหนึ่ง  ซึ่งจะบอกถึง  อัตราส่วนระหว่างหนี้สินและเงินลงทุน ว่ามีสัดส่วนเป็นเท่าไหร่ ตัวนี้แบงก์ก็จะทำการประเมินด้วยว่าจะให้กู้หรือเปล่า และถ้าให้กู้จะให้กู้สักเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม ซึ่งตัวหนี้ก็สามารถ นำตัวเลขจากงบการเงินมาคำนวณด้วย

ดำ :  ต่อไป

จุก : ต่อไปก็น่าจะเป็นในส่วนของผู้บริหาร ซึ่งก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า ผู้บริหารมีหน้าที่ในการบริหารงานให้กิจการดำเนินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยการใช้งบการเงินเพื่อตัดสินใจเรื่องต่างๆ การวางแผนล่วงหน้าทั้งระยะสั้นและระยะยาว การควบคุม การจัดการ และการติดตามการดำเนินงาน  ก็เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข การดำเนินกิจการให้ดีขึ้นอยู่เสมอนั่นเอง

ดำ : ยังมีอีกมั้ย

จุก : นอกจาก 3 กลุ่มนี้ เราก็ยังจะสามารถแยกย่อยออกได้อีก 2 ประเภทหลักๆ ซึ่งก็ได้แก่ บุคคลภายใน และบุคคลภายนอกบริษัท  บุคคลภายในบริษัทก็ได้แก่ ผู้บริหาร เจ้าของ ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง  และบุคคลภายนอกก็ได้แก่ เจ้าหนี้ นักลงทุน ลูกหนี้ ผู้ตรวจสอบ รัฐบาล ประมาณนี้

ดำ : แล้วคนอื่นนอกจากนี้ อย่างประชาชนคนทั่วไปสามารถดูได้มั้ยอ่ะ มันไม่มีข้อจำกัดอะไรเหรอ

จุก : ก็ดูได้สิ นักลงทุนรายย่อย แบบเราๆ ก็สามารถดูงบการเงินได้ง่ายๆ จากบริษัทที่จดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หากเราสนใจหุ้นตัวไหนก็เข้าไปดูได้เลยที่ www.set.or.th แต่ถ้าบริษัทไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คงจะยากหากเราต้องการจะดู เพราะเราไม่มีส่วนได้เสียอะไรกับเค้า

ดำ : อ่อ…..กลับไปที่บ้านเราจะไปศึกษาดูน่ะ www.set.or.th  เราสามารถดูแล้วใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นฐานการวิเคราะห์และคำนวณเรื่องต่างๆ ได้เลยใช่ป่ะ

จุก : ได้ เพราะเป็นข้อมูลที่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่จะต้องเปิดเผยอย่างถูกต้องให้กับผู้ลงทุนได้ดูอยู่แล้ว แต่เวลาที่ดำดูก็ต้องดูให้ดีๆ น่ะว่างบเป็นยังไง วัน เดือน ปี ที่เท่าไหร่  อะไรต่างๆ พวกนี้

ดำ : ทำไมละ…..

จุก :  ในส่วนของงบการเงิน ก็มีข้อจำกัดของการวิเคราะห์งบการเงินอยู่เหมือนกัน เช่น

  1. ข้อมูลบางรายการในงบการเงินยังไม่ได้เป็นมูลค่าปัจจุบัน งบแสดงฐานะทางการเงินจะบันทึกสินทรัพย์เป็นราคาทุนในอดีต หากจะนำไปวิเคราะห์ควรที่จะปรับปรุงให้เป็นมูลค่าปัจจุบันเสียก่อน  เช่น  ที่ดินที่ซื้อไว้นานมากแล้ว  มูลค่าปัจจุบันจะสูงกว่าที่แสดงในงบการเงิน หรือ เครื่องจักรบางอย่างอาจล้าสมัย จึงทำให้มูลค่าปัจจุบันต่ำกว่าที่แสดงในงบการเงิน
  2. การรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายของแต่ละบริษัท ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายทางบัญชี ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันได้ ดังนั้นการนำงบการเงินของแต่ละบริษัทมาเปรียบเทียบกัน จึงควรทำความเข้าใจในรายละเอียดด้วย
  3. ข้อมูลในงบการเงินบางรายการ เกิดจากการประมาณการ เช่น การประมาณต้นทุน การตัดค่าเสื่อมราคา ประมาณการการรับรู้รายได้ การประมาณหนี้สูญ และอีกต่างๆ ถ้าหากประมาณการไม่ถูกต้องก็จะทำให้ความเป็นจริงของกิจการนั้นคลาดเคลื่อนได้
  4. ข้อมูลเชิงคุณภาพบางอย่าง ก็ไม่ได้แสดงในงบการเงิน ซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจและงบการเงิน เช่นกัน เช่น
    •  ความสามารถของผู้บริหาร  ความซื่อสัตย์ วิสัยทัศน์
    • ชื่อเสียงของธุรกิจ  ความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty)
    • ส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share)
    • สภาวะอุตสาหกรรม  การแข่งขัน และสภาวะทางเศรษฐกิจ
  5. งบการเงินเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต  ไม่สามารถนำการวิเคราะห์มาพยากรณ์อนาคตได้ 100% ผลการดำเนินงานในอนาคตอาจต่างจากอดีต เพราะฉะนั้นเราจะต้อง ใช้หลักเกณฑ์อื่นๆ เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ รวมไปถึงการติดตามข่าวอย่างไม่ละสายตา ก็จะช่วยให้เรามั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

ดำ :  โอ้โห……เรายังคงต้องเรียนรู้อีกมากสิน่ะ  สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็คงจะต้องใช้ประกอบกับจินตนาการทิศทางของงบการเงิน ทิศทางของผู้บริหาร ทิศทางของสภาวะทางธุรกิจ สภาวะของเศรษฐกิจ และอีกหลายๆ อย่างมาประกอบด้วยสิน่ะ ซึ่งเรื่องนี้จุกจะสอนเราให้เรารู้สึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ต่อไปใช่มั้ย

จุก : ได้สิ…. เรื่องพวกนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เลยละ

ดำ : อืม….ขอบใจมากน่ะ  ป่ะ…ไปหาข้าวกินกัน

จุก : เลี้ยงอีกแล้วเหรอ

ดำ : อืม…ไปก่อนค่อยว่ากัน ตอนนี้หิว