Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

การหาราคาหุ้นด้วยหลัก BV (7)

ต่อจากเมื่อวันพุธที่ 1/7/58 อยากให้ดูรูปนี้อีกที

S__2596973

 

นักเรียนสังเกตหรือเปล่า ว่าการแบ่งหุ้นออกเป็น 6 กลุ่มของผมมีลักษณะคล้ายกับการแบ่งกลุ่มหุ้น 6 กลุ่ม ของปีเตอร์ ลินซ์ แต่ต่างกันตรงที่ว่าการแบ่งแบบผมเข้าใจได้ง่ายกว่า

ง่ายกว่าตรงไหน นักเรียนลองดูซิ

ง่ายกว่าตรงใช้เงินปันผลเป็นเกณฑ์

ถ้านักเรียนดูจากตารางนี้ นักเรียนก็จะได้คำตอบต่อหุ้น ที่นักเรียนกำลังวิเคราะห์อยู่ว่า หุ้น A ที่นักเรียนสนใจ จ่ายเงินปันผลได้หรือจ่ายไม่ได้

อย่างตัวอย่างหุ้น WAVE ที่ยกตัวอย่างมาตลอด นักเรียนก็จะรู้ว่า จ่ายปันผลไม่ได้ แต่กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) โตขึ้นตลอด ดังนั้น หุ้น WAVE จึงอยู่ในกลุ่ม 5 เรียกว่า หุ้นจ่ายปันผลไม่ได้ (หุ้นดีครั้งที่ 7) และยังคงเป็นหุ้นเทิร์นอราวด์ต่อไปอีกด้วย

WAVE ถ้าเทียบกับตารางในรูปจะมี P/BV สูงกว่าหรือมากกว่า 3 เท่าได้ ซึ่งหากตรวจสอบ P/BV ของ WAVE ในปัจจุบันก็จะพบว่า มี P/BV อยู่ที่ 4 เท่ากว่า

หากนักเรียนทำการค้นคว้าข่าวของหุ้น WAVE ที่ออกมา ตรงนี้อยากให้นักเรียนเข้าไปค้นข่าวของ WAVE ในคอลัมน์ข่าวโดนใน WEB SOS นักเรียนก็จะเห็นข่าวหนึ่งที่ WAVE บอกว่าปีนี้ (58) WAVE จะทำยอดขายได้ 2,000 ล้านบาท จากที่ทำได้ 600 ล้านบาท เมื่อปี 57

เจอข่าวนี้แล้วนักเรียนรู้สึกถึงอะไร

คำตอบก็คือ รู้สึกว่า ปี 57 ถ้า WAVE ทำกำไรได้ ปี 58 WAVE ก็น่าจะทำกำไรได้มากกว่า แสดงว่าในใจของนักเรียนบอกว่า EPS ปี 58 ของ WAVE ต้องโตกว่าปี 57 แน่นอน งานนี้หมายถึงหุ้น WAVE กำลังเติบโต แต่อดีตถึงปัจจุบันมายังไม่ได้จ่ายปันผล

การรู้ว่าอดีตถึงปัจจุบันมายังไม่ได้จ่ายปันผล แต่ปัจจุบันมี EPS โตขึ้นตลอด แสดงว่าในอนาคตอันใกล้ WAVE ต้องจ่ายปันผลแน่

ถูกต้องมั้ยนักเรียน

คำตอบคือ ถูกต้อง 1,000,000%

อยากให้นักเรียนใส่ใจประเด็นตรงนี้เอาไว้ให้ดีๆ เพราะการจ่ายปันผลของ WAVE ในอนาคตจะทำให้เกิดราคาหุ้นที่ถูกคาดการณ์ว่า ราคาจะขึ้นไปที่ใด

เขียนมาถึงตรงนี้ อยากให้นักเรียนย้อนกลับไปอ่านตอนที่ (5) วันที่ 29/6/58 ที่ออกราคาหุ้น WAVE มาที่ 10.75 บาท โดยเป็นราคาที่ออกมาเพราะนักเรียนเอา 4.48 เท่าที่เป็นสถิติ P/BV ในปัจจุบันไปคูณ

10.75 บาท ที่เกิดจากการเอา 4.48 เท่าไปคูณ ถ้าวกขึ้นไปดูตาราง (รูป) จะเห็นว่า หุ้นกลุ่มที่ 5 สามารถจะมี P/BV เกิน 3 เท่าได้ ดังนั้น การใช้ 4.48 เท่า ก็อยู่ในเกณฑ์ที่มีเหตุมีผล

แต่หากบางคนอนุรักษ์นิยม จะลดขนาดของตัวเลขจาก 4.48 เท่า มาเป็น 4 เท่าก็แล้วแต่ดุลพินิจ ก็จะทำให้ราคาหุ้น WAVE ออกมาเท่ากับ 4 x 2.4 เท่ากับ 9.60 บาท เปรียบเทียบกับราคาในวันนี้ที่อยู่ที่ 8 – 9 บาท ในใจนักเรียนรู้สึกว่า WAVE ราคาสูงแล้ว ไม่เหลือเพดานที่ราคาหุ้นจะวิ่งขึ้นไปอีกได้เยอะ

ประเด็นการเห็นราคาว่ามาสูงแล้ว นักเรียนจะต้องทบทวน EPS ปี 58 ที่เดาออกมาว่าจะเป็น 2.4 บาท/หุ้น ว่าจะออกมาตัวเลขนี้หรือเปล่า ถ้าออกมาในตัวเลขที่สูงกว่านี้ ราคาที่นักเรียนคาดการณ์ก็จะไม่ถูก จะต่ำไป

สมมติว่า นักเรียนอนุรักษ์นิยมเอา EPS 2.4 บาท ในปี 58 และเอา 4 เท่าไปคูณ ได้ราคา 9.6 บาท

ประเด็นราคา 9.6 บาท ยังสามารถจะเอาไปเปรียบเทียบกับราคาหุ้นที่จะออกด้วยวิธีการของหลักขี้หมา (ตอนนี้กำลังจะเปลี่ยนชื่อเป็นหลักเจ้ามือ) ว่าราคาหุ้นตามหลักขี้หมาเทียบกับหลัก BV ราคาไหนสูงต่ำกว่ากัน ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนอีกทีหนึ่ง

หลักขี้หมาบอกว่า WAVE มี EPS ปี 58 เท่าไร หากแบ่งปันผลมา 50% จะปันผลได้เท่าไร และถ้าหากเอาจำนวนเงินปันผลมาเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยกำหนดเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่อปี ก็จะทำให้ออกราคาหุ้น WAVE ได้ เป็นราคาด้วยวิธีการของหลักขี้หมา และราคาที่ออกมา จะเอามาเทียบกับราคาที่ได้จากหลัก BV

ครั้งหน้ามาตามกันต่อครับ

การศึกษาบทความในตอนนี้ จะต้องมีอิทธิบาท 4 ในใจ เพราะจะต้องมีการค้นคว้ากลับไปทำความเข้าใจกับตอนก่อนหน้า นักเรียนที่ขี้เกียจ ที่ไม่ได้อยากรวยกับหุ้นจริงๆ ขี้เกียจค้นกลับไปแน่

นี่แหละคนจะรวยต่างกันตรงขยัน