Head ครูพักลักจำ

ข้อแตกต่างระหว่างคนส่วนใหญ่และคนส่วนน้อย

ใฝ่ดี :  สวัสดี เช้าวันจันทร์ครับลุง ขยันแต่เช้าเหมือนเดิมน่ะครับ

ลุงเพียร : พยายามออกกำลังหน่อยน่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไหร่

ใฝ่ดี : อ่าว ..ลุงไม่สบายหรือเปล่าครับ ทำไมไม่ลาพักบ้างละครับ

ลุงเพียร : ถ้าลุงลาพัก ให้อยู่เฉย ๆ ก็คงจะเบื่อแย่เลยล่ะ  ถ้าจะลาจริงๆ ก็คงเป็นการลาครั้งสุดท้ายของลุงแล้วละ คือลาจากโลกนี้ไปเลย

ใฝ่ดี : อ่าว….ทำไมลุงพูดแบบนั้นละครับ  ไม่ดีเลยน่ะครับ จะรีบไปไหนครับ อยู่สอนพวกเราก่อน

ลุงเพียร : ลุงก็พูดไปตามเรื่องตามราวของคนแก่นั่นแหละ  วันนี้มีอะไรจะมาคุยรึป่าว

ใฝ่ดี : มีครับ เมื่อวานพ่อผมกับลุงผมเค้าเถียงกันเรื่องของวิธีการลงทุน พ่อบอกลงทุนระยะยาวดีกว่า ลุงบอกระยะสั้นสิ เล่นมันวันต่อวันไปเลย ได้เสียทันที จะรอทำไม  เถียงกันอยู่พักใหญ่เลยละครับ

ลุงเพียร : แล้วเรื่องมันจบลงยังไงละ

ใฝ่ดี : ไม่มีข้อยุติครับ แม่กระโดดเข้ามาเปลี่ยนเรื่องไปซะก่อน

ลุงเพียร : วันนี้ลุงจะเปรียบเทียบระหว่างคนส่วนใหญ่กับคนส่วนน้อยให้ดูละกันว่ามีข้อแตกต่างกันตรงไหนบ้าง แล้วเอาไปพิจารณากันเอาเอง

ใฝ่ : คนส่วนใหญ่คืออะไร  คนส่วนน้อยคืออะไร ครับ

ลุงเพียร :  คือถ้าจะให้ลุงเปรียบเทียบระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จ คนที่สร้างตัวจากสองมือเปล่าแล้วกลายเป็นเศรษฐี  คนที่เล่นหุ้นแล้วรวยมากจริงๆ คนเหล่านี้จะมีลักษณะ มีความประพฤติ มีนิสัย มีพฤติกรรมไม่เหมือนกับคนส่วนใหญ่ พูดอีกแบบก็คือ คนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมสวนทาง (ซึ่งต่อไปนี้จะแทนด้วยคำว่า กลุ่มนี้) เทียบกับคนส่วนใหญ่ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าคนส่วนใหญ่)  การเปรียบเทียบก็คือ

  1. คนส่วนใหญ่เล่นหุ้นเพราะอยากรวย  กลุ่มนี้เล่นหุ้นเพราะอยากลงทุน
  2. คนส่วนใหญ่อยากรวยกับการเล่นหุ้นและไม่อยากทำอย่างอื่น กลุ่มนี้อยากทำกิจการ แล้วเอาเงินที่เหลือมาเล่นหุ้น
  3. คนส่วนใหญ่ซื้อขายหุ้นตลอดเวลา มีอาการใจจดใจจ่อกับหุ้น เพราะอำนาจของความโลภ  กลุ่มนี้ใจจดใจจ่อกับการงานในอาชีพหลัก มีเวลาว่างจึงมาดูหุ้นเป็นครั้งคราว  ทำให้กลุ่มนี้ลงทุนระยะสั้นไม่เป็น
  4. คนส่วนใหญ่วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค ดูกราฟเพื่อการซื้อขายหุ้น ส่วนคนกลุ่มนี้ไม่สนใจกราฟหรือหากสนใจก็แค่เพียงดูประกอบเท่านั้น กลุ่มนี้สนใจวิเคราะห์หุ้นด้วยข้อมูลข่าวและผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังจินตนาการผลประกอบการในอนาคตเพื่อการตัดสินใจลงทุนอีกด้วย ทำให้กลุ่มนี้รู้ว่าราคาหุ้นจะขึ้นไปที่เท่าไหร่ จึงถือหุ้นเอาไว้ได้นาน ในขณะที่ส่วนใหญ่ไม่รู้เป้าหมายราคา จึงต้องรีบขายหุ้นเมื่อได้กำไรเล็กน้อย
  5. คนส่วนใหญ่เล่นหุ้นแล้วทุกข์ เพราะกลัวเมีย เฮ้ยไม่ใช่ กลัวเสีย กลุ่มนี้เล่นหุ้นแล้วไม่ทุกข์ เพราะมั่นใจ 100% ว่าต้องได้ แต่จะได้เร็ว  ได้ช้า แค่นั้น
  6. คนส่วนใหญ่ต้องพึ่งนักวิเคราะห์ มีความรู้สึกว่าตัวเองต้องการที่พึ่ง ส่วนคนกลุ่มนี้ไม่พึ่งนักวิเคราะห์  แต่จะพึ่งตัวเองเป็นสำคัญ และไม่เชื่อเลยว่านักวิเคราะห์จะเก่งกว่าเรา  สาเหตุก็เพราะถ้านักวิเคราะห์เก่ง เค้าจะเล่นเอง กลุ่มนี้จึงยืนยันด้วยการเจ๊งด้วยน้ำมือตัวเอง
  7. คนส่วนใหญ่ซื้อหุ้นที่ราคาหุ้นขึ้นไปแล้ว กลุ่มนี้ไม่ชอบซื้อหุ้นที่ราคาขึ้นไปแล้ว ชอบซื้อหุ้นที่ราคายังไม่ขึ้น และรอคอยให้ราคามันขึ้นไปเรื่อยๆ
  8. คนส่วนใหญ่มีอาการอยากรวยแต่ขี้เกียจ กลุ่มนี้อยากรวย จึงขยันและอดทนเป็นเลิศ กลุ่มนี้จึงมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่
  9. คนส่วนใหญ่เล่นแล้วไม่รวย แต่กลุ่มนี้เล่นหุ้นแล้วโครตรวย
  10. คนส่วนใหญ่เล่นหุ้น (ซื้อหุ้น) ตามข่าวลือ กลุ่มนี้เล่นหุ้นตามข่าวลือเหมือนกัน แต่ทำตรงกันข้าม คือ ขายเพราะราคาหุ้นขึ้นสูงมากแล้ว โดยสาเหตุที่ขาย เพราะกลุ่มนี้รู้ดีว่า หากเขาจะปั่นหุ้นแล้วเอาส่วนต่างราคา วิธีการที่ดีและง่ายที่สุด ก็คือปล่อยข่าวลือ ข่าวลือจึงเป็นสัญญาณขาย ถ้าหุ้นขึ้นสูงแล้ว แต่ถ้าหุ้นยังไม่ขึ้น ข่าวลือจึงเป็นสัญญาณให้เอานั้นมาวิเคราะห์ ถ้ามีมูลว่าข่าวลือจะเกิดขึ้นได้ และฐานะทางการเงิน อีกทั้งผลประกอบการก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร  อีกทั้งหุ้นก็มีราคาไม่แพง ข่าวลือก็เป็นสัญญาณให้เราได้วัดดวงเหมือนกัน
  11. คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอ่านข่าว หรืออ่านข่าวเสร็จแล้วก็โยนทิ้ง ไม่ทำความเข้าใจกับข่าว จึงขาดข้อมูลดีๆ เพื่อใช้ลงทุนในหุ้น ส่วนคนกลุ่มนี้อ่านข่าวทุกวัน เจอข่าวดีๆ ข่าวเด็ดๆ จะตัดเก็บเอาไว้ เพื่อทำการบ้าน หรือบางทีตัดเก็บเอาไว้เพื่อสะสมเป็นข้อมูลเพื่อง่ายต่อการวิเคราะห์หุ้นในอนาคต
  12. คนส่วนใหญ่ไม่รู้จะลงทุนหุ้นตัวใดดี คนกลุ่มนี้มีโพยหุ้นเพื่อการลงทุนเพียบ หุ้นตัวนี้ดูอีกทีต้นปีหน้า ถ้าเป็นอย่างที่คิดจะซื้อหุ้นตัวนี้เลย หุ้นตัวนี้เอาไว้ก่อน รออีก 2 ปีค่อยว่ากัน หุ้นตัวนี้ถ้าราคาขึ้นใกล้จะเกิน 10% จะเข้าไปซื้อ หุ้นตัวนี้จะซื้อหลังจากงบการเงินไตรมาสที่ 2 ออกมา หุ้นตัวนี้จะซื้อภายในเดือนนู้นเดือนนี้ หากเกินกว่านี้ราคาจะไปอีก 50% จะเสียโอกาสในการทำกำไร กลุ่มนี้จึงมีโพยหุ้นในใจตลอดเวลา
  13. คนส่วนใหญ่ไม่มีโพยหุ้น จึงไม่ขยันสร้างฐานะ  เพราะไม่อยากได้หุ้น (ไม่เจอหุ้นที่ไม่ลงทุนไม่ได้) กลุ่มนี้มีโพยหุ้น อยากได้หุ้นหลายๆ ตัว แต่เงินไม่พอ กลุ่มนี้จึงขยันทำงานอย่างหนัก เพื่อแข่งหาเงินให้ได้มากๆ จะได้มีโอกาสซื้อหุ้นได้มากตามไปด้วย กลุ่มนี้จึงกลายเป็นคนมีเงินมาก เพราะขยัน และกลายเป็นคนรวยเพราะลงทุนในหุ้นมากและกลายเป็นเศรษฐี เพราะไม่มีเวลาดูหุ้นมัวแต่เอาเวลาไปทำกิจการหลัก จะได้มีเงินมากๆ มาซื้อหุ้นที่อยู่ในโพย หุ้นก็ขึ้นไปเรื่อยๆ และกลายเป็นมหาเศรษฐี  เพราะไม่ได้เดือดร้อนเงิน มีกินมีใช้ จึงขายหุ้นบางส่วน หรือไม่ได้ขายเลยหุ้นก็ขึ้นไปเรื่อย ๆ

ใฝ่ดี : ที่ลุงพูดมาทั้งหมดนี้ คนส่วนใหญ่เล่นหุ้นไม่เหมือนกับ คนส่วนน้อยที่เล่นหุ้นแล้วประสบความสำเร็จ หรือที่ลุงเรียก คนกลุ่มนี้ เลยใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : ทั้ง 13 ข้อที่ลุงว่าไปนี้ อยากให้ใฝ่ดี พ่อของใฝ่ดี และลุงของใฝ่ดี ให้คะแนนตัวเองว่า เราเป็นคนส่วนใหญ่หรือส่วนน้อย  ถ้าคะแนนออกมาเอียงไปสู่คำตอบว่า เราเป็นคนส่วนใหญ่  ก็บอกอนาคตได้เลยว่า เราจะไม่ประสบความสำเร็จ  แต่ถ้าออกมาตรงกันข้าม  ลุงก็เป็นอีกคนหนึ่งละที่จะยินดีล่วงหน้ากับทุกคนด้วย

ใฝ่ดี : ผมเริ่มชักไม่แน่ใจแล้วสิครับว่า ผมเป็นคนส่วนใหญ่หรือส่วนน้อยกันแน่

ลุงเพียร : ไม่เป็นไร ลองเอาไปคิดทบทวนให้ดี  การรู้จักตัวเอง ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่บอกว่าเราเป็นที่ใช้ไม่ได้ และการจะพัฒนาให้ใช้ไม่ได้เป็นใช้ได้ เราก็รู้อยู่แล้วว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ถ้าเราเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ทุกอย่างในอนาคตก็ดีตามไปหมด

ใฝ่ดี : ผมจะจดจำคำของลุงไว้ครับ  เริ่มต้นจากอาชีพหลัก เหลือเงินเอาไปเล่นหุ้น อยากได้หุ้นเพิ่ม ก็กลับไปทำอาชีพหลัก ได้เงินมาก็ซื้อหุ้นมากขึ้น หลังจากนั้นกลับไปทำอาชีพหลัก มีเงินพอกินพอใช้ ก็ไม่ได้ขายหุ้น สุดท้ายกลายเป็นมหาเศรษฐี

ลุงเพียร : เก่งมากใฝ่ดี เริ่มต้นจากอาชีพหลัก พลิกชีวิตได้เพราะหุ้น แต่ต้องทำงานไปด้วย และเล่นหุ้นไปด้วย แล้ววันหนึ่ง เอ็งจะเข้าใจว่าการสร้างให้กลายเป็นคนรวย ไม่ได้ยากอะไร แค่เพียงวันนี้ทำตัวเองให้ดีก็พอ เอาจริงเอาจังกับชีวิตและงาน ในอนาคตทุกคนก็จะกลายเป็นคนรวยได้ไม่ยาก