Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

การหาราคาหุ้นด้วยหลัก BV (3)

ต่อจากชั่วโมงเรียนหุ้นวันศุกร์ที่ 19/6/58

ถามนักเรียนว่า BV1 หรือ BV ณ สิ้นปี 31/12/58 ตัวเลขที่ออกมาใช่ 2.53 บาทหรือเปล่า ใครตามไม่ทันต้องกลับไปอ่านชั่วโมงเรียนหุ้นวันจันทร์ พุธ และศุกร์ที่ผ่านมา

มีนักเรียนส่งการบ้านมาแล้วตอบถูกด้วย คือ BV1 ไม่ถูก สาเหตุก็เพราะไปเบิ้ลกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ไตรมาสที่ 1/58 เลยทำให้ BV1 สูงเกินไป

สาเหตุเป็นเพราะ BV0 หรือ BV ตั้งต้นเป็น BV ที่เกิดจากงบการเงิน ณ 31/3/58 (ไตรมาส 1/58) ซึ่งได้นำตัวเลขกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1/58 มาคำนวณ BV0 แล้ว

อยากให้นักเรียนนึกถึงงบกำไรขาดทุน ไตรมาส 1/58 ที่กิจการมีกำไรสุทธิ กำไรสุทธิจำนวนนี้จะเข้าไปอยู่ในรายการกำไรสะสมในงบดุล ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุลใหญ่ขึ้น และเมื่อเอาจำนวนหุ้นไปหารก็จะได้ BV0 หรือมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อ 1 หุ้น ณ 31/3/58

BV1 จึงตั้งต้นจาก BV0 แล้วบวกด้วยกำไรสุทธิต่อหุ้นไตรมาส 2 – 4 อีกแค่ 3 ไตรมาสเท่านั้น

ตัวเลขที่ถูกจึงต้องเอา 1.8 บาทตั้งแล้วบวกด้วย EPS ไตรมาส 2 – 4/58 จำนวน 0.6 บาท ได้ BV1 เท่ากับ 2.4 บาท

อยากให้นักเรียนย้อนกลับไปดูการบ้านที่เป็นลายมือเขียนของผม นักเรียนจะเห็นว่า ณ ขณะปัจจุบัน WAVE ที่ราคา 8 บาท มี BV0 1.8 บาท P/BV0 จึงได้ค่า 4.44 เท่า ค่า 4.44 เท่า เป็นค่าที่มีความหมายว่า

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อยากให้นักเรียนตอบว่า P/BV0 ที่ 4.44 เท่า มีความหมายว่าอย่างไร

คำตอบก็คือ ซื้อหุ้น WAVE ในวันนี้ที่ราคา 8 บาท หากพรุ่งนี้ WAVE เลิกกิจการ WAVE ต้องเอาสินทรัพย์ที่มีในงบดุลทั้งหมดออกขาย ได้เงินมาก้อนโตเอาไปชำระหนี้จนเหลือศูนย์ หลังจากนั้นจะเหลือเงินก้อนหนึ่ง เงินก้อนนี้จะเอาไปแบ่งคืนให้ผู้ถือหุ้นทุกคน ใครที่ถือหุ้น WAVE 1 หุ้น จะได้คืนเท่ากับ 1.8 บาท

ซื้อ 8 บาท พรุ่งนี้เลิกได้คืน 1.8 บาท เจ๊งไปเท่ากับ 8 – 1.8 เท่ากับ 6.2 บาท

6.2 บาท เป็นตัวเลขที่อยากถามนักเรียนว่า เจ๊งเยอะหรือเปล่า

คำตอบ คือ เยอะมาก ซื้อ 8 บาท ได้คืน 1.8 บาท เจ๊งไป 6.2 บาท ไม่ได้เรียกว่าเจ๊งเยอะ แต่เรียกว่า เจ๊งยับ

P/BV ที่สูงๆ ยิ่งสูงมากเท่าไร จึงบอกนักเรียนว่า ราคาหุ้นได้สูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง หรือมูลค่าหุ้นทางบัญชีมากแล้ว งานนี้จะผลีผลามลงทุนกับหุ้นที่มี P/BV สูงๆ โดยไม่ดูตาม้าตาเรือไม่ได้

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อยากถามนักเรียนอีกว่า ทำไมหุ้นที่มี P/BV สูงๆ จึงน่ากลัว คำตอบก็คือ เมื่อราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงหรือสูงกว่า BV มากๆ งานนี้หมายความว่า หากเกิดวิกฤตใดๆ ขึ้น ราคาหุ้นสามารถจะไหลลงแรงได้เหมือนคนมีอาการท้องเสีย คนลงทุนในหุ้นจึงเสียหายเยอะ

หุ้นที่มี P/BV สูงๆ จึงเป็นหุ้นที่ต้องระวัง

ผมใช้คำว่าต้องระวัง แต่ไม่ได้หมายความว่า ซื้อลงทุนไม่ได้ ซึ่งตรงนี้นักเรียนต้องแยกแยะให้ดีๆ

หุ้นแพงแต่ดี ซื้อลงทุนได้ เพราะในอนาคตราคาจะขึ้นต่อไป ทำให้ได้กำไรมาก

หุ้นแพงแต่ไม่ดี ซื้อลงทุนไม่ได้ เพราะในอนาคตราคาจะร่วงแรง ทำให้เจ๊งยับ (ไม่ใช่เจ๊งเยอะ)

วันนี้ขอหยุดตรง P/BV ดีกว่า ขอให้นักเรียนระลึกเอาไว้ในใจตลอดเวลา ว่าก่อนจะซื้อหุ้นตัวใด นักเรียนต้องถามว่า P/BV ของหุ้นตัวที่จะซื้อมีตัวเลขที่เท่าไร เพื่อจะได้เกิดความรู้สึกว่า หุ้นที่ซื้อนั้นราคาถูกหรือราคาแพง ถ้าราคาแพง นักเรียนจะเกิดการคิดแล้วคิดอีก เหมือนการซื้อของแพงที่นักเรียนต้องชั่งใจ ว่ากูจะซื้อดีหรือไม่ซื้อดี

เห็นมั้ยการซื้อหุ้นก็เหมือนกับการซื้อของในชีวิตประจำวัน ถ้านักเรียนรู้จักเอาเรื่องการเลือกซื้อหุ้นมาเป็นเรื่องเดียวกับการเลือกซื้อของ นักเรียนจะพบว่า การลงทุนในหุ้นไม่ได้ยากเลย มันก็ง่ายเหมือนการซื้อของนั่นแหละ

ครั้งหน้ามาว่ากันต่อ