ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

อัตราส่วนหนี้

จุก : เข้าใจ D/E Ratio แล้วใช่มั้ย แล้วจำได้มั้ยว่าครั้งก่อนเรามีกี่หัวข้อ

ดำ  : อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงินก็จะประกอบไปด้วย

  1. อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน (ส่วนของเจ้าของ)
  2. อัตราส่วนหนี้
  3. อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย

และครั้งที่แล้วก็คุยกันไปในหัวข้อที่ 1  อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุนเรียบร้อยไปแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาต่อกันที่ข้อที่ 2 อัตราส่วนหนี้

จุก : อัตราส่วนหนี้ หรือ เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า (Debt to Total Asset Ratio) หมายถึง การวัดอัตราส่วนระหว่างหนี้สินรวมกับสินทรัพย์รวม  ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงสัดส่วนที่กิจการใช้เงินกู้ยืม (หนี้สินทั้งหมด) ในการดำเนินกิจการว่าเป็นเท่าใดต่อสินทรัพย์รวม โดยทั่วไปเจ้าหนี้มักจะชอบกิจการที่มีอัตราส่วนนี้ต่ำๆ พูดไปก็คล้ายกับ D/E Ratio นั่นแหละ เพียงแต่เราใช้ข้อมูลในส่วนของหนี้สินรวมเทียบกับสินทรัพย์รวมเท่านั้นเอง

ดำ : กรุณามอบสูตรการคำนวณนี้ให้ข้าพเจ้าเถิด

จุก : จัดไป

 

        8522

ดำ : พร้อมกับขอคำอธิบายอย่างละเอียดอีกสักทีครับ

จุก : หากแทนค่าต่างๆ ลงไปในสูตรแล้ว เช่น สมมติให้บริษัท A มีหนี้สินรวม  824,000 ล้านบาท  และมีสินทรัพย์รวมที่  1,654,000 ล้านบาท  เราก็จะแทนค่าลงไปได้เท่ากับ

อัตราส่วนหนี้ =  824,000 / 1,654,000 =  0.49 เท่า

ซึ่งหากค่าที่ได้ ถ้าอัตราส่วนนี้มีค่าต่ำ แสดงให้เห็นว่า เงินทุนหรือสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากเจ้าของกิจการ บริษัท A จึงมีความเสี่ยงน้อย และถ้าหากอัตราส่วนนี้มีค่าสูง แสดงว่าเงินทุนหรือสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้ ทำให้กิจการมีภาระดอกเบี้ยสูง จึงมีความเสี่ยงสูงโอกาสที่จะกู้ยืมต่อก็มีน้อยลง

ดำ : นั่นหมายความว่า ค่าที่ควรจะเป็นก็ควรที่จะมีค่าน้อยๆ จะยิ่งดีมากๆ ถูกต้องมั้ยจุก

จุก : ใช่แล้วละ อย่างเช่น บริษัท A มีอัตราส่วนหนี้เท่ากับ 0.49 เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ ก็ถือว่าต่ำ

ดำ : แบบนี้เราก็ใช้เกณฑ์นี้ตัดสินได้เลยใช่มั้ยว่าบริษัท A ดี น่าลงทุน

จุก : เราจะตัดสินแบบนั้นเลยไม่ได้ เพราะข้อมูลในงบนั้นถูกซ่อนไว้ด้วยตัวเลขต่างๆ อีกมาก เพราะฉะนั้นเราควรสังเกตว่ากิจการที่มีหนี้สินมาก อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นกังวลเสมอไปก็เป็นได้  เช่น ธุรกิจค้าปลีก จะมีหนี้สินจากเจ้าหน้าที่การค้ามาก เพราะธุรกิจค้าปลีกขายสินค้าเป็นเงินสด และกว่าจะจ่ายค่าสินค้าเป็นเงินเชื่อก็ผ่านไปเป็นหลายเดือนทำให้มีกระแสเงินสดมาหมุนเวียนธุรกิจได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นเราจะมองด้านเดียวไม่ได้ ต้องมองมุมกลับปรับมุมมอง กันสักนิดหนึ่ง

ดำ : ok เข้าใจแล้วละ  ขอบคุณมาก งั้นมาต่อข้อ 3 กันเลยน่ะ

จุก : เดี๋ยว …. เอาไว้ก่อน ครั้งหน้าค่อยมาต่อ ไม่รู้เป็นไร เจอดำทีไรหิวข้าวทุกที

ดำ : หิวอีกแล้วเหรอ…. งั้นก็ไปกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยมาต่อกัน

จุก : ได้ๆ เดี๋ยวกินไปคุยไปด้วยก็ได้

ดำ : ได้เลย.. งั้นเดี๋ยวเราพาไปร้านเด็ดของเรา รับรองว่าอร่อยมาก