ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

Account Receivable Turnover

จุก : มาเลย วันนี้มาต่อกันที่ อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า และระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย

ดำ : ประมาณว่าเราสามารถคำนวณหาระยะเวลาที่จะเก็บหนี้จากลูกหนี้การค้าได้ด้วยใช่มั้ยจุก

จุก : ใช่แล้วละ……….

ดำ : แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องของ อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า ระยะเวลาเก็บหนี้ยังพอเข้าใจได้ง่ายเพราะมันเขียนตรงตัว ฮ่าๆๆ

จุก : มาดูกัน ในอัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้าและระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า (Account Receivable Turnover) ก็เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบยอดขายสุทธิกับลูกหนี้การค้า แสดงถึงจำนวนครั้งของวงจรลูกหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชี

ดำ : แสดงถึงจำนวนครั้งของวงจรลูกหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชี… งง… มีภาษาง่ายๆ กว่านี้มั้ย

จุก : จะอธิบายแบบนี้น่ะ คือระบบการซื้อขายสินค้าในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของตัวผู้ประกอบการเองขายให้กับตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ประกอบการขายให้กับผู้บริโภคโดยตรงไม่ว่าจะเป็นทางหนึ่งทางใดก็ตาม มักจะมีการใช้ระบบของการให้เครดิตไปก่อนล่วงหน้าแล้วค่อยตามเก็บเงินทีหลังอยู่เสมอๆ

ดำ : แบบว่าเอาของมาก่อน ขายได้แล้วค่อยเอาตังค์มาให้ใช่รึเปล่า

จุก : ใช่…… ซึ่งการที่ผู้ประกอบการจะมอบเครดิตสินค้าให้กับคู่ธุรกิจรายหนึ่งรายใดนั้นจำเป็นที่คุณจะต้องพิจารณาแนวทางการขายสินค้าและการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าของพวกเขาอย่างถี่ถ้วนด้วย โดยการหาอัตราการหมุนของลูกหนี้หรือที่เรียกกันว่า Account Receivable Turnover

ดำ : มันก็คือคำตอบที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการทราบว่าลูกหนี้ธุรกิจมีแนวทางการขายสินค้าอย่างไรและสามารถเรียกเก็บเงินจากการขายสินค้าได้สม่ำเสมอขนาดไหนด้วย ประมาณนี้ใช่รึเปล่า

จุก : ใช่… ซึ่งวิธีการคำนวณก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากโดยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1. ผู้ประกอบการจะต้องไปสำรวจยอดขายของคู่ธุรกิจที่คุณต้องการให้เครดิตมาก่อนว่ามีเป็นจำนวนเท่าไหร่ จากนั้นจึงหาข้อมูลในส่วนของลูกหนี้การค้าที่ลูกค้ามี หรือหากจะพิจารณาบริษัทจำกัด (มหาชน) ที่เราสนใจ ก็สามารถดูในงบการเงิน นำตัวเลขในส่วนของยอดขายและลูกหนี้การค้า นำตัวเลขทั้งสองส่วนมาหารกันตามหลักสมการด้านล่าง

AR1

ดำ : แบบว่าเราอยากรู้ว่า บริษัทไหนในตลาดที่เราสนใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่าหุ้นตัวไหนที่เราสนใจ เราก็สามารถใช้เกณฑ์นี้ไปใช้หาคำตอบได้เหมือนกันถูกมั้ย

จุก : ถูกต้องดำ…. ซึ่งอัตราส่วนของผลลัพธ์ที่ได้มาจะทำให้เรารู้ว่าการจัดเก็บหนี้สินบริษัทนี้เป็นอย่างไร โดยค่าที่ได้ออกมาจะคิดเป็นเท่า ซึ่งหากมีค่าที่มากนั้นแสดงว่ากิจการของลูกค้าสร้างยอดขายได้พร้อมๆ กันกับการจัดเก็บหนี้จากลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพซึ่งยิ่งมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดี แต่ถ้าหากผลลัพธ์ได้ค่าที่น้อยและเข้าใกล้ศูนย์นั้นแสดงว่าธุรกิจนั้นกำลังประสบปัญหาไม่สามารถจัดเก็บหนี้การค้าได้ นั่นเอง

ตัวอย่าง ผู้ประกอบการ A ต้องการให้เครดิตในการตีสินค้าออกไปขายก่อนแล้วจึงค่อยตามเรียกเก็บเงินคืนในภายหลังกับธุรกิจของนาย B โดยธุรกิจของนาย B มียอดขายสุทธิอยู่ที่ 500,000 บาท มีลูกหนี้การค้าที่รอเรียกเก็บอยู่ที่ 100,000 บาท สามารถแทนค่าและหาผลลัพธ์ได้จากสูตรโดยแทนค่าสมการได้ดังนี้

AR2

ซึ่งจากผลลัพธ์ของอัตราการหมุนของลูกหนี้ที่ได้มาคือ 5 เท่า แสดงว่าธุรกิจของนาย B สามารถสร้างยอดขายได้พร้อมๆ กับการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากในระดับหนึ่ง เพราะจำนวนอยู่ไกลกว่าศูนย์พอสมควร ความหมายของมันก็คือ ปีหนึ่งขายแล้วเก็บเงินสดได้กี่เที่ยว ถ้าปีหนึ่งขายแล้วเก็บเงินสดได้ 2 – 3 เที่ยว ก็หมายความว่าขายแล้วกว่าจะเก็บเงินได้ใช้เวลานานมาก หรือพูดง่ายๆ ก็คือให้เครดิตการค้านานเกินไป เงินลงทุนจะไปจมอยู่ในรายการลูกหนี้การค้ามาก หากลูกหนี้การค้าเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเกิน กิจการอาจเจ๊งได้

ดำ : อ๋อ… แบบนี้นี่เอง เมื่อกี้จุกบอกว่ามี 2 ขั้นตอน  แล้วขั้นตอนที่ 2 ละ คืออะไรเหรอ

จุก : หลังจากที่เราหาอัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้าได้แล้ว เรายังต้องทราบถึงระยะเวลาในการเก็บหนี้ของบริษัทนั้นๆ ด้วย  ว่าเก็บหนี้ต่อ 1 รอบนั้นใช้ระยะเวลากี่วัน

ดำ : แล้วเราจะรู้ได้ยังไงละ

จุก : ในขั้นตอนที่ 2 ก็คือ ระยะเวลาในการเก็บหนี้ หรือทางวิชาการเรียกว่า Day Receive  แสดงถึงจำนวนวันในการเก็บเงินจากลูกหนี้ของกิจการ ทำให้ทราบถึงคุณภาพของลูกหนี้ ประสิทธิภาพในการเก็บหนี้ และนโยบายให้สินเชื่อของกิจการ โดยวิธีการคือให้นำจำนวนวันในหนึ่งปีนั้นก็คือ 365 วันมาหารด้วยผลลัพธ์ของอัตราการหมุนของลูกหนี้ตามที่ได้มาจากขั้นตอนที่ 1 ตามหลักสมการดังนี้

AR3

ดำ : ง่ายๆ แบบนี้เองเหรอ

จุก :  ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือเครดิตที่เป็นจำนวนวันที่ลูกค้าสมควรได้รับ แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องนำผลลัพธ์ในส่วนนี้ไปเปรียบเทียบและพิจารณาประกอบกับนโยบายการให้เครดิตของทางบริษัทด้วยว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ กล่าวง่ายๆ คือหากผลลัพธ์ที่ได้มามีค่ามากกว่านโยบายการให้เครดิตของทางบริษัท เช่น 60 วัน ก็แสดงว่าลูกค้ารายนี้อาจจะไม่มีความเหมาะสมในการทำธุรกิจร่วมกับคุณ แต่ถ้าน้อยกว่าแสดงว่าลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าชั้นดีสมควรที่ทางบริษัทจะต้องทำธุรกิจร่วมด้วย เช่นเดียวกับบริษัทจำกัด(มหาชน) หากมีนโยบายปล่อยเครดิตสูงสุดไม่เกิน 45 วัน หากค่าที่ได้ออกมาเป็น 31 วัน จึงเป็นค่าที่ดี เพราะนั่นหมายถึงมีการเร่งรัดจัดเก็บหนี้การค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ดำ : แบบนี้เราก็ต้องรู้นโยบายของกิจการให้ได้สินะ

จุก : จริงๆ ไม่ต้องรู้ก็ได้ ใช้วัดจากความรู้สึกเอา ถ้าอยู่ระหว่าง 15 – 45 วัน ก็ถือว่าดี แต่ถ้าเกิน 45 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน ก็ถือว่ายอมรับได้ แต่ถ้าเกิน 90 วันไปแล้ว ยากที่จะรับได้ เพราะกติกาการปล่อยเครดิตการค้าส่วนใหญ่จะปล่อยไม่เกิน 90 วัน

ดำ : ขอดูตัวอย่างให้ชัดเจนหน่อยสิ

จุก : ยกมาจากตัวอย่างแรกเลยน่ะ หลังจากผู้ประกอบการ A ได้ทราบอัตราการหมุนของธุรกิจนาย B มาแล้วนั่นก็คือ 5 เท่านั่นเอง ต่อมาผู้ประกอบการ A ต้องการทราบเครดิตจำนวนวันที่ธุรกิจนาย B มี ก็สามารถหาค่าได้ โดยนำจำนวนวันในหนึ่งปีนั่นก็คือ 365 วันมาหารด้วยอัตราการหมุนของธุรกิจนาย B นั่นก็คือ 5  เท่า  ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจากการแทนค่าหลักสมการจะได้ดังนี้

AR4

ผลลัพธ์ของจำนวนเครดิตที่ลูกค้ามีคือ 73 วัน เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับนโยบายทางการเงินส่วนตัวของบริษัทในการให้เครดิตที่ถูกกำหนดไว้ที่ 90 วัน จะถือว่าธุรกิจของนาย B จัดเป็นลูกค้าชั้นดีเลยทีเดียวเพราะมีความสามารถที่จะจ่ายชำระหนี้คืนให้กับธุรกิจของคุณได้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ถึง 17 วัน แต่ถ้าหากนโยบายทางการเงินของบริษัทถูกกำหนดว่าให้เครดิตแก่ลูกค้าได้เพียงแค่ 60 วันแล้วละก็ ควรจะต้องหลีกเลี่ยงการให้เครดิตและทำธุรกิจร่วมกับนาย B เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่ธุรกิจของนาย B อาจจะนำเงินมาใช้คืนให้คุณได้ไม่ทันเวลา เพราะค่าเฉลี่ยก็บอกอยู่แล้วว่าอาจจะล่าช้ากว่ากำหนดการชำระเงินไปถึง 13 วัน ซึ่งนั่นเกือบจะเท่ากับ 2 สัปดาห์เลยทีเดียว

ผลที่ได้มาจากการคำนวณหาอัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้นั้น จะเป็นดัชนี้ตัวชี้วัดที่สำคัญของข้อมูลเครดิตและความน่าเชื่อถือที่คู่ธุรกิจของผู้ประกอบการมีอยู่ และสิ่งนี้จะนำไปสู่การบริหารเงินและการจัดการสินเชื่อเครดิตสำหรับลูกค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงมั่นใจได้เลยว่า การให้เครดิตกับลูกค้าไปนั้นจะไม่กลับกลายมาเป็นดาบสองคมที่มุ่งย้อนกลับมาทำร้ายตัวธุรกิจของคุณเองในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ดำ : ในทางการวิเคราะห์หุ้นก็จะคล้ายกันใช่มั้ยครับว่าถ้าเราดู  A/R Turnover แล้วเราก็ต้องไปดูในส่วนของ Day Receive ด้วย ว่ามีระยะเวลาไม่นานเกินไป อยู่ในกรอบของเวลาทางการค้าปกติ  ลูกหนี้การค้าในงบดุลน่าจะไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อไม่มีปัญหา ลูกหนี้ก็จะเก็บเงินได้ กิจการจึงเอาเงินสดกลับมาหมุนสร้างกำไรต่อให้กับกิจการได้ ถูกต้องมั้ย

จุก : ถูกต้องเลยดำ  เก่งมาก……………….

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm