Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

กรณี WAVE ในห้องเรียน CII

มีหลายคนถามผมมามากเหลือเกินว่า แปลกเหลือเกินครับที่พออาจารย์เอาหุ้น WAVE มายกตัวอย่าง เพื่อจะสอนวิธีการหาราคาหุ้นด้วยหลัก BV หุ้น WAVE เริ่มขึ้นเอาๆ จากวันที่อาจารย์เริ่มเขียนอยู่ที่ไม่ถึง 8 บาท มาวันนี้อาทิตย์กว่า หุ้น WAVE ทำสถิติราคาสูงสุดที่ 10 บาทกว่า แล้ว ณ ขณะนี้ราคาย่อตัวมาซื้อขายกันที่ 9.6 – 9.7 บาท

คนที่ถามเข้ามาก็คือลูกศิษย์ที่เรียน CII กับผม เพราะพวกเขารู้ดีว่าผมซื้อหุ้น WAVE ในนาม FPM CONSULTANT จนติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่มาวันนี้ไม่มีชื่อ FPM CONSULTANT ถือหุ้น WAVE ในฐานะรายใหญ่อีกต่อไป จะมีก็แต่ไอ้ชายถืออยู่ประมาณ 700,000 หุ้น ถ้าจำไม่ผิด

อาจารย์หายไปไหนหรือครับ

คำตอบก็คือ ผมขาย WAVE ไปก่อนวันที่ 31/12/57 โดยผู้ขาย คือ FPM สาเหตุที่ต้องขายก็เพราะการซื้อหุ้นในนามบริษัท กำไรที่เกิดขึ้นจากการขายหุ้นต้องเอาไปเสียภาษี ถ้ากำไร 10 ล้านบาท ก็เสีย 2 ล้านบาท (20%) นักเรียนว่าดีมั้ยล่ะ

สรุปก็คือ ผมขายหุ้น WAVE ก็เพื่อจะหยุดการกำไรที่ต้องเสียภาษี แล้วทำการจัดสรรเงินลงทุนใหม่อีกรอบ เพื่อกลับเข้ามาลงทุนในนามบุคคลธรรมดา เพราะบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษีจากกำไรหุ้น

หุ้นหลายๆ ตัวที่ผมซื้อ บ่อยครั้งที่ไปอยู่ในชื่อคนอื่น สาเหตุก็เพราะหุ้นบางตัวในบัญชีหลักทรัพย์ของผมไม่ให้ซื้อด้วยระบบเครดิต (อีก 3 วันชำระเงิน) ต้องซื้อด้วยเงินสด ซึ่งหุ้นส่วนของผมเปิดบัญชีอยู่กับอีกหลักทรัพย์หนึ่ง เขาไม่ได้ห้ามการซื้อด้วยเครดิต ผมจึงฝากเขาซื้อ แล้วโอนเงินเข้าไปที่หุ้นส่วน หุ้นส่วนก็เลยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น แต่หุ้นบางส่วนเป็นของผม

อาจารย์ไม่กลัวเขาโกงหรือ เป็นคำถามยอดฮิตที่ถามผมมาโดยตลอด

ผมตอบไปว่า ไม่กลัว สาเหตุก็เพราะผมมั่นใจว่าหุ้นส่วนของผมเป็นกัลยาณมิตรที่ดี หุ้นส่วนจึงไม่โกง ยังไงก็ไม่โกง แม้ผมจะตายไปกะทันหัน

ทำไมอาจารย์มั่นใจขนาดนี้

ผมก็ตอบกลับไปอีกว่า ผมโดนโกงมาทั้งชีวิต ผมจึงรู้ว่าคนแบบไหนไม่โกงคน

มาวันนี้เห็นหุ้น WAVE ราคาใกล้ 10 บาท รู้สึกดีใจที่การตัดสินใจขายหุ้น WAVE ที่ถือในนาม FPM ออกไป ทำให้ผมไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มจากการที่หุ้น WAVE ราคาขึ้น ผมตัดสินใจถูกต้องแล้ว เพราะการจัดสรรเงินลงทุนใหม่ จะทำให้ผมเอากำไรที่เกิดจากการประหยัดภาษีไปช่วยคนที่ผมอยากจะช่วยด้วยตัวของผมเอง ไม่ต้องผ่านมือของรัฐบาล ที่บางทีการช่วยเหลือโดยรัฐกับเรื่องบางเรื่อง ผมไม่เห็นด้วย

นั่งมองหุ้น WAVE ที่ราคาขึ้นจากตอนต้นปี 58 มาถึงวันนี้เดือน 6/58 ราคาขึ้นมา 30% ถ้าใครที่เรียนหนังสือกับผม ผมอยากจะให้เอากรณี WAVE เป็นข้อคิด ว่าการถือหุ้นที่ยาวนานเกือบ 6 เดือน หากให้ผลตอบแทน 30% ของเงินลงทุน เป็นอะไรที่น่าลงทุนหรือไม่

คำตอบมันมีอยู่แล้ว

แต่การซื้อหุ้นแล้วรอคอย 6 เดือนกว่าจะได้ 30% มันเป็นอะไรที่สร้างให้เกิดความรู้สึกว่า 6 เดือนเหมือนนานเป็นชาติ

ทำไมความรู้สึกว่าถือหุ้น 6 เดือนนานเป็นชาติ สาเหตุเป็นเพราะความโลภที่เกิดขึ้นในใจตลอดเวลา อยากได้กำไร อยากได้กำไร ทำให้เวลาของชีวิตเดินเร็ว (6 เดือนเท่ากับชาติหนึ่ง)

ในคอร์ส CII ผมบอกว่า ให้เอาหุ้น WAVE มาเป็นกรณีศึกษา ว่า WAVE มี Story ที่ทำให้หุ้นขึ้น ที่เห็นชัดๆ เรื่องหนึ่งคือ การออกหุ้นเพิ่มทุนที่อนุมัติในที่ประชุมเมื่อปลายเมษายน 58 ที่ผ่านมา

เรื่องการเพิ่มทุนมีผลต่อราคาหุ้น มันเป็นเหตุที่ทำให้หุ้นขึ้น นักเรียนที่เรียนหนังสือกับผมจำได้กันหรือเปล่า

วันนี้ WAVE แผลงฤทธิ์แล้ว มันขึ้นจริงๆ

หลังจากขึ้น แล้วจะเกิดอะไรต่อ ต่อมจินตนาการของคนเล่นหุ้นต้องเกิดขึ้นแล้ว

ครั้งหน้าเรามาว่ากันต่อกับเรื่องวิธีการคำนวณราคาหุ้นด้วยหลักเจ้ามือ ซึ่งจริงๆ จะต้องเขียนในวันนี้ แต่บังเอิญมาเขียนเรื่องนี้แทรก ก็ขอต่อครั้งหน้าก็แล้วกัน